|

ช่อง7บุกถือหุ้นแม็ทชิงต่อยอดธุรกิจสู้คู่แข่ง
ผู้จัดการรายวัน(30 มิถุนายน 2547)
กลับสู่หน้าหลัก
ช่อง 7 รุกไม่หยุด เดินหน้า ส่งบริษัทลูก บีบีทีวี โปรดัคชันส์ ร่วมหุ้น 27% ในแม็ทชิ่งสตูดิโอ เพื่อต่อยอดธุรกิจรับสงคราม ทีวีเดือด หวังไต่บันไดกระจายธุรกิจบันเทิงอื่นเต็มสูบ ด้านแม็ทชิ่งฯ ยันงานนี้ไม่ได้มองแค่ทีวีเท่านั้น
การรุกคืบของธุรกิจโทรทัศน์มีความเคลื่อน ไหวตลอดท่ามกลางการแข่งขันและการปรับตัวของสถานีโทรทัศน์หลายแห่ง ล่าสุดเมื่อวานนี้ บริษัท บีบีทีวี โปรดัคชันส์ จำกัด ในเครือของช่อง 7 ได้เซ็นสัญญาเข้าถือหุ้นในบริษัท แม็ทชิ่ง สตูดิโอ จำกัด (มหาชน) จำนวน 27.8% คิดเป็นมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น 425 ล้านบาทของทุนชำระแล้ว
โดยแม็ทชิ่งฯมีมติอนุมัติการเสนอขายหุ้นเพิ่ม ทุนให้กับบีบีทีวี โปรดัคชันส์ จำนวน 57,745,000 หุ้น ในราคา 6.80 บาทต่อหุ้น และอนุมัติการเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ จำนวน 46,196,000 หน่วย ในราคา 0.70 บาทต่อหน่วย (ในอัตราส่วน 5 หุ้นเพิ่มทุน ต่อ 4 ใบสำคัญแสดงสิทธิ) เพื่อเป็นการให้สิทธิกับบีบีทีวีฯในการรักษาสัดส่วนการถือหุ้นให้อยู่ในระดับ 27.8% เมื่อใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญที่บริษัทเคยออกไปจำนวน 107.999.888 หน่วยมีผู้มาใช้สิทธิครบจำนวน ซึ่งใบสำคัญแสดงสิทธิที่เสนอขายให้กับบีบีทีวีจะไม่เข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหุ้น โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงินให้กับแม็ทชิ่งสตูดิโอ บริษัทหลักทรัพย์กิมเอ็ง จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงินอิสระให้กับแม็ทชิ่งสตูดิโอ ส่วนบริษัทที่ปรึกษาทางการเงินของบริษัทบีบีทีวีฯคือ บริษัท เพลินจิตแอ็ดไวเซอรี่ จำกัด
นายศุภชัย พิศิษฐวานิช ประธานกรรมการ บริษัท แม็ทชิ่ง สตูดิโอ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความร่วมมือกันของทั้งสองบริษัทนี้ จะส่งผลให้ธุรกิจมีศักยภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการประสานความร่วมมือต่างๆ ในธุรกิจบันเทิง
นางชาลอต โทณวณิก ประธานกรรมการบริษัท บีบีทีวี โปรดัคชันส์ จำกัด กล่าวว่า บีบีทีวีเป็นบริษัทที่มีช่อง 7 ถือหุ้นใหญ่ 70% ส่วนที่เหลือก็เป็นบริษัทในเครือของช่อง 7 อยู่แล้วร่วมกันถือหุ้น ซึ่งการเข้าถือหุ้นในแม็ทชิ่งครั้งนี้ เนื่องจากมองว่า ธุรกิจบันเทิงจะมีการแข่งขันที่รุนแรงมากยิ่งขึ้นในอนาคต ซึ่งบีบีทีวีฯในฐานะที่เป็นบริษัทในเครือของช่อง 7 ทำหน้าที่ผลิตรายการและยังเป็นบริษัทที่เสมือนการต่อยอดธุรกิจให้กับช่อง 7 ในการแสวงหา โอกาสธุรกิจใหม่ๆ
ช่อง 7 มีฮาร์ดแวร์คือสื่อโทรทัศน์ มีเครือข่าย มีทุน ส่วนแม็ทชิ่งมีซอฟต์แวร์ มีไอเดีย อุปกรณ์ และเราไม่ได้มองแค่การผลิตรายการป้อนให้กับช่อง 7 เท่านั้น เพราะแม็ทชิ่งมีธุรกิจบันเทิงที่ครบวงจรทั้งการจัดอีเวนต์ การทำโปรดักชันโฆษณา การทำรายการ การผลิตหนัง ให้เช่าอุปกรณ์ สื่อโฆษณากลางแจ้ง และอื่นๆอีกหลายอย่างเช่น โครงการมูฟวี่ทาวน์ ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นการต่อยอดธุรกิจให้กับบีบีทีวีได้อย่างดี ซึ่งเรามีความคิดที่จะเปิดตลาดต่างประเทศได้ด้วย
"ตอนนี้มีโอกาสขยายงานส่วนอื่นไม่ใช่แค่รายการทีวีอย่างเดียว แทนที่เราจะโตด้วยตัวเองซึ่งต้องใช้เวลา เราคิดว่าเราหาพันธมิตรที่เขามีความ พร้อมแล้วดีกว่า"
อย่างไรก็ตาม นางชาลอตยืนยันว่า แม้ว่าบีบีทีวีฯจะถือหุ้นในแม็ทชิ่งก็ตาม แต่ไม่ได้หมาย ความว่า ทุกรายการของแม็ทชิ่งจะเข้าผังรายการของ ช่อง 7 ทั้งหมด เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับคุณภาพและการพิจารณา ซึ่งแม็ทชิ่งก็ยังคงเหมือนกับผู้จัดรายหนึ่งเหมือนกับรายอื่นที่ต้องมีการแข่งขันกัน
ก่อนหน้านี้ทางช่อง 7 ก็ได้เข้าไปเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัท มีเดีย ออฟ มีเดียส์ จำกัด (มหาชน) ไปแล้ว ซึ่งนางชาลอตให้ความเห็นว่า ถือเป็นการ ขยายงานเพื่อเตรียมความพร้อม และคิดว่าไม่มีผลกระทบกับการขยายงานครั้งนี้ เพราะมีความแตกต่างกัน โดยมีเดียฯนั้นจะเน้นหนักซอฟต์แวร์ด้านรายการทั้งละคร บันเทิง วาไรตี้ต่างๆ ส่วนแม็ทชิ่งจะมีธุรกิจอื่นอีกมากเช่น โฆษณา มูฟวี่ทาวน์ หรือ ให้เช่าอุปกรณ์ เป็นต้น
นายสมชาย ชีวสุทธานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แม็ทชิ่ง สตูดิโอ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเปิดโอกาสให้บีบีทีวีฯเข้าถือหุ้นครั้งนี้ ถือเป็นการเติม เต็มของทั้งสองฝ่าย ทางกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมจะลดสัดส่วนลงจาก 60% เหลือประมาณ 50% แต่การเป็นพันธมิตรครั้งนี้ไม่ได้คาดหวังว่าจะเอารายการมาลงที่ช่อง 7 ทั้งหมด เพราะไม่ได้มองแค่บรอดคาสต์เท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายธุรกิจที่ต้องทำในอนาคต คาดว่าปีนี้จะโต 15% โดยมีธุรกิจผลิตโฆษณาเป็นรายได้หลัก 60%
"เราไม่ได้หวังทำแค่ช่อง 7 เท่านั้น บีบีทีวีเลือกเราผลิตรายการหรือละครหรือไม่อยู่ที่ตัวผมเองว่าทำซอฟต์แวร์ออกมามีคุณภาพหรือไม่ เราต้องผ่านการกลั่นกรองเหมือนกับรายอื่น ส่วนรายการเดิมถ้าเรตติ้งดีก็ทำต่อ ถ้าไม่ดีก็ถูกถอดออกเป็นเรื่องธรรมดา ตอนนี้เรามี 2 รายการที่ช่อง 7 คือ ปลดหนี้ กับดาราจำแลง ซึ่งออกอากาศเฉพาะวันหยุดนักขัตฤกษ์เท่านั้น"
เขากล่าวด้วยว่า สังเกตได้ว่าในช่วง 2-3 ปีนี้ธุรกิจโทรทัศน์มีการเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตามองซึ่งเป็นไปตามวัฏจักรจะมีรอบของธุรกิจ ประมาณ 10-12 ปีก็จะเทิร์นอะราวนด์ครั้งหนึ่ง ตอนนี้วงการโทรทัศน์กำลังมาถึงจุดนี้ จะมีคลื่นลูกใหม่เข้ามาจำนวนมาก เทคโนโลยีอีกหน่อยจะเป็นไวร์เลสหมด ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดการเปลี่ยนแปลงทุกอย่าง
สำหรับโครงการมูฟวี่ทาวน์นั้น ขณะนี้ทำเฟส 1 ออกแบบโดยบริษัทบลัสเตียนซึ่งเป็นผู้ออกแบบสตูดิโอให้กับกลุ่มยูนิเวอร์แซล คาดออกแบบเสร็จเดือนหน้า แต่ยังไม่สามารถระบุวงเงินลงทุนทั้งโครง การได้
เผยบริษัทที่ช่อง 7 ถือหุ้น
จากการรวบรวมข้อมูลการถือหุ้นของบริษัทในเครือของสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 พบว่าได้ถือหุ้นในบริษัทจดทะเบียน 3 แห่งซึ่งรวมถึงบริษัทล่าสุดคือบริษัทแม็ทชิ่ง สตูดิโอ และยังถือหุ้นในบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.)พรีมาเวสท์อีก 1 แห่งรวมทั้งหมดเป็น 4 แห่งบริษัทอีสเทิร์น สตาร์เรียลเอส เตท (ESTAR) โดยบริษัทกรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ ถือหุ้น 1,892,260,984 หุ้น หรือ 42.75% และได้เข้าถือหุ้นในบริษัท มีเดีย ออฟ มีเดียส์ (MEDIAS) ในนามบริษัทกรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุถือหุ้น 185,685,482 หุ้น หรือ 56.60%, บริษัท บีบีทีวี แอสเซต แมเนจเมนท์ ถือหุ้น 29,526,600 หุ้นหรือ 9.00% และบริษัทบีบีทีวี แซทเทลวิชั่น ถือหุ้น 19,684,500 หุ้นหรือ 6.00%
ปัจจุบันนี้สถานีโทรทัศน์เกือบทั้งหมดจะเข้ามาระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯเช่นบริษัทบีอีซี เวิลด์ซึ่งเป็นบริษัทที่บริหารสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 รวมถึงสถานีโทรทัศน์ไอทีวี ที่เข้ามาจดทะเบียนในตลาด หลักทรัพย์ฯแล้วและยังมีอีก 2 แห่งที่เตรียมจะเข้ามา จดทะเบียนทั้งอ.ส.ม.ท. และททบ. 5 ขณะที่สถานีโทรทัศน์ช่อง 7 สีนั้นยังไม่มีนโยบายที่ชัดเจนใน การนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ดังนั้น จึงทำให้มีการประเมินว่าช่อง 7 สีอาจจะใช้วิธีการเข้าตลาดหุ้นโดยทางอ้อมผ่านบริษัทจดทะเบียนที่เข้าไปถือหุ้นได้เช่นกันซึ่งถือเป็นปัจจัยที่จะต้องติดตามดูต่อไป
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|