|

การท่องเที่ยวในฝรั่งเศส
โดย
สุภาพิมพ์ ธนะพรพันธุ์
นิตยสารผู้จัดการ( กรกฎาคม 2547)
กลับสู่หน้าหลัก
ปารีสเมืองแฟชั่น นั่นเป็นจุดขายของการท่องเที่ยว หากปารีสมีมากกว่าการเป็นเมืองแฟชั่นเท่านั้น ด้วยว่าอุดมไปด้วย "วัฒนธรรม" ทุกตารางนิ้วของกรุงปารีสเป็นความตื่นตาตื่นใจของผู้มาเยือน
เสน่ห์ของกรุงปารีสอยู่ที่ตึกรามบ้านช่องที่ดูเก่าแก่สวยงาม ด้วยว่ามีการอนุรักษ์อาคารที่สร้างก่อนศตวรรษที่ 18 อย่างจริงจัง มีกฎหมายรองรับ ผู้อยู่อาศัย สามารถปรับปรุงส่วนแต่งภายในอย่างไรก็ได้ แต่ต้องเก็บรูปแบบสถาปัตยกรรมไว้ให้เหมือนเดิม อีกทั้งต้องขัดสีฉวีวรรณอาคารของตนให้สะอาดเอี่ยม ค่าใช้จ่ายในการนี้สามารถนำไปหักในการคำนวณภาษี กรุงปารีส จึงดูตระการตายิ่ง
ต้องยอมรับว่ากรุงปารีสมีการวางผังเมืองที่ดี ในบริเวณที่เป็นใจกลางเมืองไม่มีตึกระฟ้า ชาวฝรั่งเศสไม่บ้าจี้ถึงกับทุบตึกเก่าทิ้งเพื่อสร้างตึกสูงสนองตัณหาของผู้เคยไปสัมผัสกลิ่นอายเมืองเทศ ตึกระฟ้าในกรุงปารีสมีเพียงตึกเดียวคือ Tour Montparnasse และกลายเป็นจุดสนใจของนักท่องเที่ยวที่ต้องการขึ้นไปชมทิวทัศน์กรุงปารีส
ย่านเก่าแก่ที่เคยเป็นที่พำนักของขุนนางอย่างเลอ มาเรส์ (Le Marais) ก็ไม่ได้ตกเป็นเหยื่อของ "ความเจริญ" จนต้องสร้างตึกใหม่เพื่อเป็นหอพักของพยาบาลท่ามกลางอาคารเก่าๆ แต่กลับอนุรักษ์ไว้และ "พัฒนา" ด้วยสติ ดังนั้นอาคารอันวิจิตรหลายหลังจึงกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ ดังเช่นโอเต็ล ซาเล (H๏tel Sal" ซึ่งกลายเป็นพิพิธภัณฑ์งานศิลป์ของปาโบล ปิกัสโซ (Pablo Picasso) เป็นต้น โอเต็ล ซุลลี (H๏tel Sully) อันสุดสวย สามารถเดินผ่านลานเพื่อไปยัง Place des Vosges ซึ่งมีอาคารรายรอบและอาจแวะชมบ้านพักของ วิคตอร์ อูโก (Victor Hugo) นักเขียนชื่อดัง
Le Marais นอกจากจะเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยแล้ว ยังเป็นย่านชอปปิ้งด้วย เต็มไปด้วยร้านหรู ยี่ห้อแปลกๆ สะท้อนความคิดสร้างสรรค์ นอกจากนั้นยังมีหมู่บ้านแซงต์-ปอล (Village Saint-Paul) ซึ่งเป็นหมู่บ้านขายของเก่า แม้ในปัจจุบันจะร้างผู้คน แต่ชาวบ้านยังคงมั่นคงกับอาชีพดั้งเดิม ทว่าเมื่อสื่อทราบปัญหาจึงเสนอข่าวและเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือ
สองฟากฝั่งแม่น้ำแซนสวยงามยิ่ง เต็มไปด้วยโบราณสถานที่เชิญชวนให้ไปชม ไม่ว่าจะเป็นโนเทรอะ-ดาม เดอ ปารีส์ (Notre-Dame de Paris) พระราชวังลูฟวร์ (Louvre) กับพีระมิดแก้วอันโอ่อ่า ศูนย์วัฒนธรรม จอร์จส์ ป็งปิดู (Centre Culturel Georges Pompidou) หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า โบบูร์ก (Beaubourg) ย่านละติน (Quartier Latin) ที่นักศึกษาเดินขวักไขว่สวนทางกับนักท่องเที่ยว วิหารซาเคร-เกอร์ (Basilique du Sacr"-Cฯur) อันโดดเด่นในย่านมงต์มาร์ทร์ (Mont-martre) ถนนชองป์เซลีเซส์ (Champs-Elys"es) ที่ไม่เคยหลับ ประตูชัย (Arc de Triomphe) และหอไอเฟล (Tour Eiffel) ที่งามสง่า ไม่มีตึกสูงที่มาทำลายอารมณ์สุนทรีย์ของผู้มาเยือน ไม่มีใครอยากทุบโบสถ์เก่าทิ้งเพื่อสร้างโบสถ์ใหม่ มีแต่ทำนุบำรุงเพื่อให้เป็นสถานท่องเที่ยวแห่งใหม่ ดังในกรณีของพิพิธภัณฑ์ออร์เซย์ (Mus"e d'Orsay) ซึ่งแต่เดิมเป็นสถานีรถไฟเก่ากลาย เป็นศูนย์รวมงานศิลป์ศตวรรษที่ 19 อันมีภาพเขียนอิมเพรสชั่นนิสต์เป็นหลัก
ในวันอากาศดี ผู้คนเดินกันคับคั่งตามถนนและทางเดินเลียบแม่น้ำ บ้างมานอนตากแดด หากเดินชมแม่น้ำอย่างใกล้ชิด อาจเห็นผู้ไร้ที่พำนักนอนใต้สะพาน ห่มผ้าจนแทบมองไม่เห็นตัว แผงร้านขายหนังสือเก่าริมแม่น้ำแซนเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ชาวฝรั่งเศสนิยม มาเดิน หากโชคดีจะได้หนังสือดีๆ ราคาถูกติดมือกลับบ้าน นักท่องเที่ยวต้องมาดูให้เป็นที่ประจักษ์ เทศบาลกรุงปารีสไม่ได้เห็นว่าแผงเหล่านี้เกะกะลูกตา จนต้องกำจัด เพราะนี่คือเสน่ห์อย่างหนึ่งของกรุงปารีสและกรุงปารีสได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่สวยงาม มีชีวิตชีวา
ตามเมืองท่องเที่ยวต่างๆ ในฝรั่งเศสนั้นจะมีสำนักงานท่องเที่ยวที่พร้อมจะให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยว และเอกลักษณ์ของเมืองนั้นๆ เช่น เมืองแรงส์ (Reims) อันมีวิหารโนเทรอะ-ดาม (Notre-Dame) เลื่องชื่อ เพราะเป็นสถานที่ประกอบพิธีสถาปนาโคลวิส (Clovis) เป็นกษัตริย์ฝรั่งเศสองค์แรก และกษัตริย์ฝรั่งเศส ทุกพระองค์ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ต้องมาทำพิธีที่วิหาร Notre-Dame de Reims ยกเว้นเพียงไม่กี่องค์ ดังเช่น นโปเลอ็ง เป็นต้น เมืองแรงส์อยู่ในแคว้นชองปาญ (Champagne) การท่องเที่ยวจึงเน้นแหล่งผลิตแชมเปญสำหรับผู้มีรสนิยมวิไล ที่ประสงค์ซื้อแชมเปญจากแหล่งผลิตสามารถเยี่ยมชม ชิม และซื้อแชมเปญยี่ห้อต่างๆ ที่ผลิตในเมืองนี้ได้ บางแห่งต้องนัดหมายเวลา บางแห่งสามารถไปได้เลย สำนักงานท่องเที่ยวจะมีเอกสารเกี่ยวกับเมืองข้างเคียงด้วย เป็นเอกสารแจกฟรี ทั้งยังมีเจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลและคำปรึกษา
ที่น่ารักมากคือบรรดารถไฟเล็กที่เรียกว่า Le Petit Train ตกแต่งรถเป็นหัวรถจักรและมีรถพ่วงพานักท่องเที่ยวชมเมือง พนักงานขับรถทำหน้าที่มัคคุเทศก์ด้วย แถมโฆษณาโรงแรมและร้านอาหารที่ตนคุ้นเคย ในเมือง เล็กๆ มีรถม้าแทนรถไฟเล็ก ได้บรรยากาศอีกแบบหนึ่ง ในกรุงปารีสมีรถไฟเล็กที่วิหารซาเคร-เกอร์ วิ่งลงไปถึงย่านปิกาล (Pigalle) มีเรือท่องเที่ยวสำหรับชมทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำแซนโดยมีผู้บรรยายประกอบ
บ้านและอพาร์ตเมนต์ที่คนดังในอดีตเคยพำนักเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี เช่นบ้านของนักเขียนดังอย่างวิคตอร์ อูโก (Victor Hugo) หรือออนอเร เดอ บัลซัค (Honor" de Balzac) ในปารีส สวนและบ้านของโคล้ด โมเนต์ (Claude Monet) จิตรกรอิมเพรสชั่นนิสต์ชื่อดัง ที่จีแวร์นี (Giverny) เป็นต้น ล้วนเป็นอนุสรณ์สถานที่ควรแก่การเยือน
จะเห็นได้ว่าฝรั่งเศสมีการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เป็นระบบและมีการจัดการที่ดี ชาวฝรั่งเศสได้รับการปลูกฝังให้รักมรดกแห่งชาติ จึงมีความผูกพันและความภาคภูมิใจในชาติของตน รัฐมีงบประมาณเพื่อ วัฒนธรรม มีผู้นำที่มีความเป็นปัญญาชนและส่งเสริมวัฒนธรรมอย่างจริงจัง ฝรั่งเศสจึงมีศูนย์วัฒนธรรมจอร์จส์ ป็งปิดู พีระมิดแก้ว หอสมุดฟรองซัวส์มิตแตร็องด์ (Bibliotheque Franois Mitterrand) อันเป็นผลงานร่วมสมัย
ความเจริญกำลังทำให้รถม้าในลำปางหายไป และกำลังทำให้อาคารเก่าริมแม่น้ำเจ้าพระยาในตรอกโรงภาษีเก่ากลายเป็นโรงแรมหรู
หวนไห้อาคารของธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ในตรอกกัปตันบุช ที่ปัจจุบันกลายเป็นโรงแรมและศูนย์การค้าริเวอร์ซิตี้
หมายเหตุ นโปเลอ็งไม่ได้ทำพิธีสถาปนาเป็นจักรพรรดิ ฝรั่งเศสที่ปราสาทฟงแตนโบล แต่ที่วิหาร
โนเทรอะ-ดาม เดอ ปารีส์
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|