|

"สยามอินเตอร์ฯ-กันตนา"ยื่นไฟลิ่งเข้าตลท.
ผู้จัดการรายวัน(30 กรกฎาคม 2547)
กลับสู่หน้าหลัก
"สยามอินเตอร์มัลติ-มีเดีย-กันตนา กรุ๊ป" ยื่นแบบไฟลิ่ง เตรียมตัวเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ หวังระดมทุนเพื่อ นำเงินไปขยายกิจการ โดยสยามอินเตอร์ มัลติมีเดีย บริษัทลูกสยามสปอร์ต เล็งขาย ไอพีโอ 70 ล้านหุ้น หาเงินขยายร้านหนังสือ เป็น 40 แห่งในสิ้นปีนี้ ในขณะที่กันตนาขาย 150 ล้านหุ้น หวังระดมเงินกว่า 1,200 ล้านบาท สร้างเขตอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ด้านที่ปรึกษาทั้ง 2 บริษัท เผยรอดูภาวะก่อนตัดสินใจเข้าตลาดฯ
รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งว่าเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2547 สำนักงาน ก.ล.ต.ได้เริ่มนับหนึ่งแบบรายการ แสดงข้อมูล (ไฟลิ่ง)หุ้นบริษัทสยามอินเตอร์ มัลติมีเดีย ซึ่งจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยได้แต่งตั้งบริษัทหลักทรัพย์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย)เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
ทั้งนี้ บริษัทสยามอินเตอร์มัลติมีเดีย ประกอบธุรกิจจัดพิมพ์และจำหน่ายหนังสือการ์ตูนจากประเทศญี่ปุ่นและซื้อลิขสิทธิ์หนังสือการ์ตูนทั้งจากประเทศญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกงและไต้หวัน รวมทั้งพ็อกเกตบุ๊กต่างๆ
และได้ทำรายการวิทยุข่าวกีฬา
บริษัทสยามอินเตอร์มัลติมีเดียได้เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 170 ล้านบาทเป็น 240 ล้านบาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 70 ล้านหุ้นมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาทเสนอขายแก่ประชาชนทั่วไป ซึ่งเงินที่ได้จากการเสนอขายจะนำไปขยายสาขาของร้าน Siam Inter Book Friend เพื่อขยายการลงทุนในสื่อวิทยุและใช้ในการพัฒนาธุรกิจอื่นๆ ของบริษัทต่อไป
โครงการในอนาคตของบริษัทจะขยายร้านหนังสือเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่มีอยู่ 20 สาขามีแผนที่จะขยายเป็น 40 สาขาภายในสิ้นปีนี้เพื่อเป็นการกระจายสินค้าและส่งเสริมการขายหนังสือของบริษัทที่เพิ่มจำนวนมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีเป้าหมายหลักในการสร้างรายได้และกำไรให้แก่บริษัทจากการขายหนังสือของทุกสำนักพิมพ์ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 40 ล้านบาท และยังมีโครงการขยายธุรกิจสู่การทำการ์ตูน Animation และการทำสินค้า Merchandise จากการ์ตูนลิขสิทธิ์ต่างประเทศ คาดว่าจะใช้เงินลงทุน 30 ล้านบาท
และยังมีแผนการที่จะขยายสื่อวิทยุเพิ่มอีก 1 ช่องซึ่งจะทำในรูปแบบบันเทิงและกีฬา
สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทในปี 2546 มียอดขาย 351.5 ล้านบาทและกำไรสุทธิ 62.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2545 ซึ่งมียอดขาย 236.7 ล้านบาทและกำไรสุทธิ 1.5 ล้านบาท สาเหตุที่ผลประกอบการดีขึ้น เพราะได้ผลิตหนังสือทุกประเภทออกจำหน่ายในตลาดมากขึ้น รวมทั้งการปรับเพิ่มราคาของหนังสือ
นอกจากนี้ บริษัทรับโอนกิจการวิทยุมาจากบริษัทสยามเทเลซีน มาบริหารอย่างเต็มตัว ส่วนในปี 2547 ภายในไตรมาสแรก มีกำไรสุทธิเท่ากับ 15.80 ล้านบาทโดยสัดส่วนรายได้หลักมาจากการจำหน่ายหนังสือ 71.22% จากสื่อวิทยุ 23.84%
โครงสร้างผู้ถือหุ้นของบริษัท 3 อันดับแรกได้แก่นายวิฑูร นิรันตราย ถือหุ้น18.13% ภายหลังการเสนอขายหุ้นต่อประชาชน ทั่วไปสัดส่วนจะลดลงเหลือ 12.84%,นางสาวอัญชลี ธีระสันธุ์ ถือหุ้น 17.65% ภายหลังจะลดลงเหลือ 12.50% และบริษัทสยามสปอร์ต ซินดิเคทถือหุ้น 13.25% ภายหลังจะลดสัดส่วนเหลือ 9.38% โดยบริษัทมี นโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้
แหล่งข่าวจากฝ่ายวาณิชธนกิจ บล. กิมเอ็ง(ประเทศไทย) ในฐานะที่ปรึกษาทาง การเงิน บมจ. สยามอินเตอร์มัลติมีเดีย เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่ทาง ก.ล.ต. กำลังตรวจสอบข้อมูลอยู่ ซึ่งถ้าได้รับการอนุมัติแล้ว คาดว่าจะสามารถนำหุ้นออกมากระจายให้กับประชาชน (IPO) ได้ประมาณ ไตรมาสที่ 4/2547 อย่างไรก็ตาม จะพิจารณาจากภาวะตลาดที่เหมาะสมเป็นหลัก
นอกจากนี้ สำนักงาน ก.ล.ต.ยังได้เริ่ม นับหนึ่งแบบไฟลิ่งในวันที่ 27 กรกฎาคม 2547 ของบริษัทกันตนา กรุ๊ป ที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯโดยได้แต่งตั้ง บริษัททรีนิตี้ แอ๊ดไวซอรี่ 2001 เป็นที่ปรึกษา ทางการเงิน
ปัจจุบันบริษัทมีทุนจดทะเบียน 750 ล้านบาทมูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาทและมีทุนชำระแล้ว 600 ล้านบาท โดยจะเสนอขาย หุ้นเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปจำนวน 150 ล้านหุ้น หรือ 20% ของทุนจดทะเบียน และจะนำเงินที่ได้ไปลงทุนในเขตอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ผลิตภาพยนตร์และภาพยนตร์การ์ตูน ชำระหนี้เงินกู้และใช้เป็นเงินทุน หมุนเวียนเพื่อพัฒนาธุรกิจของบริษัทและบริษัทในเครือ
สำหรับโครงการในปี 2547-2548 ได้แก่ จัดทำโครงการเขตอุตสาหกรรมภาพยนตร์ซึ่งประกอบด้วยโรงถ่ายภาพยนตร์ และโรงถ่ายรายการโทรทัศน์ที่ได้มาตรฐานทั้งในและ นอกสถานที่และอุปกรณ์ถ่ายทำ อุปกรณ์ แสง อุปกรณ์ตัดต่อ ทั้งรายการโทรทัศน์และภาพยนตร์ โดยคาดว่าจะเริ่มโครงการในไตรมาส 3 ปีนี้ รวมมูลค่าเงินลงทุนประมาณ 1,200 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีโครงการสร้างภาพยนตร์และภาพยนตร์การ์ตูน 2 เรื่องได้แก่ "คนไทยทิ้งแผ่นดิน" ซึ่งคาดว่าจะเริ่มถ่ายทำ ในไตรมาส 4 ปีนี้และ "แฝดสยามอิน-จัน" ซึ่งอยู่ในระหว่างการกำหนดแผนการดำเนินงาน รวมเงินลงทุนที่จะใช้ประมาณ 200 ล้านบาท และโครงการศูนย์ความรู้กันตนา โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและระบบคอมพิวเตอร์ เป็นกลไกหลักในการจัดการสืบค้น คาดว่าโครงการจะเสร็จภายในปี 2548
โครงสร้างผู้ถือหุ้นของบริษัทกันตนา กรุ๊ป 3 รายแรกได้แก่ บริษัทกัลย์จาฤก โฮล ดิ้ง ถือหุ้น 64.92% นางสมสุข กัลย์จาฤก ถือหุ้น 13.04% และนายเอ็กซัน บินหะซันถือหุ้น 3.16% โดยบริษัทมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่เกินกว่า 60% ของกำไร สุทธิหลังจากหักภาษีและสำรองตามกฎหมาย
แหล่งข่าวจากฝ่ายบริษัททรีนิตี้ แอ๊ดไวซอรี่ 2001 ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินของกันตนา กล่าวว่า การขายหุ้นไอพีโอของกันตนา เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะคำนึงถึงภาวะตลาดเป็นสำคัญ โดยยังไม่ได้มีการกำหนดช่วงเวลาการขายที่ชัดเจน ทั้งนี้ ขั้นตอนปัจจุบันกำลังอยู่ระหว่างการยื่นไฟลิ่ง ซึ่งจะต้องมีการแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อมูลต่อสำนักงาน ก.ล.ต. และหลังจากที่ได้รับอนุมัติให้ขายหุ้นแล้วก็จะมาดูภาวะตลาดอีกครั้ง
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|