|

กรุงไทยคาร์เร้นท์ระดมทุนคืนกู้-ลุยธุรกิจเช่ารถยนต์
ผู้จัดการรายวัน(13 ตุลาคม 2547)
กลับสู่หน้าหลัก
กรุงไทยคาร์เร้นท์ แอนด์ลีส เข้าตลาดหลักทรัพย์ ตั้งบล.ซีมิโก้เป็นที่ปรึกษากระจาย 50 ล้าน หุ้นหวังนำเงินไปขยายพอร์ตรถยนต์ให้เช่า พร้อมคืนเงินกู้สถาบันการเงินวางแผนรุกหาลูกค้านักท่องเที่ยวทั้งต่างชาติ-คนไทยที่ต้องการเช่ารถยนต์ในช่วงเวลาสั้น
รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์(ก.ล.ต.)แจ้งว่าเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2547 ที่ผ่านมา สำนักงาน ก.ล.ต.ได้เริ่มนับหนึ่งแบบรายการแสดงข้อมูล(ไฟลิ่ง)หุ้นบริษัทกรุงไทย คาร์เร้นท์แอนด์ ลีสซึ่งจะเข้าจดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและได้แต่งตั้งให้บริษัทหลักทรัพย์ซีมิโก้เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
ทั้งนี้บริษัทกรุงไทยคาร์เร้นท์ แอนด์ลีสมีทุนจดทะเบียน 250 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 250 ล้านหุ้นมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาทและมีทุนที่ชำระแล้ว 200ล้านบาทโดย บริษัทจะเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนจำนวน 50 ล้านหุ้นคิดเป็น 20% ของทุนชำระแล้วโดยเงินที่ได้จาก การระดมทุนจะนำไปขยายพอร์ตรถยนต์ให้เช่าคืนเงินกู้ยืมสถาบันการเงิน และเป็นเงินทุนหมุนเวียนของกิจการบริษัทกรุงไทยคาร์เร้นท์ แอนด์ลีสดำเนินธุรกิจให้บริการเช่ารถยนต์แก่ลูกค้าทั้งหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ บริษัทเอกชนรวมถึงลูกค้าบุคคลทั่วไป โดยผลการดำเนินงานที่ผ่านมาในปี2546 มีรายได้จำนวน 426.50 ล้านบาทและมีกำไรสุทธิ 34.80 ล้านบาทเทียบกับครึ่งปีแรกของปี 2547 ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2547 บริษัทมีรายได้รวม 255.48 ล้านบาทและกำไรสุทธิ 28.35 ล้านบาท
สำหรับแผนงานในอนาคตบริษัทจะขยายบริการให้เช่ารถยนต์ระยะสั้นไปยังลูกค้าประเภทนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ลูกค้าคนไทยที่ต้อง การเช่ารถเพื่อใช้ท่องเที่ยวรวมถึงลูกค้า ประเภทองค์กรที่ต้องการเช่ารถให้แก่ผู้บริหารเช่น การเช่ารถประเภทตู้อเนกประสงค์ เพื่อใช้เดินทางสำหรับผู้ บริหารซึ่งรถประเภทดังกล่าวมีให้เช่าค่อนข้างน้อยในตลาด,การขยายบริการ รถทดแทนให้แก่บริษัทรถเช่าอื่นที่ขาด แคลนรถเนื่องจากบริษัทมีข้อได้เปรียบ จากการที่มีรถให้เช่าจำนวนมากและยังมีแผนขยายบริการเช่ารถระยะยาวแก่ลูกค้าประเภทองค์กรที่ต้องการระดับการให้บริการสูงกว่ามาตรฐานเช่นต้องเปลี่ยนรถทดแทนภายใน 24 ชั่วโมงหรือการประกันภัยที่มีความคุ้มครองสูงกว่าการทำประกันทั่วไป
สำหรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นของบริษัทนั้นจะมีกลุ่มจันทรเสรีกุล ถือเกือบ 100% โดยถือหุ้นทั้งสิ้น 94% แต่หลังจากที่กระจายหุ้นแก่ประชาชนทั่วไปแล้วสัดส่วนการถือหุ้น จะลดลงเหลือ 75.20% โดยบริษัทมี นโยบายการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่เกินกว่า 60% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคล และสำรองตามกฎหมายในแต่ละปี
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|