|

คลังลุ้นศาลผ่านแผนฟื้นฟูทีพีไอคาดหาพันธมิตรได้ภายใน1เดือน
ผู้จัดการรายวัน(4 พฤศจิกายน 2547)
กลับสู่หน้าหลัก
ขุนคลังรอคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ-ศาลล้มละลาย กลางระบุชัดคลังมีสิทธิ์เข้าแก้ปัญหา และผ่านแผนฟื้นฟูฯ ฉบับกระทรวงคลัง ชี้ทันทีที่ศาลตัดสิน เดินหน้าหาพันธมิตร-จัดสรรหุ้น เสร็จภายใน 1 เดือน ย้ำ "ประชัย" ยังอยู่ทีพีไอไม่กระทบต่อการบริหาร
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึง กรณีที่ศาลล้มละลายกลางเลื่อนฟังคำสั่งศาลในการเห็นชอบ แผนฟื้นฟูกิจการ บริษัทอุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) (TPI) ฉบับกระทรวงการคลัง เป็นวันที่ 10 พฤศจิกายน 2547 ว่า จะไม่ทำให้กระบวนการแก้ไขปัญหาล่าช้าออกไป และจะพยายามให้เป็นไปตามกรอบเวลาที่ตั้งไว้มาก ที่สุด
นายสมคิดกล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังรอเพียงความชัดเจนใน 2 จุด คือในส่วนของคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีที่ นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ร้องขอให้ศาลตีความประเด็นที่กระทรวงการคลังเข้าไปแทรกแซงโครงสร้างหนี้ของทีพีไอว่ามีอำนาจหรือไม่ และคำพิพากษาของศาลล้มละลายกลาง ในการพิพากษาแผนฟื้นฟูฯ ฉบับกระทรวงการคลัง โดยจำเป็นต้องมีคำตัดสินที่ชัดเจนของทั้ง 2 ศาล ซึ่งต้องรอให้ทุกอย่างถึงที่สุดเสียก่อนจึงจะสามารถเดินหน้าต่อไปได้
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังตอบไม่ได้ว่าจะมีใครเข้ามาเป็นพันธมิตรร่วมทุนบ้าง ซึ่งในส่วนของกองทุนวายุภักษ์ 1 นั้น คงตอบแทนไม่ได้ว่าจะเข้าลงทุนหรือไม่ เพราะกองทุนฯมีคณะกรรมการกำกับการลงทุนดูแลอยู่ โดยระหว่างที่รอคำตัดสินของศาล กระบวนการในการหาพันธมิตรร่วมทุน และการจัดสรรหุ้นจะเดินหน้าต่อไป ซึ่งเรื่องดังกล่าวไม่ใช่เรื่องยาก และจนถึงขณะนี้มีความคืบหน้าไปมากแล้ว โดยเชื่อมั่นว่า ทันทีที่ศาลล้มละลายกลางพิพากษาให้แผนฟื้นฟูฯ ฉบับผ่านแล้ว ภายใน 1 เดือนจะได้เห็นความชัดเจนของเรื่องนี้
นายสมคิด กล่าวว่า กรณีของทีพีไอรัฐบาลเข้าไปแก้ไขปัญหาด้วยความเป็นกลางไม่ได้ตั้งใจเข้าไปช่วยเหลือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ซึ่งประเด็นที่ศาลฎีกายืนยันตามคำตัดสินของศาลล้มละลายกลางให้นายประชัยยังดำรงตำแหน่งกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารต่อไปได้นั้น เชื่อว่าไม่มีผลต่อการบริหารกิจการของบริษัทในอนาคต เนื่องจากจนถึงขณะนี้ทุกฝ่ายยอมรับแล้วว่า ทีพีไอควรได้รับการบริหารอย่างเป็นกลาง ไม่เช่นนั้นปัญหาจะยังคงคาราคาซังต่อไปเรื่อยๆ
"ต้องรอให้ทุกอย่างถึงที่สุดก่อน เพราะประชาชนกำลังเฝ้ามองเรื่องนี้อยู่ ดังนั้นทุกอย่างต้องถูกต้องเป็นธรรม และคิดว่าประชาชนจะเข้าใจ เพราะเดี๋ยวนี้ประชาชน มีสติ มีความคิด มีสมอง" นายสมคิดกล่าว
รายงานข่าวระบุว่า ในวันนี้ (4 พฤศจิกายน) คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้นัดแถลงด้วยวาจา และลงมติกรณีคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 198 กรณี พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 90/17 ซึ่งมีข้อความบัญญัติว่า ในกรณีที่ลูกหนี้เสนอผู้ทำแผน ให้ผู้ทำแผนที่ลูกหนี้เสนอเป็นผู้ทำแผน เว้นแต่จะมีมติของเจ้าหนี้ฝ่ายที่มีจำนวนหนี้ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนหนี้ทั้งหมดของเจ้าหนี้ ซึ่งได้ออกเสียงลงคะแนนในมตินั้น กำหนดให้บุคคลอื่นเป็นผู้ทำแผนขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 48 และมาตรา 50 ประกอบมาตรา 29 หรือไม่ โดยที่ผ่านมาศาลรัฐธรรมนูญได้เปิดโอกาสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง ทั้งที่เป็นเอกสารและมาชี้แจงด้วยตนเอง ประกอบด้วย นายไกรสร บารมีอวยชัย อธิบดีกรมบังคับคดี มาในฐานะตัวแทนของกระทรวงยุติธรรม พล.อ.มงคล อัมพรพิสิฏฐ์ ประธานผู้บริหารแผนฟื้นฟู บริษัทอุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) หรือทีพีไอ และนาย ประชัย เลี่ยวไพรัตน์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัททีพีไอ
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|