|

"Q-CON" ผุดโรงงานแห่งที่4ดันยอดขายพุ่ง2.2พันล้านบ.
ผู้จัดการรายวัน(3 พฤศจิกายน 2547)
กลับสู่หน้าหลัก
Q-CON ตั้งบริษัทย่อย "คิว-คอน อีสเทอร์น" มูลค่าลงทุนกว่า 800 ล้านบาท คาดสามารถเริ่มผลิตสินค้าป้อนตลาดได้ภายในไตรมาส 3 ปี48 รองรับแผนการผลิตป้อนตลาด 9-10 ล้านตารางเมตร ดันยอดขายปีหน้า พุ่ง 2-2.2 พันล้านบาท
นายพยนต์ ศักดิ์เดชยนต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ควอลิตี้คอนสตรัคชั่นโปรดัคส์ จำกัด (มหาชน) (Q-CON) เปิดเผยว่า มติที่ประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2547 ของบริษัท เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2547ว่าได้อนุมัติให้จัดตั้งบริษัทย่อย จำนวน 1 บริษัท นั้น ขณะนี้บริษัทได้ดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทย่อยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
โดยบริษัทดังกล่าวชื่อ บริษัท คิว-คอน อีสเทอร์น จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2547 ทะเบียนเลขที่ 0147354700659 มีทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท แบ่งเป็น 10 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 10 บาท ทุนชำระแล้ว 75 ล้านบาท โดยบริษัทถือหุ้นในบริษัทย่อยในสัดส่วน 99.99%
สำหรับผู้ถือหุ้นประกอบด้วย บริษัท ควอลิตี้คอนสตรัคชั่น โปรดัคส์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 9,999,993 หุ้น นายอนันต์ อัศวโภคิน 1 หุ้น นายพงส์ สารสิน 1 หุ้น นายนพร สุนทรจิตต์เจริญ 1 หุ้น นายจุมพล มีสุข 1 หุ้น นายชัยรัตน์ธรรมพีร 1 หุ้น นายพยนต์ ศักดิ์เดชยนต์ 1 หุ้น นายอดิศักดิ์อธิราษฎร์กูล 1 หุ้น รวม 10 ล้านหุ้น
ขณะที่รายชื่อคณะกรรมการบริษัท มีดังนี้ นายอนันต์ อัศวโภคิน นายพงส์ สารสิน นายนพร สุนทรจิตต์เจริญ นายจุมพล มีสุข นายชัยรัตน์ ธรรมพีร นายพยนต์ ศักดิ์เดชยนต์ และนายอดิศักดิ์ อธิราษฎร์กุล
โดยการดำเนินธุรกิจของบริษัท คิว-คอน อีสเทอร์น จำกัด จะดำเนินกิจการผลิต และจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง ส่วนวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งเพื่อให้บริษัทย่อยเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างโรงงานผลิตอิฐมวลเบา บริษัทย่อยแผ่นผนัง และแผ่นพื้นคอนกรีตมวลเบา และคานทับหลังมวลเบาโรงงานแห่งที่ 4 ซึ่งมีกำลังการผลิตสูงสุด 3 ล้านตารางเมตรต่อปี ตั้งอยู่ที่จังหวัดระยอง โดยมีงบประมาณการก่อ สร้างโรงงานแห่งที่ 4 เป็นเงินจำนวนไม่เกิน 800 ล้านบาท แยกเป็นค่าที่ดินประมาณ 100 ล้านบาท ค่าก่อสร้างอาคารโรงงานประมาณ 150 ล้านบาท และค่าเครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับโรงงานแห่งที่ 4 ประมาณ 550 ล้านบาท
สำหรับวัตถุประสงค์การก่อตั้งบริษัทก็เพื่อที่จะขยายฐานการผลิตรองรับความต้องการผลิตภัณฑ์ดังกล่าวของตลาดที่เพิ่มขึ้นจากการขยายตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
ส่วนแหล่งเงินทุนใช้จากเงินทุนหมุนเวียน หรือเงินกู้ยืมสถาบันการเงิน โดยผลประโยชน์ที่คาดว่า จะได้รับคือขยายการดำเนินธุรกิจซึ่งสอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจหลักของบริษัท ได้แก่ การผลิตผลิตภัณฑ์อิฐมวลเบา แผ่นผนังและแผ่น พื้นคอนกรีตมวลเบา และคานทับหลังมวลเบา เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของบริษัทฯ รักษาฐานลูก ค้ารายเก่า และขยายฐานลูกค้ารายใหม่ เนื่องจากจะส่งผลให้กำลังการผลิตผลิตภัณฑ์อิฐมวลเบา แผ่นผนังและแผ่นพื้นคอนกรีตมวลเบา และคานทับหลังมวลเบาเพิ่มสูงขึ้น สามารถรองรับความต้อง การผลิตภัณฑ์ดังกล่าวที่มีความต้องการเพิ่มขึ้น เสริมสร้างความสามารถในการสร้างรายได้และความสามารถในการทำกำไรของบริษัท และผลประโยชน์จากเงินปันผล ในกรณีที่บริษัทย่อยมีการดำเนินงานที่มีผลกำไรและสามารถจ่ายเงินปันผลได้
นายกิตติ สุนทรมโนกุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและการขาย บริษัท ควอลิตี้คอนสตรัคชั่น โปรดัคส์ จำกัด(มหาชน) (Q-CON) กล่าวว่า การก่อตั้งบริษัท คิว-คอน อีสเทอร์น ซึ่งเป็นโรงงานแห่งที่ 4 ที่จังหวัดระยอง เป็นไปตามแผนงาน ของบริษัทที่ต้องการขยายกำลังการ ผลิต เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ซึ่งคาดว่าในปีหน้า บริษัทจะมีอัตราการใช้กำลังการผลิตรวมประมาณ 9-10 ล้านตารางเมตร ส่งผลให้ยอดขายรวมในปี 2548 มีสัดส่วนประมาณ 2-2.2 พันล้านบาท ซึ่งโรงงานแห่งที่ 4 จะมีกำลังการผลิต 3 ล้านตารางเมตร โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มผลิตได้ในช่วงไตรมาส 3
ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์เคจีไอ ได้ออกบทวิเคราะห์ถึงปัจจัยพื้นฐาน Q-con โดยระบุว่า จากการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสที่ 3 ผนวกกับการใช้กำลังการผลิตของโรงงานที่ 2 ที่สูงขึ้นเป็น 70% จะทำ ให้รายได้ของ Q-CON มียอดขาย ขั้นต่ำในไตรมาสที่ 3 ที่ 231,252 ล้านบาทเปรียบเทียบกับยอดขายที่ 243 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ของปีนี้ ส่วนในไตรมาสที่ 4 คาดว่าบริษัท จะสามารถใช้กำลังการผลิตจากโรงงานที่ 2 ได้ 100% น่าจะช่วยสร้างการเติบโตให้สูงขึ้นได้ต่อเนื่อง
บริษัทหลักทรัพย์เคจีไอ คาดรายได้ของบริษัทในปีนี้จะเพิ่มขึ้นสูงถึง 47% ขณะที่กำไรสุทธิจะเพิ่ม ขึ้น 41% และจากการขยายกำลังการ ผลิตของโรงงานที่ 3 ที่จะเริ่มดำเนิน การผลิตในไตรมาส 1 ปีหน้า และโรงงานที่ 4 ในไตรมาสที่ 3 ปีหน้าจะทำให้รายได้และกำไรสุทธิของ Q-CON เติบโตได้กว่าเท่าตัว นอก จากนั้น Q-CON ยังได้รับประโยชน์จากโครงการลงทุนของภาครัฐฯ เช่น การสร้างโรงแรมที่สนามบินหนองงูเห่า ก็ใช้ผลิตภัณฑ์ของ Q-CON ด้วย
ส่วนบริษัทหลักทรัพย์กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ประเมินว่า จากการที่ Q-CON มีแผนการขยายกำลังการผลิตจาก 3 ล้านตร.ม./ปี เป็น 12 ล้านตร.ม./ปี โดยโรงงานที่สองเริ่มผลิตในสิ้นไตรมาสที่สอง ส่วนโรงงานที่สามและที่สี่จะทยอยเปิดในไตรมาสแรกปี 2548 และ ไตรมาสสามปี 2548 ตามลำดับ แม้กำลังการผลิตจะเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าตัว แต่เนื่องจากคุณลักษณะเด่นของคอนกรีตมวลเบาทำให้เป็นที่ต้องการของตลาดมาก และความต้องการยังสูงกว่ากำลังการผลิต
ดังนั้น แนวโน้มในปี 2547 และปี 2548 คาดหมายว่าเติบโตสูง และโดดเด่น โดยเราคาดหมายว่า ในปี 2547 ยอดขายจะเท่ากับ 1,156 ล้านบาท ขยายตัว 58% มีกำไรจากการดำเนินงานปกติ 394 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.99 บาท ขยายตัว 52% และในปี 2548 ยอดขายจะเท่ากับ 2,022 ล้านบาท ขยายตัว 75% มีกำไรเท่ากับ 622 ล้าน บาท กำไรต่อหุ้น 1.56 บาท ขยายตัว 58%
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|