พัฒนาการตลาดตราสารหนี้ไทย


นิตยสารผู้จัดการ( พฤษภาคม 2541)



กลับสู่หน้าหลัก

นับตั้งแต่กระทรวงการคลังได้ออกพันธบัตรรัฐบาลครั้งแรกเมื่อปี 2476 จึงถือได้ว่าตลาดตราสารหนี้ไทยได้มีการพัฒนามากว่า 65 ปีแล้ว ในช่วงเริ่มแรกตราสารหนี้ในตลาดส่วนใหญ่เป็นของภาครัฐ โดยมีสัดส่วนของพันธบัตรภาครัฐมีมูลค่าสูงถึง 90% ของมูลค่าตลาดรวม เนื่องจากรัฐบาลมีความจำเป็นต้องลงทุนในโครงการต่างๆ เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะโครงการสาธารณูปโภคเพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ในขณะที่ตราสารหนี้ของภาคเอกชนเพิ่งเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

การระดมทุนของภาครัฐโดยการออกพันธบัตรมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังจากปี 2504 เป็นต้นมา ซึ่งช่วงนั้นรัฐบาลมีรายจ่ายสูงกว่าการจัดเก็บภาษีเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นช่วงการมุ่งเน้นพัฒนาภาคอุตสาหกรรม และปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเป็นหลัก ส่งผลให้งบประมาณของรัฐบาลขาดดุลอย่างต่อเนื่อง และมีความจำเป็นต้องระดมทุนด้วยการออกพันธบัตรรัฐบาลทุกปี มูลค่าพันธบัตรที่ออกในช่วงปี 2523-2526 มีอัตราการขยายตัวสูงถึงปีละ 17% หลังจากรัฐบาลมีฐานะการคลังดีขึ้น นับจากนั้นเป็นต้นมาจึงไม่เห็นพันธบัตรรัฐบาลออกสู่ตลาดอีกเลยจนถึงปัจจุบัน

สำหรับตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชนในอดีตมีการระดมทุนโดยออกตราสารหนี้น้อยมาก และส่วนใหญ่จะเป็นตราสารหนี้ระยะสั้น เนื่องจากติดปัญหากฏระเบียบของทางการ และผู้ลงทุนขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับตราสารหนี้ อย่างไรก็ตาม พันธบัตรภาคเอกชนก็ขยายตัวมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2535-2540 โดยมีมูลค่า 5.1 พันล้านบาท, 25.3 พันล้านบาท, 86.1 พันล้านบาท, 133.6 พันล้านบาท, 182.4 พันล้านบาท และ 187.7 พันล้านบาท ตามลำดับ

แม้ว่าตลาดตราสารหนี้ไทยจะเกิดขึ้นมานาน แต่นับว่ายังมีขนาดเล็กมากเมื่อเทียบกับตลาดการเงินอื่นๆ ดูได้จากปี 2539 ตลาดตราสารหนี้มีขนาดเพียง 11% ของเงินกู้ยืมธนาคาร หรือ 20% ของมูลค่าหุ้นในตลาด หลักทรัพย์ และ 11% ของ GDP และถ้าดูโดยภาพรวม ของตลาดการเงินทั้งระบบแล้วตลาดตราสารหนี้คิดเป็นสัดส่วน 7% ของตลาดการเงินทั้งระบบ ในขณะที่ตลาดตราสารหนี้ในต่างประเทศ เช่น อเมริกา ญี่ปุ่น ในปี 2537 ขนาดของตลาดตราสารหนี้มีอัตราส่วนสูงถึง 110% และ 74% ของ GDP ตามลำดับ และเมื่อเปรียบเทียบกับตลาดในภูมิภาคเอเชีย เช่น มาเลเซียและฟิลิปปินส์ ขนาดของตลาดตราสารหนี้คิดเป็นสัดส่วน 56% และ 39% ของ GDP (พิจารณาตาราง)

ดังนั้นตลาดตราสารหนี้ไทยยังมีศักยภาพที่จะสามารถเติบโตได้อีกมาก



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.