|

"JTS" เพิ่มทุน585ล้านบาทดันสัดส่วน "JAS" เหลือ58%ลุยธุรกิจโทรศัพท์สาธารณะ
ผู้จัดการรายวัน(4 พฤศจิกายน 2547)
กลับสู่หน้าหลัก
JTS บริษัทย่อยของ JAS ประกาศเพิ่มทุนกว่า 585 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 585 ล้านหุ้น ราคาพาร์ 1 บาท แจกหุ้นปันผล 300 ล้านหุ้น ในอัตราส่วน 1 หุ้นเดิมต่อ 3 หุ้นใหม่ ให้กับผู้ถือหุ้นเดิม ก่อนดันเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น แบ่งขายไอพีโอ 133.7 ล้านหุ้น และขายเฉพาะเจาะจง 125 ล้านหุ้น ให้กับ Knight Thai Technology Fund หวังนำเงินที่ได้ไปลุยธุรกิจให้เช่าโทรศัพท์สาธารณะ ฉุด สัดส่วนการถือหุ้นของ JAS ลดจาก 100% เหลือ 58.40%
นายสมบุญ พัชรโสภาคย์ บริษัท แจ้งวัฒนะ แพลนเนอร์ จำกัด ในฐานะผู้บริหารแผนของ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) (JAS)แจ้งตลาดหลักทรัพย์ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการผู้บริหารแผน ครั้งที่ 14/2547 เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2547 และที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นบริษัท จัสมิน เทเลคอม ซิสเต็มส์ จำกัด (มหาชน) (JTS) (บริษัทย่อยที่ทางบริษัทถือหุ้นอยู่ 100%) ครั้งที่ 3/2547 เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2547 ได้มีมติอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของ JTS จากทุนจดทะเบียนเดิม 100 ล้านบาท เป็น 685 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 585 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้(พาร์) หุ้นละ 1 บาท
ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับการจ่ายเงินปันผลด้วยหุ้นปันผล การออกและเสนอขายหลักทรัพย์ตามโครงการ ESOP และแผนการระดมทุนจากนักลงทุนและประชาชนทั่วไป อีกทั้งเพื่อให้สอดคล้องกับแผนการนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
สำหรับการเพิ่มทุนจดทะเบียนของ JTS ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ในการนำเงินที่ได้จากการเพิ่มทุนไปใช้ในการขยายธุรกิจให้เช่าเครื่องโทรศัพท์สาธารณะกับบริษัท ทศท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นเวลา 10 ปี ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้อีกจำนวน 20,000 เครื่อง ขณะเดียวกันก็เพื่อเป็นเงินทุนสำรองในการเข้าร่วมประมูลโครงการขนาดใหญ่ และเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจของบริษัท
ส่วนการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 585 ล้านหุ้น จัดสรรจำนวนไม่เกิน 300 ล้านหุ้น เพื่อจ่ายเป็นหุ้นปันผล (Stock Dividend) ให้ผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับ อีก 26,250,000 หุ้น สำหรับโครงการ ESOP แบ่งเป็น และ 5 ล้านหุ้น สำหรับการออกและเสนอขายหุ้นสามัญตามโครง การต่อเนื่องให้แก่กรรมการและพนักงานของบริษัท (ESOP Shares) และจำนวนไม่เกิน 21,250,000 หุ้น สำหรับรองรับการใช้สิทธิ ตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่ออกและเสนอขายให้แก่กรรมการและพนักงานของบริษัท (ESOP Warrants)
สำหรับหุ้นที่เหลืออีก 125 ล้านหุ้น เพื่อเสนอขายแก่นักลงทุนแบบเฉพาะเจาะจง (Private Placement) และ 133,750,000 หุ้น จะเสนอขายแก่ประชาชนเป็นการทั่วไป (IPO)
ทั้งนี้ การเพิ่มทุนของ JTS ในครั้งนี้จะทำให้บริษัทลดสัดส่วนการถือหุ้นใน JTS ลงจากเดิม 100% เหลือ 58.40%
การจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลของ JTS รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 300 ล้านบาท โดยจะจ่ายเงินปันผลดังกล่าวเป็นหุ้นสามัญที่ออกใหม่ของ JTS (Stock Dividend) จำนวนทั้งสิ้น 300 ล้านหุ้น มีมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท ในอัตรา 1 หุ้นเดิม ต่อ 3 หุ้นปันผล (หุ้นสามัญ) โดยกำหนดวันปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นเพื่อกำหนดสิทธิการได้รับหุ้นปันผลในวัน ที่ 4 พฤศจิกายน 2547 เวลา 12.00 น. และออกหุ้นปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับหุ้นปันผลในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2547
ทั้งนี้ การจ่ายเงินปันผลเป็นหุ้นนั้นทำให้ JTS ซึ่งมีผลประกอบการดีและมีความจำเป็นต้องรักษาสภาพคล่องเพื่อใช้เป็นเงินทุน หมุนเวียน สามารถจ่ายผลตอบแทนเป็นหุ้นแทนการจ่ายเงินปันผล โดยไม่ต้องพึ่งพาแหล่งเงินทุนภายนอกอันมีอยู่อย่างจำกัดและมีต้นทุนทางการเงินสูง ในขณะเดียวกันผู้ถือหุ้นก็ยังคงได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนอีกด้วย
ในส่วนของการขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับนักลงทุนแบบเฉพาะเจาะจง (Private Placement) โดยขายให้กับกองทุน Knight Thai Technology Fund ซึ่งเป็นกองทุนรวมที่บริหารโดย Knight Asia Investment Limited โดยจะทำการขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ JTS จำนวน
125,000,000 หุ้น คิดเป็น 18.25% ของทุนจดทะเบียนหลังการเพิ่มทุนของ JTS ในราคาหุ้นละ 1.50 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 187,500,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่สูงกว่ามูลค่าตามบัญชีของหุ้นของ JTS ที่มีราคาหุ้นละ 1.43 บาท และที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้มอบอำนาจให้คณะกรรมการ หรือคณะกรรมการบริหารหรือบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ มี อำนาจในการพิจารณาเจรจาตกลง จัดทำและลงนามในเอกสารสัญญาที่เกี่ยวข้อง กำหนดระยะเวลาจองซื้อ วิธีการ และรายละเอียดอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการออกและเสนอขายหุ้นดังกล่าว
การขายหุ้นเพิ่มทุนให้ประชาชนทั่วไป จำนวนไม่เกิน 133,750,000 หุ้น คิดเป็น 19.53% ของทุนจดทะเบียนหลังการเพิ่มทุนของ JTS โดยที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้มอบอำนาจให้คณะกรรมการบริษัท หรือคณะกรรมการบริหาร หรือบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ มีอำนาจในการพิจารณากำหนด จำนวนหุ้น ราคาหุ้น ระยะเวลาจองซื้อ วิธีการ รายละเอียดการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไป เจรจาตกลงจัดทำและลงนามในเอกสารสัญญาที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการขออนุญาตต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และให้มีอำนาจในการดำเนินการใดๆ ตามที่จำเป็นและเกี่ยวเนื่องกับการออกและเสนอขายหุ้นดังกล่าว
นอกจากนี้ ยังอนุมัติการกำหนดนโยบายการจ่ายเงินปันผลประจำ ปีของ JTS ในอัตราไม่ต่ำกว่า 40% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีหรือในอัตราอื่นใดตามความเหมาะสม โดยที่การจ่ายเงินปันผลนั้นจะต้องไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินงานปกติของ JTS อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม JTS อาจกำหนดให้จ่ายเงินปันผลในอัตราน้อยกว่าอัตราที่กำหนดข้างต้นได้ หาก JTS มีความจำเป็นที่จะต้องนำเงินจากกำไรสุทธิจำนวนดังกล่าวมาใช้เพื่อขยายการดำเนินงานของ JTS ต่อไป
ขณะที่นายปัญญกิตติ์ เชาวน์หมู่ ผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ซิกโก้ จำกัด กล่าวว่า ต้องติดตามดูว่า JAS จะมี นโยบายทางบัญชีกับบริษัท JTS อย่างไร ทั้งนี้ หากประเมินในเบื้องต้น คาดว่าการที่ JAS ลดสัดส่วนการถือหุ้นใน JTS ลงเหลือ 58.40% นั้น จะทำให้สัดส่วนรายได้ที่ได้รับลดลง
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|