การตลาดที่จำเจซ้ำซาก ย่อมหมายถึง ยอดขายที่เงื่องหงอย คุณต้องการเพิ่มรายได้ของบริษัทคุณใช่หรือไม่
ว่าแต่คุณ มีความกล้าสักแค่ไหนถ้าคุณกล้าพอ หนังสือเล่มใหม่ของจอน สโปลสตรา
(Jon Spoelstra) ที่ปรึกษาการตลาดผู้สามารถ ซึ่งมีชื่อว่า Marketing Outrageously
คือหนังสือที่จะช่วยเติมพลังให้แก่เกมการตลาดของคุณ
สโปลสตราผู้เคยเป็นประธานทีม New Jersey Nets ซึ่งเคยฝากผลงานอันน่าทึ่งไว้แก่ทีม
โดยสามารถทำให้ทีมมีรายได้เพิ่มขึ้นถึงเกือบ 500 เปอร์เซ็นต์และยังเป็นเจ้าของหนังสือคัมภีร์การตลาดอย่าง
Ice to the Eskimos และ Success Is Just One Wish Away ได้ให้ทั้งคำแนะนำ
เคล็ดลับ และอีกสารพัดวิธี พร้อมตัวอย่างประกอบเพียบ ในอันที่จะทำให้คุณสามารถเพิ่มรายได้ให้แก่บริษัทของคุณ
ด้วยวิธีการที่แปลกแหวกไปกว่าใครๆ โยนทิ้งไปได้เลย วิธีคิดแบบเก่าๆ ในการสร้างและทำให้ธุรกิจเจริญเติบโตการตลาดเท่านั้นที่เป็นมนต์วิเศษของสโปลสตรา
ที่จะดลบันดาลให้บริษัทของคุณมีรายได้เพิ่มขึ้นและเมินเสียเถอะ เทคนิคการตลาดที่ต้องใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์น่ะ
สโปลสตราบอกว่า มันหมดสมัยแล้ว
ตุ๊กตาไก่
ถ้าอยากให้ลูกค้าสนใจบริษัทของคุณ สโปลสตราบอกว่าnbsp; คุณต้องกล้าที่จะก้าวข้ามเส้น
"ศีลธรรมอันดีงามของประชาชน" และ "การดำเนินธุรกิจไปตามปกติ"
เขาได้ยกตัวอย่างจริงที่เขาเคยทำมาแล้ว ครั้งหนึ่งเขาเคยส่งตุ๊กตาไก่ทำด้วยยางไปให้ลูกค้าที่ได้ชื่อว่าควักกระเป๋ายากที่สุด
โดยมีแบบฟอร์มต่ออายุตั๋วดูกีฬาแบบเหมาจ่ายมัดไว้กับขาของไก่ อีกครั้งหนึ่ง
เขาส่งตั๋วไปทางไปรษณีย์ โดยใส่ลงในกล่องซิการ์ทำด้วยไม้ ซึ่งมีรูปโลโกของทีมที่ไหม้ไฟบนฝากล่องและมี
"คู่มือการเป็นเจ้าของ" อยู่ข้างใน
"การตลาดแบบล้ำเส้นเอาชนะการตลาดแบบจืดชืดได้ครั้งแล้วครั้งเล่า"
สโปลสตราระบุในหนังสือ อาจจะยากที่จะคิดแผนการตลาดแบบล้ำเส้นขึ้นมาสักแผนหนึ่ง
แต่แผนการตลาดแบบปลอดภัยไว้ก่อน ก็ไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดเสมอไป และความเซ็งของเทคนิคการตลาดแบบเดิมๆ
ก็ไม่มีทางที่จะเทียบกับความกล้าบ้าบิ่นของการตลาดแบบล้ำเส้นได้
คิดถึงรางวัลใหญ่
หลักการพื้นฐานของการตลาดแบบล้ำเส้นคืออะไร หลักง่ายๆ ก็คือ เน้นมองภาพใหญ่และคิดถึงรางวัลใหญ่ที่จะได้รับเข้าไว้การคิดให้ใหญ่
และการใช้การริเริ่มสร้างสรรค์นี่แหละคือ รากฐานของแผนการตลาดที่จะประสบความสำเร็จ
สโปลสตรายังบอกอีกด้วยว่าการมีเงินน้อยไม่ใช่ข้อแก้ตัวของการที่มียอดขายตกต่ำ
สโปลสตราบอกว่า ขั้นแรกของวิธีเพิ่มรายได้ให้บริษัทคือ การถามตัวเองว่า จะต้องทำอะไรบ้าง
เพื่อให้เราเป็นบริษัท... ที่ดีที่สุดของปีนี้ สโปลสตราแนะให้คุณเขียนคำถามนี้ลงในกระดาษแล้วใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อติดตัวไว้ตลอดเวลา
การตั้งคำถามที่มีพลังเรียกร้องแบบนี้ คือส่วนที่ยากที่สุดของการพัฒนากลยุทธ์การตลาด
ซึ่งสามารถจะสนองตอบความต้องการของคุณได้อย่างตรงเป้าที่สุด
จากนั้น สโปลสตราได้เสนอแนะไอเดียมากมาย ที่อาจช่วยให้คุณตอบคำถามนี้ได้อย่างดีที่สุด
โดยกลั่นกรองมาจากประสบการณ์อันโชกโชนของเขา และของผู้ประกอบการรายอื่นๆ
ที่เคยประสบความสำเร็จมาแล้วก่อนหน้านี้ ในการใช้เทคนิคการตลาดแบบล้ำเส้นไม่มีใครเหมือน
เสริมด้วยกลยุทธ์การตลาดธรรมดา
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการตลาดแบบแหวกแนวจะเป็นสิ่งที่จะช่วยเพิ่มรายได้ให้บริษัท
แต่สโปลสตราก็ยังคงใช้เทคนิคการตลาดแบบธรรมดาสามัญ เข้ามาเสริมด้วย ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่
เขาใช้ในการทำให้ยอดขายตั๋วเหมาจ่ายของ Edmonton Oilers พุ่งพรวดจาก 5,500
ใบ เป็น 13,000 ใบด้วยกลยุทธ์ธรรมดาๆ อย่างการเพิ่มจำนวนพนักงานขาย เน้นการฝึกอบรมแบบเข้ม
และการติดตามลูกค้าใหม่อย่างไม่ลดละ สโปลสตราสามารถพลิกฟื้นแฟรนไชส์ขายตั๋ว
ที่กำลังจะเจ๊งให้กลายเป็นบริษัทที่มั่นคงได้ในพริบตา
การใช้กลยุทธ์การตลาดเต็มรูปแบบเหล่านี้ อาจจะดูไม่ค่อยจะแปลกเท่าไร แต่ผลกำไรที่เพิ่มขึ้นนั้นน่าทึ่งมากอ่านมาถึงตอนนี้คุณอาจจะเกิดคำถามขึ้นในใจว่า
แล้วจะเอาเงินที่ไหนไปจ้างพนักงานขายเพิ่ม สโปลสตราแนะว่า แค่เจียดเงินไม่มากมาจากงบโฆษณา
คุณก็สามารถจ้างพนักงานขายใหม่เพิ่มขึ้นได้อีกหลายคน แต่เตือนว่าห้ามดึงเงินมาจากงบฝึกอบรมเป็นอันขาดเพราะพนักงานขาย
ที่จ้างเข้ามาใหม่จำเป็นจะต้องได้รับการ
ฝึกอบรมการเกาะติดลูกค้าใหม่
Marketing Outrageously เป็นหนังสือที่เต็มไปด้วยเคล็ดลับและกลวิธีต่างๆ
ในการเพิ่มรายได้ให้แก่บริษัท และยังเป็นหนังสือที่อ่านเพลิน กับเรื่องเล่าที่ทั้งสนุกและได้ความรู้จากประสบการณ์จริงอันช่ำชองของสโปลสตรา
ซึ่งล้วนแสดงให้เห็นถึงอัจริยะด้านการตลาดของเขา หนังสือเล่มนี้จึงเป็นเสมือนคู่มือสำหรับพนักงานขาย
หรือแม้กระทั่งนักการตลาดระดับบริหารก็ไม่ควรพลาด