ออกมายั่วน้ำลายผู้บริโภค ทำให้บรรยากาศการแข่งขันในตลาดเครื่องปรับอากาศได้ร้อนแรง
เช่นเดียวกับอากาศของไทยในช่วงนี้ ซึ่งรายเก่าๆ จะได้เปรียบอย่างมากในด้านการแข่งขัน
อย่างไรก็ตามก็อย่ามองข้ามรายใหม่ เพราะอาจจะเข้ามาตีตลาดได้ ถ้าเขาเชื่อมั่นในตัวผลิตภัณฑ์ของตัวเอง
อย่างเช่น บมจ. เครื่องสุขภัณฑ์อเมริกัน สแตนดาร์ด (ประเทศไทย) เจ้าของผลิตภัณฑ์ด้านสุขภัณฑ์
ก๊อกน้ำ และอุปกรณ์ในห้องน้ำ ภายใต้ชื่ออเมริกันสแตนดาร์ด ได้เปิดตลาดใหม่ด้วยการนำเครื่องปรับอากาศ
"American Standard HI-WALL" ออกมาแย่งส่วนแบ่งตลาด
หลายคนสงสัยว่าบริษัทฯ ผลิตเครื่องปรับอากาศจำหน่ายด้วยหรือ ซึ่งความจริงแล้วผลิตภัณฑ์ระบบปรับอากาศและเครื่องปรับอากาศเป็นหนึ่งใน
4 ของกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักของบริษัท ภายใต้ตราเทรนและอเมริกันสแตนดาร์ด ส่วนที่เหลือก็มีกลุ่มสินค้าเครื่องสุขภัณฑ์
ภายใต้ตราอเมริกันสแตนดาร์ดและไอดีล สแตนดาร์ด กลุ่มสินค้าเพื่อการขนส่งระบบห้ามล้อเอบีเอสสำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่
และกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมระบบการผลิตเครื่องมือแพทย์
"ในไทยผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศของเราที่รู้จักกัน คือยี่ห้อเทรน
ส่วนยี่ห้ออเมริกัน สแตนดาร์ด เพิ่งเข้ามาเปิดตลาดในไทยเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกลุ่มธุรกิจสินค้าเครื่องสุขภัณฑ์ของบริษัทฯ
เรากับกลุ่มสินค้าเครื่องปรับอากาศของบริษัท แอร์โค ผู้จัดจำหน่ายเครื่องปรับอากาศเทรน
เพราะนโยบายการดำเนินงานของบริษัทแม่ต้องการสนับสนุน ให้มีความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างกลุ่มบริษัทในเครือ
ทั้งด้านการตลาด, เทคโนโลยีการผลิต" ศรชัย จาติกวณิช รองประธานฝ่ายขายและการตลาดของบริษัทฯ
กล่าว
โดยผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศที่บริษัทฯ จะนำออกวางจำหน่ายมีทั้งรุ่นพรีเมียม
ขนาด 10,000, 13,000 และ 17,000 บีทียู และรุ่นมาตรฐาน ขนาด 9,000, 12,000,
18,000 และ 24,000 บีทียู "โดยจะให้บริษัท แอมแอร์ จำกัด เป็นผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศให้เรา
แต่ในด้านของรายได้นั้น แอร์โคจะเป็นผู้รับผิดชอบ" ศรชัย กล่าว
สำหรับเป้าหมายการตลาดของอเมริกันสแตนดาร์ดในปี 2541 จะเน้นไปยังตลาดผู้บริโภคที่พักอาศัยเป็นหลัก
แต่เนื่องจากตลาดเครื่องปรับอากาศเป็นตลาดที่มีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง
โดยเฉพาะตลาดเครื่องปรับอากาศขนาดเล็ก ซึ่งนิยมใช้ในบ้านที่พักอาศัย หรือสำนักงาน
ที่รู้จักกันว่าแอร์บ้าน ตลาดส่วนนี้จะมีส่วนแบ่งในตลาดประมาณ 75% ที่เหลืออีกประมาณ
25% จะเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่นิยมในโรงงาน ห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงานขนาดใหญ่
"เรามั่นใจในยี่ห้อของเราว่า จะสามารถแย่งตลาดจากเจ้าของตลาดเดิมได้
ซึ่งในปีแรกนี้ตั้งเป้าไว้ว่าจะขายได้ประมาณ 10,000 ชุด หรือประมาณ 3% ของตลาดรวมทั้งระบบ
โดยในช่วงแรกจะจำหน่ายผ่านผู้แทนจำหน่ายสินค้าสุขภัณฑ์ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล
10 แห่ง และในสิ้นปีจะขยายเพิ่มขึ้นอีก 5 แห่ง และจะพยายามขยายให้ได้ครอบคลุมทั่วประเทศ
ผ่านร้านค้าตัวแทนจำหน่ายเครื่องสุขภัณฑ์ 150 แห่ง ส่วนในปีหน้าตั้งเป้าว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้นถึง
100%" นิธิบุญ แสนสุข ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายขายการตลาดเครื่องปรับอากาศ
อเมริกัน สแตนดาร์ด กล่าวถึงเป้าหมายในการทำตลาดเครื่องปรับอากาศในปี 2541
อย่างไรก็ตามอเมริกันสแตนดาร์ดคงจะต้องเหนื่อยมากพอสมควร สำหรับการเข้าไปแย่งตลาดจากผู้นำตลาด
เนื่องจากแต่ละค่ายอย่างมิตซูบิชิ, แคร์เรียร์, ซัยโจเดนกิ, โตชิบา, เนชั่นแนล
อยู่ในวงการเครื่องปรับอากาศมานาน ทำให้ผู้บริโภคเชื่อมั่นในตัวสินค้าเหล่านี้มากกว่า
สังเกตได้จากแต่ละค่ายมีส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 10% ที่สำคัญในปี 2541 ตลาดเครื่องปรับอากาศได้ขยายตัวลดลงไปจากปีที่แล้วประมาณ
20% โดยคาดว่าจะมีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 4.5 แสนเครื่อง
"สาเหตุเนื่องจากขณะนี้สภาพเศรษฐกิจอยู่ในช่วงถดถอย ทำให้ตลาดเครื่องปรับอากาศได้รับผลกระทบไปด้วย
เพราะตลาดดังกล่าวค่อนข้างจะอิงอยู่กับภาวะการขยายตัวของอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังได้รับความเจ็บปวด
ไม่ว่าจะเป็นการหดตัวของคอนโดมีเนียม ที่พักอาศัย สำนักงาน"
นอกจากนี้อเมริกันสแตนดาร์ดยังจะต้องเจอคู่แข่งที่อยู่นอกระบบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ซึ่งในวงการนี้เรียกว่า แอร์เถื่อน ที่สามารถครองตลาดผู้ที่มีรายได้พอสมควร
เนื่องจากใช้กลยุทธ์ด้านราคาเป็นหลักที่จะดันให้ยอดขายเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่จะจำหน่ายดีในเขตชานเมืองและต่างจังหวัด
โดยแอร์เถื่อนครองใจผู้บริโภคได้ประมาณ 8%
"แน่นอนว่ากลุ่มลูกค้าเราจะเป็นกลุ่มเดียวกันกับลูกค้าเครื่องสุขภัณฑ์
ดังนั้นเชื่อว่าสินค้าจะติดตลาดได้ในเวลาที่รวดเร็ว และยังเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายใหม่ให้กับสินค้า
และยังเป็นการเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้แทนจำหน่ายเครื่องปรับอากาศอีกด้วย"
นิธิบุญ กล่าว
สำหรับกลยุทธ์การตลาดเครื่องปรับอากาศในปัจจุบัน หลายๆ ค่ายจะมีกลยุทธ์ที่ไม่แตกต่างกันเลย
โดยจะเน้นในเรื่องลด แลก แจก แถม ซึ่งอเมริกันสแตนดาร์ด ก็จะนำกลยุทธ์ที่ผู้ซื้อสามารถรับส่วนลดพิเศษ
2,000 บาทต่อเครื่อง พร้อมรับบริการติดตั้งฟรี และบริการหลังการขายฟรีอีก
2 ครั้งภายใน 1 ปี และรับประกันความพอใจที่สามารถคืนเครื่องได้ภายใน 30 วัน
หน้าร้อนปีนี้ตลาดเครื่องปรับอากาศคงจะต้องแข่งขันกันอย่างดุเดือดมากกว่าปีที่ผ่านมาแน่
ซึ่งคงจะต้องจับตาดูอเมริกันสแตนดาร์ด ที่หน้าเก่าแต่ขายสินค้าใหม่อย่างเครื่องปรับอากาศ
จะสามารถเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดนี้ได้มากเพียงไร... คงต้องพิสูจน์กัน