|

ยูเอ็มไอเร่งเครื่องบุกสินค้าพรีเมียมเพิ่มกำลัง30%-ปรับราคาขายใหม่
ผู้จัดการรายวัน(12 ตุลาคม 2547)
กลับสู่หน้าหลัก
"สหโมเสคฯ" เตรียมปรับราคาสินค้าพรีเมียมอีก 2-3% หลังปรับไปช่วงปีที่ผ่านมา 10% ยอมรับต้องเจอต้นทุนวัตถุดิบ-แก๊ส-ค่าไฟฟ้าขึ้น ด้านรายได้จากการขายคาดทั้งปีทำได้ 2,400 ล้านบาท พร้อมทุ่มงบอีก 1,000 ล้านบาท ติดตั้งเตาเผาใหม่ คาดกลางปี 48 กำลังการผลิต รวมเพิ่มเป็น 2.2 ล้านตร.ม.ต่อเดือน พร้อมเตรียมปรับปรุง 4 โรงงานให้เสร็จในอีก 2 ปี ดันรายได้จากสินค้าพรีเมียม 30% ควบคู่กับการโหมขยาย ตลาดส่งออก เชื่อตลาดปีหน้ายังโต เหตุความต้องการในตลาดเพิ่ม 10% ทุกปี
นางสาวปวีณา เหล่าวิวัฒน์วงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน)หรือ UMI ผู้ผลิตและจำหน่ายกระเบื้องปูพื้น "ดูรา-เกรส" เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมปรับขึ้นราคาสินค้า เฉพาะในส่วนของสินค้าพรีเมียม หรือสินค้าราคา สูงขึ้นอีก แต่ในส่วนของสินค้าที่เป็น สินค้ามาตรฐานในตลาดใหญ่ทั่วไป (ตลาดล่าง)จะยังคงราคาไว้เท่าเดิม ซึ่งในส่วนของราคาสินค้าพรีเมียมที่ผ่านมาได้ปรับขึ้นไปบ้างแล้วในบางสินค้า ประมาณ 2-3% ของราคา สินค้าเดิม ขณะที่ในปี 2546 บริษัทได้ปรับขึ้นราคาสินค้าทุกประเภทไปแล้ว 10% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากต้นทุนในการผลิตที่สูงขึ้น เช่น แก๊ส ,วัตถุดิบ และค่าไฟฟ้า ซึ่งเป็นต้นทุนหลักในการผลิตกระเบื้อง
"ค่าใช้จ่ายที่เกิดจากค่าไฟฟ้า และค่าแก๊สนั้นคิดเป็นต้นทุนในการ ผลิตอยู่ที่ 25% วัตถุดิบถือว่าเป็นอีกส่วนหนึ่งที่มีผลกับต้นทุนการผลิตอย่างมาก สำหรับต้นทุนทางด้านราคาน้ำมันในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งมีสัดส่วนเพียง 7% เท่านั้น ดังนั้นแม้ว่าราคาน้ำมันในตลาดจะปรับขึ้นในช่วงต้นปีหน้า ก็ไม่ได้ส่งผลต้นทุนของสินค้าแต่อย่างใด" นางสาวปวีณากล่าว
ในด้านของยอดขายในปี 2547 นางสาวปวีณากล่าวว่าได้ตั้งเป้าจะมีรายได้ประมาณ 2,400 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากการขายให้แก่ลูกค้าตลาดบ้านใหม่สัดส่วน 30-40% และในส่วนกลุ่มลูกค้าที่ปรับปรุงบ้านใหม่อีก 60-70% ซึ่งเป็นฐานรายได้หลักของบริษัท เนื่องจากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเป็นกลุ่มที่สร้างรายได้ให้แก่บริษัทถึง 100% สำหรับสาเหตุที่ทำให้รายได้ปีที่ผ่านมาเติบโต ส่วนใหญ่เป็นผลกำไรจากการปรับโครงสร้างหนี้ประมาณ 1,000 ล้านบาท โดยตัวเลขหนี้สินต่อทุน (D/E )หลังปรับโครงสร้างแล้วเสร็จต่ำกว่า 1 เท่า และจะทำให้บริษัท มีความสามารถที่จะจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นได้ ตามนโยบายจะจ่ายเงินปันผลในสัดส่วน 50% ของกำไรสุทธิ
ในส่วนของแผนการขยายตลาด บริษัทมีแผนเพิ่มกำลังการผลิต โดยอยู่ระหว่างการติดตั้งเตาเผาใหม่จำนวน 3 เตา ซึ่งแต่ละเตาจะสามารถเพิ่มกำลัง การผลิตได้ 3 แสนตร.ม.ต่อเตาต่อเดือน ใช้เงินลงทุน ในการติดตั้งประมาณ 1,000 ล้านบาท คาดว่าเตาเผา แรกจะเริ่มติดตั้งภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ ทำให้เมื่อ ติดตั้งครบทั้งหมดภายในกลางปี 2548 กำลังการผลิตรวมของบริษัทจะเพิ่มเป็น 2.2 ล้านตร.ม.ต่อเดือน จากกำลังการผลิตกระเบื้องในปัจจุบัน 1.2 ล้านตร.ม. ต่อเดือน
ปัจจุบัน บริษัทแบ่งสัดส่วนในการผลิตกระเบื้อง ออกเป็น 2 ชนิดคือ กระเบื้องปูพื้น 75% และกระเบื้องบุผนัง 25% โดยแบ่งเป็นสัดส่วนในการผลิต สินค้าพรีเมียม 10% และสินค้ามาตรฐาน(กระเบื้องราคาถูก) 90% และตามแผนจะมีการเพิ่มกำลังการผลิตในส่วนของสินค้าพรีเมียมเพิ่มขึ้น 30% ในปี 2458 โดยการจะทำการปรับปรุงโรงงานเดิมที่มีอยู่ทั้ง 4 แห่ง ให้สามารถผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ และมีกำลังการผลิตที่สูงขึ้น โดยเฉพาะสินค้าพรีเมียม ซึ่งบริษัทจะเน้นการผลิตให้มากขึ้น เพื่อเป็นการลดต้นทุนในการ ผลิต ขณะเดียวกัน จะส่งเสริมให้บริษัทมีรายได้จาก การขายที่สูงขึ้นจากมูลค่าของสินค้า ซึ่งในการปรับ ปรุงครั้งนี้จะใช้งบประมาณในการปรับปรุงทั้งสิ้น 500 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถปรับปรุงโรงงานทั้ง 4 ให้เสร็จได้ภายใน 2 ปีนี้ ส่งผลให้โรงงานที่ปรับปรุงใหม่ จะมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอีก 10%
ปัจจุบัน บริษัทมีส่วนแบ่งตลาดรวมอยู่ที่ 15 % และหากเพิ่มกำลังการผลิตได้ตามเป้าที่วางไว้ จะทำให้ ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มเป็น 18% นอกจากนี้บริษัทเตรียม ผลักดันสินค้าส่งออกไปต่างประเทศให้มากขึ้น จากเดิมที่มีมูลค่าส่งออกเพียง 15% โดยแบ่งเป็นสินค้ากระเบื้องปูพื้นมาตรฐานประมาณ 5% และเป็นกระเบื้องพรีเมี่ยม 10%
"แนวโน้มของตลาดกระเบื้องในปี 2548 นั้น เชื่อว่าตลาดวัสดุก่อสร้างจะยังมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในส่วนของตลาดกระเบื้อง ปกติแล้วความ ต้องการของลูกค้าในตลาดจะเพิ่มขึ้น 10 % ของทุกปี" นางสาวปวีณากล่าว
นอกจากนี้ บริษัทยังได้เปิดตัวโฆษณาใหม่อีกครั้ง เพื่อเป็นการตอกย้ำตราสินค้าของบริษัท หลังจาก ในช่วงก่อนหน้านี้ยังไม่ได้ทำการโฆษณาผ่านสื่อทีวี ซึ่งนับจากปีนี้เป็นต้นไป จะมีการออกโปรโมชันและโฆษณาประชาสัมพันธ์ออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยใช้งบ ในการทำการตลาดประมาณ 50 ล้านบาทของทุกปี
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|