"เวิร์คพอยท์ฯ" ฮอตจริงเหนือจอง12%สวนดัชนี


ผู้จัดการรายวัน(30 กันยายน 2547)



กลับสู่หน้าหลัก

"ปัญญา" โล่งอกหุ้น WORK ฮอตราคายืนเหนือจองได้ 12% หลังพุ่งไปถึง 22.80 บาทท่ามกลางปัจจัยลบตรึมทั้งน้ำมันแพง-หวัดนกรอบสอง "โสภาวดี" หวังเวิร์คพอยท์กระตุ้นรายอื่นเข้าเร็วขึ้นหลัง "กันตนา-สหมงคลฟิล์ม" จ่อคิวมานาน บิ๊กบลจ.กสิกรไทยปรับเป้าผลการดำเนินงานบจ.เหลือโต 10% ปลอบหวัดนกไม่ทำแพนิก เหมือนรอบแรก พร้อมชี้แจงกองทุนขายหุ้นเพื่อปรับพอร์ต และยังตุนเงินจองหุ้นไทยออยล์-อสมท ด้านต่างชาติเริ่มขายสุทธิ 30 ล้านบาท

วานนี้ (29 ก.ย.) หุ้นบริษัทเวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ (WORK) เจ้าของรายการเกมโชว์ดัง "เกมทศกัณฐ์" "แฟนพันธุ์แท้" ฯลฯ เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เป็นวันแรก ท่ามกลางสถานการณ์ตลาดหุ้นไทยที่ทรุดตัวลงมาตลอดหลังจากงานโรดโชว์ ไทยแลนด์โฟกัส 2004 เสร็จสิ้น และบรรยากาศการลงทุนยังเต็มไปด้วยปัจจัยร้ายคอยปกคลุมทั้งไข้หวัดนก และน้ำมันแพง แต่ราคาหุ้น WORK เปิดตลาดได้ที่ระดับ 22.50 บาท สูงกว่าราคาจองที่ระดับ 15 บาท

นอกจากนี้ ยังมีแรงซื้อเข้ามาต่อเนื่องทำให้ราคาหุ้นทะยานขึ้นไปสูงสุดถึงที่ระดับ 22.80 บาท ก่อนจะถูกแรงขายทำกำไรจนราคาปรับตัวลงไปต่ำสุดที่ 16.80 บาท และปิดตลาดไปที่ระดับ 17.20 บาท หรือเหนือราคาจองเพียง 12% ด้วยมูลค่าการซื้อขายเป็นอันดับ 1 ที่ 1,747 ล้านบาท

นายปัญญา นิรันดร์กุล กรรมการผู้จัดการบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า พอใจกับราคาวันแรกที่ปรับตัวขึ้นมาสูงกว่าราคาจอง ในช่วงที่ภาวะตลาดหุ้นได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นและไข้หวัดนก แสดงให้เห็นว่านักลงทุนมีความเชื่อมั่นในหุ้นของบริษัทจากการที่บริษัทไม่มีหนี้สิน ทำให้ไม่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายรวมทั้งบริษัทยังจะจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นภายในปลายปีนี้ซึ่งในอนาคตตั้งเป้าหมายจะพัฒนาบริษัทให้เป็นบริษัทที่มีธรรมาภิบาลที่ดีโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้

นางสาวสุวภา เจริญยิ่ง กรรมการผู้จัดการบริษัทหลักทรัพย์ ธนชาติ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินเปิดเผยว่า พอใจกับราคาหุ้นในวันแรก การที่ราคาหุ้นปรับตัวสูงกว่าราคาจองนั้นเป็นผลมาจากความสามารถในการดำเนินธุรกิจที่เติบโตโดยบริษัทเวิร์คพอยท์ถือได้ว่าเป็นผู้นำในด้านเกมโชว์ ที่มีลูกค้าที่หลากหลาย

นางสาวโสภาวดี เลิศมนัสชัย ประธานศูนย์ระดมทุนและตลาดหลักทรัพย์ใหม่ เปิดเผยว่าหุ้นกลุ่มบันเทิงยังเป็นกลุ่มที่นักลงทุนให้ความสนใจซึ่งเห็นได้จากการซื้อขายในวันแรกของหุ้นบริษัทเวิร์คพอยท์ที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนถือเป็นสัญญาณว่าบริษัทที่กำลังจะเข้ามาซื้อขายในตลาดต้องเร่งเตรียมตัวเพื่อเข้ามาจดทะเบียนเร็วขึ้น ซึ่งในปีหน้าจะมีหุ้นกลุ่มบันเทิงหลายบริษัทเตรียมเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เช่น บริษัทกันตนา กรุ๊ป และบริษัทสหมงคล อินเตอร์เนชั่นแนล

ด้านภาวะตลาดวานนี้ (29 ก.ย.) ดัชนีแม้รีบาวนด์ ยืนแดนบวกได้แต่สุดท้ายก็ซึมลงและไม่สามารถยืนในแดนบวกได้ โดยปิดตลาดที่ระดับ 636.57 จุด ลดลง 1.32 จุด มูลค่าการซื้อขาย 12,226.36 ล้านบาท

ด้านนักลงทุนต่างชาติเริ่มขายสุทธิ 28.95 ล้านบาท นักลงทุนสถาบันขายสุทธิ 278.09 ล้านบาท และนักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิ 307.04 ล้านบาท

นางสาวโสภาวดี กล่าวว่า ภาวะตลาดในช่วงนี้ยังถูกปกคลุมด้วยปัจจัยลบทั้งเรื่องราคาน้ำมันและไข้หวัดนกที่กลับมาระบาดอีกครั้ง อย่างไรก็ตามในส่วนของนักลงทุนต่างชาติเองยังคงมียอดซื้อสุทธิอย่างต่อเนื่องหลังจากการจัดงานไทยแลนด์โฟกัสที่ผ่านมา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าความเชื่อมั่นเริ่มกลับมามากขึ้น ถึงแม้ว่าจะมีการขายสลับออกมาบ้างแต่ก็ถือว่าเล็กน้อยเท่านั้น โดยนักลงทุนต่างชาติจะมองที่มูลค่าของหุ้นมากกว่าปัจจัยระยะสั้นที่เข้ามากระทบ

ด้านนางดัยนา บุญนาค กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.)กสิกรไทย กล่าวว่า แม้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องจนแตะระดับ 50 เหรียญสหรัฐต่อบาเรลล์ แต่ยังมั่นใจว่าผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนโดยรวมทั้งปีของปีนี้จะมีอัตราการเติบโตประมาณ 30% ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่บริษัท ตั้งไว้ที่ 25% ส่วนปีหน้าคาดว่าผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนโดยรวมจะมีอัตราการเติบโตลดลง เหลือประมาณ 10% ซึ่งเป็นการปรับลดประมาณการ ลงจากเดิมที่คาดการณ์การเจริญเติบโตที่ 15-20% เนื่องจากจะได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น

นางดัยนา กล่าวว่า ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นน่าจะเป็นเพียงระยะสั้น โดยครึ่งปีหลังราคาน้ำมันเฉลี่ย อยู่ที่ 42 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล แต่หากเฉลี่ยทั้งปีแล้วคาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 38 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งจะทำให้จีดีพีเติบโตได้ที่ระดับ 6%

ส่วนปีหน้าคาดว่าราคาน้ำมันน่าจะผ่อนคลายลง โดยเฉลี่ยทั้งปีน่าจะอยู่ที่ระดับ 32 เหรียญสหรัฐ ต่อบาร์เรล ซึ่งจะทำให้จีดีพีอยู่ที่ 5.6% แต่หากราคาน้ำมันเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 37 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จีดีพีจะลดลงอยู่ที่ 4.7% โดยประเมินว่าราคาน้ำมัน ที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 5 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จะส่งผลกระทบต่อจีดีพีประมาณ 0.9%

นางดัยนา กล่าวถึงสถานการณ์ไข้หวัดนกว่า ไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นอย่างรุนแรงเหมือน ในครั้งที่ผ่านมา เนื่องจากไม่ใช่เรื่องใหม่ ทุกคนรู้ข้อมูล รู้วิธีการจัดการแล้ว อยู่ที่ว่ารัฐบาลจะสามารถควบคุม สถานการณ์ได้ดีเพียงใดเท่านั้น

"ตลาดหุ้นไทยถือว่ามีความน่าสนใจอยู่มาก เพราะตั้งแต่ต้นปีมาตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงมากที่สุดเมื่อเทียบกับตลาดอื่นในภูมิภาค ขณะที่ P/E อยู่ต่ำกว่า 10 เท่า หนี้สินต่อทุนของบจ.ต่ำกว่า 1 เท่า แสดงให้เห็นถึงศักยภาพทางการเงินที่แข็งแกร่ง และจีดีพียังโตที่ระดับ 5-6% ถือว่าสูงอยู่" นางดัยนากล่าว

ส่วนการขายสุทธิอย่างต่อเนื่องของนักลงทุนสถาบันในประเทศตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น นักลงทุนไม่ควรนำมาเป็นตัววัดว่าตลาดหุ้นไทยไม่น่าสนใจลงทุน เพราะการขายของนักลงทุนสถาบันมีสาเหตุหลายอย่าง โดยเฉพาะการปรับพอร์ตการลงทุน ซึ่งส่วนใหญ่กองทุนจะถือหุ้นเต็มพอร์ต เมื่อหุ้นที่ถืออยู่ราคาสูงขึ้นก็ต้องขายเพื่อซื้อหุ้นตัวใหม่ รวมทั้งการขายเพื่อเก็บเงินรอซื้อหุ้นไอพีโอที่กำลังจะขาย อย่างเช่นไทยออยล์ หรือ อสมท และยังมีการไถ่ถอนหน่วย หรือการจ่ายเงินปันผล ที่ทำให้กองทุนจำเป็นต้องขายหุ้นออกมา ทั้งที่บางครั้งไม่อยากขาย


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.