แก้ไขแผน TPI ผ่านฉลุยเจ้าหนี้โหวตรับ 99.8%


ผู้จัดการรายวัน(28 กันยายน 2547)



กลับสู่หน้าหลัก

เจ้าหนี้ทีพีไอโหวตรับแผนฟื้นฟูฯฉบับแก้ไข 99.8% ของเจ้าหนี้ที่ร่วมโหวตเพียง 68% ถือว่าเจ้าหนี้ให้การสนับสนุน ตามที่แผนฟื้นฟูฯระบุไว้ว่าเจ้าหนี้ต้องลงคะแนนสนับสนุน 75% ของมูลหนี้ที่มาลงคะแนนเสียง โดยจพท.นัดประชุมเจ้าหนี้ทั้งหมดโหวตอีกครั้งในวันที่ 12 ต.ค.นี้ ด้านผู้บริหารลูกหนี้ยืนยันค้านการแก้ไขแผนฯในชั้นศาล

วานนี้ (27 ก.ย.) คณะกรรมการ เจ้าหนี้ บริษัท อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) (ทีพีไอ) ได้กำหนดการลงคะแนนเพื่อรองรับ แผนฟื้นฟูกิจการฉบับแก้ไขของเจ้าหนี้ ทางการเงินทั้งไทยและต่างประเทศ 140 รายทางโทรสารที่ประเทศฮ่องกง โดยมีการให้เจ้าหนี้ร่วมโหวตแก้ไขแผนฟื้นฟูฯดังกล่าวจำนวน 68% ของมูลหนี้ 2,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเจ้าหนี้ได้เห็นชอบกับการแก้ไขแผนฯคิดเป็นสัดส่วน 99.8% ของเจ้าหนี้ที่ร่วมลงคะแนน ส่วนเจ้าหนี้ที่ไม่ร่วมลง มติโหวตถือว่าสละสิทธิ์

ดังนั้น ถือว่าการโหวตครั้งนี้เจ้าหนี้ได้ให้การสนับสนุนการแก้ไขแผนฟื้นฟูฯ เพราะตามข้อกำหนด ในแผนฟื้นฟูฯทีพีไอ ระบุว่า การแก้ไขรายละเอียดของแผนฟื้นฟูฯจะต้องได้รับเสียงสนับสนุนจากเจ้าหนี้ทางการเงินไม่น้อยกว่า 75% ของมูลหนี้ที่มาลงคะแนนเสียง

หลังจากเจ้าหนี้ทางการเงินลงมติเห็นชอบแผนฟื้นฟูฯฉบับแก้ไขแล้ว ทางเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ (จพท.)ก็จะดำเนินการเรียกประชุมเจ้าหนี้ทั้งหมด เพื่อลงมติโหวตตามกฎหมายในวันที่ 12 ต.ค. โดยการประชุมดังกล่าวจะต้องได้รับเสียงสนับสนุนจากเจ้าหนี้เกิน 50% ก็ถือว่าแผนฟื้นฟูฯฉบับแก้ไขผ่านความเห็นชอบแล้ว ซึ่งจพท.จะยื่นคำร้องต่อศาลล้มละลายกลาง เพื่อพิจารณาอนุมัติก่อนที่จะปฏิบัติตามแผนฯในวันที่ 1 พ.ย.นี้

การโหวตครั้งนี้ถือว่าเป็นไปตามคาดหมาย ซึ่งก่อนหน้านี้นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารทีพีไอ มีความเชื่อมั่นว่าเจ้าหนี้คงจะโหวตสนับสนุนแผนฟื้นฟูฯฉบับแก้ไขที่มีตัวแทนกระทรวงการคลังเป็นผู้บริหารแผนฯ เนื่องจากคณะกรรมการเจ้าหนี้ได้ร่วมหารือกับคณะผู้บริหารแผนฯในการร่างแผนฟื้นฟูฯดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม นายประชัย ในฐานะผู้บริหารลูกหนี้ ยืนยันจะต้องยื่นคัดค้านการแก้ไขแผนฟื้นฟูฯดังกล่าวในศาลล้มละลายกลาง และหากศาลฯเห็นชอบแผนฟื้นฟูฉบับแก้ไข ก็จะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาต่อไป

นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า เชื่อว่าหลังจากนี้ ลูกหนี้จะต้องยื่นคัดค้านในชั้นศาลล้มละลายกลางและแผนฟื้นฟูฉบับใหม่ก็ต้องสะดุด หรือหากผ่านไปได้ก็ต้องเจอกับปัญหาการเพิ่มทุนที่ตอนนี้ยังหาพันธมิตรไม่ได้ เพราะขณะนี้ยังไม่สามารถเจรจาตกลงเรื่องราคาได้

นอกจากนี้ ราคาหุ้น TPI ปรับเพิ่มขึ้นมาเกินมูลค่าที่เหมาะสม จึงแนะนำให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงการลงทุน เพราะแนวโน้มในอนาคตหากแผนฟื้นฟูฯฉบับใหม่ได้รับการเห็นชอบ บริษัทฯจะต้องเพิ่มทุนซึ่งจะส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นในกระดาน และอัตรากำไรต่อหุ้นต้องลดลงจากปัจจุบัน

ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น TPI วานนี้ (27 ก.ย.) เปิดตลาด 8.10 บาท มีแรงซื้อเข้ามาอย่างหนาแน่น ดันราคาหุ้นวิ่งไปแตะสูงสุดของวันที่ 8.35 บาทก่อนจะมีแรงเทขายทำกำไรออกมาจนปิดตลาดที่ 7.90 บาท ลดลง 10 สตางค์ หรือ 1.25% คิดเป็นมูลค่าการซื้อขายรวม 409 ล้านบาท

สำหรับรายละเอียดแผนฟื้นฟูกิจการฉบับแก้ไข กำหนดแนวทางการชำระหนี้เงินต้นจำนวน 2,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐนั้น ทีพีไอจะนำเงินจากการ ดำเนินงานมาชำระหนี้คิดเป็น 1,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในระยะเวลา 12 ปี ส่วนอีก 900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กระทรวงการคลังจะจัดหาจากการจัดสรรขายหุ้นทีพีไอโพลีน คิดเป็นวงเงิน 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และอีก 650 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จะใช้วิธีการเพิ่มทุนเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ภายในระยะเวลา 1 ปีนับจากศาลมีคำสั่งเห็นชอบแผนฯ โดยมีแผนจะจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนให้กับปตท.ในสัดส่วน 30% และที่เหลือขายให้กับหน่วยงานสังกัดกระทรวงการคลัง

เนื่องจากทีพีไอมีตัวเลขขาดทุนสะสมจำนวนมาก จำเป็นต้องมีการลดทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้ว 78,489 ล้านบาท โดยลดมูลค่าหุ้นที่ตราไว้เดิมหุ้นละ 10 บาท เหลือ 1 บาท เพื่อล้างขาดทุนสะสม ทำให้บริษัทฯกลับมามีศักยภาพได้เหมือนเดิม และจ่ายปันผลให้ผู้ถือหุ้นได้ภายใน 2-3 ปี


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.