โอกิลวี่มุ่งให้บริการเสริมภาพลักษณ์ ตั้งเป้าโตอีก10%ภายในปี 2545


ผู้จัดการรายวัน(22 กุมภาพันธ์ 2545)



กลับสู่หน้าหลัก

นายทิม ไอแซค รองประธานกรรมการกลุ่มบริษัท โอกิลวี่ แอนด์ เมเธอร์ ประจำภูมิภาค เอเชียแปซิฟิก และ ผู้อำนวยการ โอกิลวี่ แอนด์ เมเธอร์ ประจำภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดเผยว่า แม้ภาวะเศรษฐกิจจะยังคงชะลอตัวอยู่ แต่กลุ่มบริษัท โอกิลวี่ฯ ในประเทศไทยก็สามารถปิดงบปี 2544 ได้ด้วยยอดรายได้สุทธิสูงถึง 444 ล้านบาท

นอกจากตัวเลขผลประกอบการที่ดีแล้ว โอกิลวี่ยังประสบความสำเร็จอย่างสูงในด้านความคิดสร้างสรรค์โฆษณา เห็นได้จากการกวาดรางวัลโฆษณาระดับประเทศ เช่นงานแบด อวอร์ด ที่ครองตำแหน่งแชมป์กวาดรางวัลสูงสุด 4 ปีซ้อน รวมทั้งในเวทีระดับนานาชาติอีกหลายเวทีด้วย

นายไอแซค กล่าวว่า กลุ่มบริษัทโอกิลวี่ ได้กำหนดจุดยืนของบริษัทให้เป็นมากกว่าเอเยนซีโฆษณา โดยนอกจากจะให้บริการสร้างสรรค์โฆษณาผ่าน บริษัท โอกิลวี่ แอนด์ เมเธอร์ (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท รีซัลท์ส แอดเวอร์-ไทซิ่ง จำกัด ซึ่งมีรายรับคิดเป็น 58% ของยอดรายได้สุทธิของกลุ่ม นอกจากนี้ยังให้บริการครอบคลุมถึงการให้คำปรึกษาและวางกลยุทธ์ด้านประชาสัมพันธ์โดย บริษัท โอกิลวี่ พับลิค รีเลชั่นส์ เวิลด์วายด์ จำกัด (20%), การบริหารสัมพันธ์กับลูกค้าและการบริหารการตลาดผ่านสื่อปฏิสัมพันธ์ (Interactive) โดย บริษัท โอกิลวี่วัน เวิลด์วายด์ จำกัด (16%) และออกแบบงานกราฟฟิกสื่อสารองค์กรโดย เอ็นเตอร์ไพรส์ ไอจี (6%) ปัจจุบัน กลุ่มบริษัท โอกิลวี่ฯ มีอัตราส่วนระหว่างลูกค้าในประเทศและลูกค้าข้ามชาติอยู่ที่ 60:40

นายไอแซค กล่าวอีกว่า ในปีนี้กลุ่มบริษัทโอกิลวี่จะสานต่อกลยุทธ์ที่นำมาใช้กับลูกค้าของบริษัทด้วยการสื่อสารครบวงจรแบบ 360 องศา การสื่อสารเพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์“ตราสินค้า”แบบครบ ซึ่งเป็นการผสานการโฆษณาและการสื่อสารรูปแบบต่างๆเข้าเป็นหนึ่งเดียวกัน อันเป็นกลยุทธ์เฉพาะตัวของกลุ่มโอกิลวี่ ที่ได้นำมาใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพเพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันให้แก่ลูกค้าและกลุ่มบริษัทโอกิลวี่เอง

นอกจากนี้การพัฒนาบทบาทของโอกิลวี่วัน เนื่องจากเล็งเห็นถึงศักยภาพการเติบโตของกลยุทธ์ “บริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า” (Customer Relationship Management หรือ CRM) บริการของโอกิลวี่วัน จะครอบคลุมการสื่อสารโดยตรงกับลูกค้าทั้งในระบบออนไลน์ (อินเตอร์แอคทีฟ), ออฟไลน์ (ไดเร็คท์ มาร์เก็ตติ้ง), และ ทางโทรศัพท์ จะถูกให้ความสำคัญยิ่งขึ้น เพื่อยกระดับการให้บริการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้าด้วยบริการที่มีอยู่

ทั้งนี้โอกิลวี่คาดว่าในปี 2545 นี้สามารถโตขึ้นได้อีก 10% โดยมีจุดยืนและความมุ่งมั่นที่จะเป็นพันธมิตรทางการสื่อสารเพื่อเสริมสร้างแบรนด์ที่มีความเป็นมืออาชีพมากที่สุดในประเทศไทย ซึ่งไม่เพียงให้บริการทางการสื่อสารที่ครบวงจร แต่ยังให้บริการเสริมคุณค่าต่างๆ กับทั้งลูกค้าและแบรนด์ผลิตภัณฑ์ของพวกเขาด้วย



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.