เปิดแผนควบบีฟิท-ฟินันซ่าตั้งแบงก์ใหม่แลกหุ้น 2 บง.


ผู้จัดการรายวัน(23 กรกฎาคม 2547)



กลับสู่หน้าหลัก

บอร์ดบีฟิทอนุมัติยกเลิกแผนควบฉบับเก่า เปลี่ยนแผนใหม่ให้ฟินันซ่าเป็นแกนนำ ตั้งบ.มหาชนใหม่รับโอนหนี้-ทรัพย์สินของ บง.ฟินันซ่า กับ บง.บีฟิท แล้วให้แบงก์ใหม่รับซื้อหุ้น 2 บง.โดยออกหุ้นแบงก์ใหม่ไปแลก ขออนุมัติแบงก์ชาติ-คลังเป็นแบงก์ ขอตลาดหลักทรัพย์ถอนหุ้นบีฟิทออกแล้วเอาหุ้นแบงก์ใหม่เข้าซื้อขายแทน ด้านโบรกเกอร์ประเมินสัดส่วนแลกหุ้น 1 ต่อ 1 ในขณะที่หุ้น BFIT-FNS ร่วงรับแผนแบงก์ใหม่

นายภัค เพ่งศรี กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรม การบริษัทเงินทุนกรุงเทพธนาทร จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 6/2547 เมื่อวันที่ 21 ก.ค. 47 มีมติยอมรับข้อเสนอของบริษัทเงินทุน ฟินันซ่า จำกัด เกี่ยวกับการควบรวมและโอนกิจการระหว่างกัน เพื่อขออนุญาตจัดตั้งธนาคารพาณิชย์

สำหรับแผนการควบรวมกำหนดให้บริษัทเงินทุน ฟินันซ่า จำกัด เป็นบริษัทแกนในการยื่น คำขอจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ การควบรวมและโอนกิจการระหว่างกันเพื่อขออนุญาตจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ โดยดำเนินในรูปแบบการจัดตั้งบริษัทมหาชนจำกัดแห่งใหม่ขึ้นเพื่อรับโอนบรรดาหุ้น ทรัพย์สิน และหนี้สินของทั้งสองบริษัท เพื่อยกฐานะเป็นธนาคารพาณิชย์ (ธนาคารใหม่) โดยได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย

ทั้งนี้ ธนาคารใหม่ซึ่งร่วมจัดตั้งโดยบริษัทเงินทุน ฟินันซ่า จำกัด และบริษัทเงินทุนกรุงเทพ ธนาทร จำกัด (มหาชน) จะทำคำเสนอ ซื้อหลักทรัพย์เดิมทั้งหมดของกิจการโดยการแลกหุ้นสามัญที่ออกใหม่ของธนาคารใหม่กับหุ้นสามัญเดิมทั้งหมดของบริษัทเงินทุน ฟินันซ่า จำกัด และบริษัทเงินทุนกรุงเทพธนาทร จำกัด (มหาชน) ซึ่งอัตราส่วนการแลกหุ้นดังกล่าวคำนวณจากมูลค่าตามบัญชีของกิจการหลังการกันสำรองที่เกี่ยวข้องแล้ว และธนาคารใหม่จะรับโอนมาซึ่งสินทรัพย์และหนี้สินทั้งหมดของ บริษัทเงินทุน ฟินันซ่า จำกัด และบริษัทเงินทุนกรุงเทพธนาทร จำกัด (มหาชน)

จากนั้นธนาคารใหม่จะขออนุญาตตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยให้รับหุ้นสามัญของธนาคารใหม่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนพร้อมกับเพิกถอนบริษัทเงินทุนกรุงเทพธนาทร จำกัด (มหาชน) ออกจากตลาด

สำหรับบริษัทฟินันซ่า จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทเงินทุน ฟินันซ่า จำกัด ผูกพันที่จะเพิ่มเงินกองทุนในธนาคารใหม่ให้ครบ 5,000 ล้านบาท ตามข้อกำหนดของการยื่นขออนุญาตจัดตั้งธนาคารพาณิชย์

อย่างไรก็ตาม หากแผนควบรวมกิจการและโอนกิจการได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทย และกระทรวงการคลังแล้ว บริษัทฯ จะต้องเรียกประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ เพื่อยกเลิกมติการควบรวมกิจการฉบับเก่า และมติอื่นที่เกี่ยวข้องซึ่งได้อนุมัติไว้แล้วโดยที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2547 เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2547 และนำแผนงานควบรวมและโอนกิจการเพื่อขออนุญาตจัดตั้งธนาคารพาณิชย์ ที่กระทรวงการคลังได้ให้ความเห็นชอบเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อพิจารณาอนุมัติแทนมติที่ถูกยกเลิกดังกล่าว

โดยดำเนินการตามประกาศตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เกี่ยวกับการทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน และดำเนินการขออนุญาตหน่วยงานราชการอื่นที่เกี่ยวข้องต่อไป

ด้านนางสาวปองรัตน์ รัตนะตวณานนท์ ผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.บัวหลวง ประเมินว่าสัดส่วนการแลกหุ้นของธนาคารแห่งใหม่กับ BFIT น่าจะอยู่ที่ 1 ต่อ 1 เนื่องจากหากคำนวณจากมูลค่าทางบัญชีของทั้ง BFIT และ บง.ฟินันซ่า (FC) จะอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน โดยมูลค่าตามบัญชีของ BFIT สิ้นไตรมาส 2/47 จะอยู่ที่ 12.86 บาท ส่วนมูลค่าตามบัญชี ณ สิ้นไตรมาส 2 ของ บง.ฟินันซ่า จะอยู่ที่ประมาณ 12.15 บาท และมีราคาพาร์เท่ากันคือ 10 บาท ซึ่ง แบงก์ใหม่ที่จะเกิดขึ้นน่าจะมีพาร์ที่ 10 บาทเช่นกัน

"ธนาคารแห่งใหม่ที่จัดขึ้นเพื่อรับโอนสิน ทรัพย์และหนี้สินทั้งหมดของ FC และ BFIT ไม่น่าจะได้รับความเสียหายจากการโอนมาซึ่ง สินทรัพย์และหนี้สินมากนัก ดังนั้น มูลค่าทางบัญชีของธนาคารแห่งใหม่ก็น่าจะใกล้เคียงกับราคาพาร์ของทั้งคู่ คือ 10 บาท และอัตราส่วนการแลกหุ้นจึงน่าจะอยู่ที่ 1 ต่อ 1 ซึ่งลักษณะการแลก หุ้นระหว่างธนาคารแห่งใหม่กับ บีฟิท และฟินันซ่า จะคล้ายๆ กับการทำเทนเดอร์ออฟเฟอร์ โดยวิธีแลกหุ้นของ TMB กับ IFCT และ DTDB คือ ตั้งธนาคารแห่งใหม่ขึ้นมาและออกหุ้นเพื่อให้ผู้ที่ถือหุ้นของทั้ง 2 บง.นำหุ้นเดิมมาแลกหุ้นใหม่" นางสาวปองรัตน์ กล่าว

ส่วนคำแนะนำการลงทุนช่วงนี้ สำหรับผู้ที่ถือหุ้น BFIT หากมีกำไรให้ขายออกไปก่อน ส่วน นักลงทุนที่ไม่มีไม่แนะนำให้ซื้อ และนักลงทุนที่ซื้อไว้ในราคาสูงแนะนำให้ถือเพื่อรอแลกหุ้น หรือ รอขายตอนที่ราคาหุ้นในกระดานปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกครั้ง เพราะ BFIT ยังมีประเด็นที่น่าติดตามในเรื่องสัดส่วนการแลกหุ้นกับแบงก์ใหม่

สำหรับหุ้น FNS แนะนำให้ขาย เนื่องจากราคาในกระดานอาจได้รับผลกระทบจากหุ้นเพิ่มทุน นอกจากนั้นราคาที่ซื้อขายยังปัจจุบันยังขึ้นมาใกล้เคียงกับราคาเป้าหมายที่ 42 บาทแล้ว

ล่าสุดวานนี้ (22 ก.ค.) ราคาหุ้น BFIT ปิดที่ระดับ 32.25 ลดลง 2.25 บาท มูลค่าการซื้อขาย 42.38 ล้านบาท ส่วน FNS ปิดที่ระดับ 38 บาท ลดลง 0.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 4.17 ล้านบาท


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.