|

ควบเครดิตบูโรเสร็จสิ้นส.ค.นี้จ้องดึงกบข.-ทิพยฯร่วมถือหุ้น
ผู้จัดการรายวัน(3 สิงหาคม 2547)
กลับสู่หน้าหลัก
"สมใจนึก เองตระกูล" เผยความคืบหน้าควบรวมกิจการเครดิตบูโรเสร็จสิ้นสิงหาคม นี้แน่นอนพร้อมเสนอครม.พิจารณาต่อ ขณะที่ผู้บริหารบริษัทใหม่ต้องสรรหาคนนอกเข้ามาเหตุลำบากใจที่จะเลือกคนทั้งสองฝั่ง เบื้องต้นคลังจะเป็นผู้ดูแลไปก่อนพร้อมถือหุ้นใหญ่ 49% เล็งดึง กบข.-ทิพยประกันภัยเข้าถือหุ้นด้วย
นายสมใจนึก เองตระกูล ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าการควบรวมกิจการศูนย์ข้อมูลเครดิต (เครดิตบูโร) ระหว่างบริษัทข้อมูลเครดิตกลาง หรือ CCIS และบริษัทข้อมูลเครดิตไทย หรือ TCB ว่า ขณะนี้บริษัททั้งสองแห่งกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบหนังสือสัญญาข้อตกลงบันทึกความเข้าใจเบื้องต้น (MOU) ขั้นสุดท้ายก่อนที่จะดำเนินการเซ็นสัญญาร่วมกัน โดยสัญญาดังกล่าวอาจจะต้อง มีการแก้ไขอีกเล็กน้อย ซึ่งเมื่อมีการตรวจสอบเสร็จสิ้นแล้วคาดว่าจะสามารถทำการเซ็นสัญญาได้ภายในเดือนสิงหาคม 2547 นี้ หลังจากนั้นจึง จะส่งให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ทำการพิจารณาต่อไป
ทั้งนี้ภายหลังจากที่ควบรวมกิจการบริษัททั้ง 2 แห่งจะเป็นผู้บริหารร่วมกัน ขณะที่ กระทรวง การคลังจะทำหน้าที่เป็นหน่วยงานควบคุม และ จะทำการสรรหาผู้ที่เหมาะสมมาดำรงตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดอย่างเป็นทางการในระยะเวลาต่อไป ส่วนผู้บริหารของบริษัททั้ง 2 แห่งนั้น จะให้ดำรง ตำแหน่งเป็นรองผู้บริหารไป ทั้งนี้เห็นว่าการที่จะเลือกใครเข้ามาเป็นผู้บริหารสูงสุดระหว่าง 2 บริษัท นั้น เป็นเรื่องที่ทำได้ยากจึงตัดสินใจสรรหา ผู้อื่นเข้ามา
"เมื่อควบรวมแล้วคลังจะเป็นแกน ซึ่งทาง เราก็จะหาคนมาแต่ตอนนี้ต้องขอเวลาตัดสินใจว่าจะเป็นใคร ส่วนการพูดคุยกับทั้งสองฝ่ายที่ผ่านมาไม่มีปัญหาอะไรคุยกันจบแล้ว ซึ่งในช่วงนี้ทั้งสอง ฝ่ายก็กำลังร่วมกันดำเนินงาน เรื่องการตรวจสอบ MOU ซึ่งคิดว่าก่อนที่จะสรุปสุดท้าย ก็ต้องมีการแก้ไขกันเล็กน้อย และเชื่อว่าเมื่อควบรวมแล้ว ทุกฝ่ายจะได้ประโยชน์ทั้งคู่" นายสมใจนึก กล่าว
นายสมใจนึก กล่าวเพิ่มเติมว่า การควบรวม กิจการในครั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการตรวจสอบข้อมูลลูกค้า ข้อมูลรวมของประเทศ เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการตัดสินใจอนุมัติสินเชื่อส่วนบุคคลประเภทต่างๆ โดยใช้ระบบเครดิตสกอริ่งที่มีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ ทางกระทรวงการคลังจะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในสัดส่วนไม่เกิน 49% โดยอาจจะมีการเพิ่มทุนและเสนอให้บริษัททิพยประกันภัยหรือกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เข้ามาร่วมถือหุ้นด้วย โดยในเบื้องต้นจะมีทุนจดทะเบียนประมาณ 50-100 ล้านบาท
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|