|

MODERN ดันบ.ย่อยเข้าตลาดใหม่หวังสิทธิภาษี-เพิ่มทุนหมุนเวียน
ผู้จัดการรายวัน(3 กันยายน 2547)
กลับสู่หน้าหลัก
MODERN เดินหน้านำ บริษัท ไทยพลาสแพ็ค จำกัด (มหาชน) เข้าตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอปลายปีนี้ หวังสิทธิประโยชน์ด้านภาษี เร่งระดมทุนขยายการดำเนินธุรกิจ ส่วนผลการดำเนินงานปีนี้คาดมีกำไรสุทธิกว่า 270 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 30% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา คาดจ่ายปันผล 2.75 บาทต่อหุ้น มั่นใจแนวโน้มผลประกอบการในช่วง 2 ปีข้างหน้าโตไม่ต่ำกว่า 30%
นายทักษะ บุษยโภคะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (MODERN) เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมนำ บริษัท ไทยพลาสแพ็ค จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้นในสัดส่วน 60% เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ โดยกำหนดแผนจะยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล(ไฟลิ่ง)ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์(ก.ล.ต.)ในเดือนกันยายนนี้ และมีบริษัทหลักทรัพย์ธนชาติเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งจะกำหนดขายหุ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้
สำหรับแผนระดมทุนของบริษัท ไทยพลาสแพ็ค จำกัด(มหาชน) นั้น จะออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนใหม่จำนวน 20 ล้านหุ้น เสนอขายต่อประชาชน ทำให้ทุนจดทะเบียนเพิ่มจาก 80 ล้านบาท เป็น 100 ล้านบาท มูลค่าที่ตรา ไว้ (พาร์) ละ 1 บาท ซึ่งจะทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของบริษัทลดลงเหลือ 48% สำหรับวัตถุประสงค์หลักของการขายหุ้นในครั้งนี้เพื่อ ต้องการรับสิทธิประโยชน์ทางภาษี และจะนำเงินที่ได้ไปขยายธุรกิจ ซึ่งปัจจุบันบริษัทลูกแห่งนี้ดำเนินธุรกิจพลาสติกและหีบห่อ
นายทักษะกล่าวว่า ปีนี้ MODERN ตั้งเป้ายอดขายรวมบริษัทย่อยจะมีจำนวน 2,700 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 270 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นกว่า 30% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และคาดว่าในปีนี้จะสามารถจ่ายปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นได้ประมาณหุ้นละ 2.75 บาท
ส่วนแนวโน้มผลประกอบการของบริษัทในอีก 2 ปีข้างหน้า คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละ 30% เนื่องจากมีการขายสินค้าใหม่ ล่าสุดได้เปิดแผนกเฟอร์นิเจอร์ห้องน้ำ รวมทั้งมีความเชื่อมั่นว่าในอีก 2 ปีข้าง หน้าเศรษฐกิจจะขยายตัวไม่ต่ำกว่า 5% ซึ่งจะทำให้ธุรกิจต่างๆ ตลอดจนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีการขยายตัวตาม ทำให้เกิดความต้องการใช้สินค้าเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ สัดส่วนรายได้ของบริษัท 40% มาจากเฟอร์นิเจอร์สำนักงานออฟฟิศ 33% จากเฟอร์นิเจอร์บ้าน 22% อุปกรณ์ตกแต่ง และ 5% เพื่อการส่งออก
นายทักษะ กล่าวว่า กรณีราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นกระทบต่อวัตถุดิบของบริษัทบางชนิดที่เกี่ยวกับพลาสติกและโลหะ ทำให้ต้นทุนการผลิตสินค้าของบริษัทเพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อบริษัทเนื่อง จากบริษัทได้ปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้นตามราคาต้นทุนที่พุ่งสูง ซึ่งแต่ละปีบริษัทได้มีการปรับสินค้าขึ้น ซึ่งบริษัทก็ได้ปรับราคาสินค้าประมาณ 5-8% เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และคาดว่าบริษัทจะรักษาอัตรากำไรขั้นต้นที่ระดับ 30% ได้ ซึ่งกำหนดเป้าหมายจะทำให้เพิ่มปีละ 0.5%
ปัจจุบันโมเดอร์นฟอร์มฯ มีส่วนแบ่งการตลาด (มาร์เกตแชร์) เฟอร์นิเจอร์ออฟฟิศและตกแต่งบ้านอันดับเฉลี่ยประเภทละ 30% ถือเป็นอันดับหนึ่ง แม้ว่าจะมีคู่แข่งเข้ามารุกการตลาดมากขึ้นทั้งโฮมโปร และอินเด็กซ์ แต่มองว่าไม่ได้ส่งผลกระทบต่อบริษัท เนื่องจากโมเดอร์นฟอร์มฯ เจาะลูกค้าระดับบน ขณะที่ทั้ง 2 ราย ทำตลาดระดับกลางถึงล่าง
สำหรับประมาณการยอดขายในช่วง 3 ปีของ MODERN ตั้งแต่ปี 2547-2549 คาดว่าในปี 2547 จะมียอดขายประมาณ 2,055 ล้านบาท ส่วนปี 2548 เพิ่มเป็น 2,400 ล้านบาท และปี 2549 เพิ่มเป็น 2,750 ล้านบาท
ขณะที่ประมาณการผลประกอบการในช่วง 3 ปีข้างหน้า คาดว่าในปี 2547 จะมีกำไรสุทธิ 256 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ส่วนปี 2548 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 307 ล้านบาท และปี 2549 เพิ่มขึ้นเป็น 368 ล้านบาท
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|