TMBนำขึ้นดอกเบี้ย แบงก์อื่นยันตรึงต่อ-ไม่หวั่นเงินไหลออก


ผู้จัดการรายวัน(3 กันยายน 2547)



กลับสู่หน้าหลัก

แบงก์ทหารไทยปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 6 เดือน - 12 เดือนขึ้นอีก 0.25% มีผล 1 กันยายน 2547 เพื่อรองรับการขยายตัวของสินเชื่อหลังจากควบรวมกับ "ดีบีเอส ไทยทนุ-ไอเอฟซีที" ส่วนนายแบงก์อื่นเชื่อเป็นการปรับฐานเงินฝากหลังการควบ รวมเท่านั้น คงไม่จุดกระแสปรับขึ้นดอกเบี้ยให้แก่ระบบ ยอมรับเงินฝากบางส่วนอาจไหล ไปยังแบงก์ทหารไทยได้ ยืนยันไม่ปรับตามอย่างแน่นอน

นายสุภัค ศิวะรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่ บริหาร ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า ธนาคารได้ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 6 เดือน ขึ้นอีก 0.25% เป็น 1.25% ต่อปี จากเดิมที่ธนาคารคิดอัตราดอกเบี้ยที่ 1.00% ต่อปี และขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 12 เดือน ขึ้นอีก 0.25% เป็น 1.50% ต่อปี โดยมีผลตั้งแต่ วันที่ 1 กันยายน 2547 เป็นต้นไป

"การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารในครั้งนี้ เพื่อรองรับการขยายตัวของสินเชื่อของธนาคาร หลังการควบรวมกิจการระหว่างสถาบันการเงินทั้ง 3 แห่ง โดยธนาคารคาดว่าจะสามารถขยายสินเชื่อได้สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ประมาณ 2,000 - 3,000 ล้านบาท" นายสุภัค กล่าว

ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคารประเภทออมทรัพย์อยู่ที่อัตรา 0.75% ต่อปี เงินฝากประจำ 3 เดือนอยู่ที่ 1.00% ต่อปี เงินฝากประจำ 6 เดือน อยู่ที่ 1.25% ต่อปี เงินฝากประจำ 12 เดือน อยู่ที่ 1.50% ต่อปี และเงินฝากประจำ 24 เดือนอยู่ที่ 1.75% ต่อปี

นายธวัชชัย ยงกิตติกุล เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า การปรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ขึ้นอยู่กับสภาพคล่อง และกลยุทธ์การบริหารงานของแต่ละแห่ง โดยภาพรวมสภาพคล่องในระบบขณะนี้ยังมีอยู่เป็นจำนวนมากประมาณ 500,000 ล้านบาท ทั้งนี้ เชื่อว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์จะมีการปรับขึ้นทั้งอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและอัตราดอกเบี้ยเงินกู้

นายเดชา ตุลานันท์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า ในช่วง 1-2 วันนี้ ธนาคารจะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยทั้งเงินกู้และเงินฝากทั้งระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งอัตราดอกเบี้ยคงจะทรงตัวในระดับนี้ไประยะหนึ่งก่อน ทั้งนี้จะต้องมีการหารือร่วมกันของผู้บริหารธนาคารก่อน

นายธงชัย เจริญสิทธิ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด(มหาชน) KBANK กล่าวว่า ธนาคารยังไม่มีนโยบายปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากในระยะนี้ เนื่องจากสภาพคล่องของธนาคารยังมีอยู่สูงและมีการเพิ่มของเงินฝากเข้ามาอย่างต่อเนื่อง หากจะมีการปรับขึ้นน่าจะอยู่ในช่วงหลังปี 2548 ไปแล้วตามแนวโน้มที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ได้ประกาศออกมา

"ธนาคารกสิกรไทยจะยังไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้ แม้ว่าธนาคารทหารไทยจะปรับดอกเบี้ยไปแล้วก็ตาม แต่การปรับควรจะปรับขึ้นทั้ง 2 ขา คือ เงินฝากและเงินกู้ด้วย และเชื่อว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อระบบธนาคารพาณิชย์เพียงเล็กน้อย เพราะจะมีเงินฝากบางส่วนไหลไปที่ธนาคารทหารไทย แต่คงเป็นปริมาณที่ไม่มากนัก" นายธงชัย กล่าว

นางชาลอต โทณวณิก ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) BAY กล่าวว่า ขณะนี้ธนาคารยังไม่มีความจำเป็นในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากสภาพคล่องของธนาคารยังคงมีอยู่ในระดับสูง และในส่วนของคณะกรรมการธนาคารเองก็ยังไม่ได้มีการหารือเรื่อง นี้แต่อย่างใด

ในส่วนของธนาคารทหารไทยที่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 3 เดือน และ 6 เดือน 0.25% นั้น เนื่องจากต้องการปรับฐานโครงสร้างเงิน ฝากภายในภายหลังจากที่มีการควบรวมกิจการของ ธนาคารดีบีเอส ไทยทนุ จำกัด (มหาชน) DTDB และบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (IFTC) และไม่ได้เป็นสัญญาณว่าดอกเบี้ยในระบบธนาคารพาณิชย์จะปรับขึ้น

"ขณะนี้ยังไม่มีการคุยกันในส่วนของผู้บริหาร และคณะกรรมการเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และหากจะมีการปรับขึ้นก็จะต้องดูทิศทางจากธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่เป็นหลัก และการที่ธนาคารทหารไทยปรับขึ้นครั้งนี้เป็นเพียงการปรับฐานโครง สร้างเงินฝากหลังการควบรวมเท่านั้น" นางชาลอต กล่าว

นายอนุสรณ์ ธรรมใจ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและวางแผน ธนาคารไทยธนาคาร กล่าวว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารทหารไทยน่าจะเป็นการปรับฐานเงินฝากหลังจากควบรวมกิจการ โดยที่เงินฝากในระบบบางส่วนอาจมีการไหลไปยังธนาคารทหารไทยบ้าง แต่เชื่อว่าคงเป็นปริมาณไม่มากนัก ซึ่งการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนั้นถือเป็น การบริหารสภาพคล่องของธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่ง และเชื่อว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อระบบมากนัก หากธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ไม่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตาม

"ธนาคารไทยธนาคารอาจจะนำเรื่องนี้เข้าหารือกับคณะกรรมการภายในเดือนนี้ และเชื่อว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารทหารไทยไม่มีส่วน ทำให้การดำเนินธุรกิจของธนาคารต้องเสียเปรียบแต่ อย่างใด เนื่องจากโครงสร้างเงินฝาก และโครงสร้างการปล่อยสินเชื่อยังเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ไทยธนาคารจะยังคงอัตราดอกเบี้ยในระดับเดิมไว้ก่อน เนื่องจากสภาพคล่องของธนาคารยังอยู่ในระดับสูง" นายอนุสรณ์ กล่าว

นางสาวอังคณา สวัสดิ์พูน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารนครหลวงไทย กล่าวว่า ธนาคารยังไม่พิจารณาที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก เนื่องจากเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ธนาคารได้รับเงินจำนวน 44,000 ล้านบาท จากการไถ่ถอนตั๋ว AMC NOTE ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินทำให้ธนาคารมีสภาพคล่องในการปล่อยสินเชื่อได้

นางสาวอังคณา กล่าวว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่จะเป็นตัวส่งสัญญาณ โดยหากมีการปรับขึ้นก็จะทำให้ธนาคาร ขนาดกลางและเล็กปรับตาม แต่พิจารณาจากสภาพ คล่องในระบบที่ยังมีเหลือ มั่นใจว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากในปีนี้ จะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง โดยอย่างเร็วจะเห็นในไตรมาส 1 ของปีหน้า

"การที่ธนาคารทหารไทยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประเภท 6 เดือน ไม่ได้เป็นตัวส่งสัญญาณถึงทิศทางอัตราดอกเบี้ยของแบงก์อื่น ทั้งนี้ ควรจับตามองธนาคารขนาดใหญ่เป็นหลัก"

ออมสินยันไม่ปรับดอกเบี้ย

ด้านนายกรพจน์ อัศวินวิจิตร ผู้อำนวยการ ธนาคารออมสิน กล่าวว่า ธนาคารยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นแต่อย่างใด โดยเฉพาะในส่วนของอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น เนื่องจากธนาคารยังมีสภาพคล่องอยู่ในปริมาณที่สูง ซึ่งมีอยู่ประมาณ 50,000 ล้านบาท อีกทั้งลูกค้าส่วนใหญ่ของ ธนาคารเป็นกลุ่มลูกค้าระดับรากหญ้า โดยในเดือนหน้าจะมีการพิจารณาเรื่องอัตราดอกเบี้ยกันอีก ครั้ง

"อัตราดอกเบี้ยระยะสั้น เรายังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปรับขึ้นในขณะนี้ เนื่องจากสภาพคล่องเรายังมีสูง ลูกค้าก็เป็นระดับรากหญ้าทั้งนั้น การขึ้นดอกเบี้ยของ ธปท.เราก็คาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อเราในช่วง 3 เดือนนี้ แต่ในเดือนหน้าทางธนาคารเองก็จะมีการพิจารณาถึงเรื่องของดอกเบี้ยอีกทีว่าจะเป็นอย่างไร"

สำหรับความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาหนี้ภาคประชาชนั้น นายกรพจน์ กล่าวว่า ขณะนี้สามารถทำได้เสร็จสิ้นแล้ว โดยภายหลังจากที่ได้มีการเข้าไปเจรจาของปรับลดหนี้จากเจ้าหนี้ทำให้เหลือวงเงินที่จะโอนเข้าเป็นหนี้สินของธนาคารประมาณ 5,000 ล้านบาทเท่านั้น จากเดิมมีผู้มาลงทะเบียนและเข้าข่ายเป็นลูกหนี้ที่ออมสินจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบกว่า 20,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ ลูกหนี้ที่ธนาคารได้รับโอนหนี้มาแล้วนั้น ธนาคารจะถือเป็นลูกหนี้ปกติของธนาคาร และหลักเกณฑ์เดียวกันกับลูกหนี้ปกติ โดยอัตราดอกเบี้ยจะคิดอยู่ที่ 1% ต่อเดือน สำหรับลูกหนี้ที่ไม่มีอาชีพ ทางธนาคารจะจัดทำการฝึกอบรมวิชาชีพให้เพื่อนำไปประกอบอาชีพ สร้างรายได้ต่อไป


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.