|

MFEC ลงขันร่วมทุน 2 พันธมิตรดันรายได้เพิ่มคาดปีนี้ฟัน 1.1พันล.
ผู้จัดการรายวัน(9 กันยายน 2547)
กลับสู่หน้าหลัก
MFEC ทุ่มงบ 10 ล้านบาท ลงทุนใน 2 บริษัทไอที เพื่อขยายการดำเนินธุรกิจวิจัยและพัฒนา หวังเจาะฐานลูกค้าหน่วยงานรัฐมากขึ้น คาดสรุปได้เดือนนี้ ตั้งเป้าสัดส่วนรายได้จากภาครัฐปี 48 เพิ่มเป็น 30-40% ของรายได้รวม ขณะที่ปีนี้คาดมีรายได้รวมกว่า 1.1 พันล้านบาท เพิ่มจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวมประมาณ 700 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 40-50%
นายศิริวัฒน์ วงศ์จารุกร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน) (MFEC) เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างเจรจาร่วมทุนกับพันธมิตรธุรกิจไอที ซึ่งมีความชำนาญในการทำธุรกิจวิจัยและพัฒนา ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 2 สัปดาห์นี้ โดยบริษัทจะเข้าไปถือหุ้นในสัดส่วนประมาณ 51% เพื่อเข้าไปมีบทบาทในการบริหาร ซึ่งจะใช้เงินลงทุนประมาณ 10 ล้านบาท โดยใช้เงินทุนจากเงินเพิ่มทุนก่อนหน้า
สำหรับแนวโน้มการทำธุรกิจของ MFEC ในช่วงต่อไปจะเน้นเข้าไปร่วมประมูลงานด้านไอทีของรัฐบาลมากขึ้น โดยในปีที่ผ่านมามีรายได้จากของรัฐบาลประมาณ 100 ล้านบาท หรือคิดเป็น 10-20% ของรายได้รวมเท่านั้น ขณะที่ในปีนี้คาดว่าจะมีงานของรัฐบาลเพิ่มขึ้นประมาณ 25-30% ของรายได้ทั้งหมด และในปี 2548 ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากการประมูลงานของรัฐบาลคิดเป็น 30-40% ของรายได้รวมทั้งหมด
ส่วนยอดรายได้รวมของบริษัทในปีนี้คาดว่าจะมีรายได้รวมประมาณ 1,000-1,100 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 40-50% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาที่มีรายได้รวม 700 ล้านบาท โดยในช่วงไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ของปีนี้ มีลูกค้าในมือประมาณ 600 ล้านบาท และ MFEC ยังจะพยายามรักษาอัตรากำไรขั้นต้นของแต่ละธุรกิจเฉลี่ยให้ได้ 30% โดยสัดส่วนกำไรขั้นต้นแบ่งออกเป็นธุรกิจพัฒนาและวางระบบ (SI) 10-20% และธุรกิจบริการและบำรุงรักษา (MS) 40-50% รวมทั้งธุรกิจบริการให้คำปรึกษาและพัฒนาระบบไอที (PS) 40-60% ซึ่งเห็นว่าสัดส่วนของธุรกิจ PS ทำรายได้ให้บริษัทเป็นจำนวนมากที่สุด
"การที่เราตั้งเป้าเข้าไปประมูลงานด้านไอทีของภาครัฐมากขึ้น เนื่องจากเป็นการขยายฐานลูกค้า และที่สำคัญงานของภาครัฐมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แม้เศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร แต่งานของรัฐก็ยังมีเพิ่มขึ้น และเรามีความเชื่อมั่นว่าจะสามารถเข้าไปประมูลงานได้ในสัดส่วนสูง เนื่องจากเริ่มมีชื่อเสียง และที่สำคัญงานโครงการใหญ่ๆของภาคเอกชนไม่ว่าจะเป็นวางระบบไอทีให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทย,เอไอเอ,กลุ่มชินวัตร หรือในส่วนของดีแทค เราก็เป็นผู้ดำเนินงาน ซึ่งภาคเอกชนให้การตอบรับเป็นอย่างดี"
สำหรับธุรกิจของ MFEC แบ่งเป็น 3 ส่วนคือ ธุรกิจบริการให้คำปรึกษาและพัฒนาระบบไอที,ธุรกิจพัฒนาและวางระบบ และธุรกิจบริการและบำรุง
ขณะที่ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2547 บริษัทมีรายได้รวม 405 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนมีรายได้รวมประมาณ 354 ล้านบาท โดยในครึ่งปีหลังคาดว่าจะปรับตัวสูงกว่าครึ่งปีแรก เนื่องจากธุรกิจไอทีช่วงครึ่งปีหลังจะมีงานเข้ามามากและสามารถทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้กว่า 500 ล้านบาท จึงทำให้มั่นใจว่ายอดขายทั้งปีโตตามเป้าที่วางไว้ โดยเฉพาะในส่วนของราชการที่จะเริ่มมีการประมูลงานสำหรับปีงบประมาณใหม่ในเดือนตุลาคม เป็นต้นไป ส่วนภาคเอกชนก็จะมีการลงทุนด้านไอทีในเดือนธันวาคม
นายศิริวัฒน์ เชื่อว่าจากจุดแข็งของบริษัทใน 3 ธุรกิจหลักที่ดำเนินการให้แก่บริษัทขนาดใหญ่ อาทิ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ธนาคารแห่งประเทศไทย บริษัทในเครือชินวัตร รวมถึงบริษัท ดีแทค ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพการทำงานของบริษัท จึงเชื่อว่างานของรัฐบาลจะเพิ่มเข้ามามากขึ้น โดยที่เหลืออีกประมาณ 75% ยังเป็นส่วนของการรับงานจากภาคเอกชน
ปัจจุบันบริษัทได้มีการทดลองธุรกิจดิจิตอลคอนเทนต์ ซึ่งได้เป็นพาร์ตเนอร์กับหลายบริษัท ได้แก่ ซีเอ็ด อาร์เอส และบีอีซี ซึ่งเชื่อว่าหากได้รับการตอบรับจะทำรายได้ให้กับบริษัทในช่วงปีหน้า โดยในส่วนของการลงทุนในธุรกิจเกมบนมือถือในต่างประเทศ ขณะนี้บริษัทได้มีลอนส์เกมใหม่ 3 เกมในประเทศจีน และ 9 เกมในไต้หวัน รวมถึงเดือนหน้าจะมีการลอนส์เกมในประเทศอินโดนีเซียด้วย ซึ่งการทดลองตลาดดังกล่าวทำให้บริษัทรู้ว่าประเทศไหนได้รับการตอบรับที่สูง
โดยในส่วนของการลงทุนในบริษัท พรอมท์นาว ที่เพิ่งเข้าควบรวมกิจการขณะนี้ยังไม่สามารถรับรู้รายได้ในปีนี้ โดยบริษัทยังมีแผนเข้าลงทุนในช่วงครึ่งปีหลังอีก 2 บริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับอีบิซิเนส เพื่อส่งเสริมธุรกิจของบริษัทให้มีความแข็งแกร่ง มากยิ่งขึ้น โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 2 สัปดาห์
นอกจากนี้ ในสิ้นปีนี้อาจมีการจ่ายเงินปันผลให้แก่นักลงทุนซึ่งอาจจะจ่ายในอัตรา 100% ของกำไรสุทธิเช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา ซึ่งต้องรอการประชุมพิจารณาจากคณะกรรมการของบริษัทอีกครั้ง
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|