กันตนารุกงานดิจิตอลโพสต์


ผู้จัดการรายวัน(10 พฤศจิกายน 2547)



กลับสู่หน้าหลัก

ตลาด Post Production รับอานิสงส์ตลาดหนังไทยโต ผู้ผลิตหันเพิ่มคุณภาพ ใช้เทคโนโลยี Digital Intermediate หวังเพิ่มมูลค่าเป็นที่สนใจสายหนังต่างประเทศ ด้านกันตนาประกาศตัวเป็นผู้นำเทคโนโลยีดังกล่าวแบบวันสต็อปเซอร์วิส หนึ่งเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เผยลูกค้าผู้ผลิตหนังในฮ่องกงแห่ใช้บริการ 8 เรื่องในปีก่อน ล่าสุดจองคิวอีก 5 เรื่อง คุยเป็นหนึ่งทางเลือกของลูกค้าเทียบชั้น ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย

นายบ๊อบบี้ วอง ผู้จัดการใหญ่ บริษัท โอเรียลทัล โพสท์ จำกัด ในเครือกันตนา กรุ๊ป ผู้ให้บริการในธุรกิจ Post Production ด้านการตัดต่อและทำเทคนิคพิเศษสำหรับภาพยนตร์เรื่อง และภาพยนตร์โฆษณา ด้วยเทคโนโลยีดิจิตอล เปิดเผยว่า ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป เทรนด์ของธุรกิจนี้ในประเทศไทยจะเติบโตสูง เพราะช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจภาพยนตร์มีการเติบโตสูง จากจำนวนหนังไทยประมาณ 20 เรื่อง ในปี 2546 เพิ่มเป็น 40 เรื่องในปีนี้ และคาดว่าในปีหน้าจะเพิ่มเป็น 50 เรื่อง โดยในช่วง 2-3 ปีข้างหน้าคาดว่าตลาดภาพยนตร์ไทยจะมีมูลค่าโตขึ้นอีกราว 40-50% จากยอดขายในประเทศ และสายหนังในตลาดต่างประเทศ

จากเหตุผลดังกล่าว จะส่งผลให้ธุรกิจ Post Production ด้วยระบบ Digital Intermediate(D.I) มีการเติบโตสูงเนื่องจาก ปริมาณหนังที่เพิ่มขึ้นทำให้ผู้ผลิตใส่ใจเรื่องคุณภาพ จึงหันมาใช้เทคโนโลยี Digital Intermediate(D.I) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใน การ Post Production ซึ่งจะมีทั้งฟิล์มแล็บ และซาวนด์แล็บ แต่จะได้เพิ่มในเรื่องของความคิด สร้างสรรค์ในแนวใหม่ให้แก่เจ้าของผลงานอย่างไร้ขีดจำกัด ปรับแต่งและแก้ไขได้ในทุกรายละเอียด โดยภาพของผลงานออกมาสมจริง มีคุณภาพเทียบเท่าต้นฉบับ แม้จะเก็บไว้นาน 10-20 ปี

โดยเทคโนโลยี D.I ของบริษัทนับว่าเป็นระบบที่ครบวงจรที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สามารถให้บริการลูกค้าได้แบบวันสต็อปเซอร์วิส ซึ่งเราได้ลงทุนมาตลอดเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา รวมเม็ดเงินราว 200 ล้านบาท ในการจัดซื้ออุปกรณ์ต่างๆ ปัจจุบันมีลูกค้าเจ้าของหนังทั้งไทย และต่างชาติ เข้ามาใช้บริการ ในปี 2546 บริษัทสามารถรับงาน Post Production ได้ประมาณ 10 เรื่อง เป็นหนังจากประเทศฮ่องกง 7-8 เรื่อง และหนังไทย 2 เรื่อง คือ อุกกาบาต และทวารยังหวานอยู่ จากก่อนหน้านี้หากผู้สร้างหนังรายใดต้องการตัดต่อหนังด้วย ระบบ D.I ต้องไปใช้บริการที่ประเทศญี่ปุ่นหรือออสเตรเลีย ซึ่งคิดค่าบริการแพงกว่าไทยถึง 2 เท่า ดังนั้นในปัจจุบันประเทศไทยจึงเป็นอีกตัวเลือกหนึ่ง หากประเทศในภูมิภาคนี้ต้องการส่งหนังมาตัดต่อ ปัจจุบันบริษัทมีลูกค้าในมือถึงปี 2548 อีก 4-5 เรื่อง เป็นลูกค้าจากฮ่องกง และยังมีลูกค้าจากอินโดนีเซีย และไทยอีกจำนวนหนึ่งซึ่งจากเทคโนโลยีที่มีอยู่ขณะนี้สามารถให้บริการลูกค้าได้ 15 เรื่องต่อปี

นอกจากนั้น บริษัทยังให้บริการตัดต่อด้วยระบบ D.I ในหนังโฆษณาอีกประมาณ 100 เรื่องต่อเดือน จาก 2 ปีก่อน มีประมาณ 70 เรื่องต่อเดือน เป็นลูกค้าทั้งจากในประเทศ และต่างประเทศ เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ จีน เป็นต้น โดยตลาดในประเทศ ธุรกิจหนังโฆษณามีมูลค่าราว 5,000-6,000 ล้านบาท ซึ่งในที่นี้จะแบ่งเป็นรายได้ที่มาใช้ในส่วนของ Post Production ราว 5-10% บริษัทมีส่วนแบ่งตลาดนี้อยู่ที่ 50%


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.