บริษัทที่ปรึกษาแห่งนี้ เป็นกิจการที่แยกตัวออกมาจาก Anderson Wordwide
และได้ประกาศใช้ชื่อบริษัท Accenture อย่างเป็นทางการ เมื่อต้นปี 2001
ที่มาของชื่อบริษัทใหม่ของกิจการมาจากคำว่า accent บวกกับ future ที่มีความหมายว่า
เป็นการมุ่งสู่อนาคต
ธุรกิจหลักของการเป็นบริษัทที่ปรึกษาแห่งนี้อยู่ที่
การเป็นที่ปรึกษาด้านการจัดการและเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจการด้าน
e-business ที่เป็นยุทธศาสตร์ในเชิงรุกที่บริษัทที่ปรึกษาแห่งนี้ได้มุ่งเน้นมาตลอดในช่วงหลายปีนี้
นอกเหนือไปจากการร่วมมือกับเจ้าของเทคโนโลยี อาทิ ไมโครซอฟท์ ที่ถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นแล้ว
Accenture ยังมีศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีเป็นของตัวเองถึง 2 แห่ง ตั้งอยู่ในซิลิกอน
วัลเล่ย์ และที่ sophia antipolis
เทคโนโลยีล่าสุดที่เกิดจากการแสวงหาไอเดียใหม่ๆ คือ pocket bargain finder
เป็นระบบที่ใช้สำหรับการสร้าง "เครื่องมือ" ที่เอื้ออำนวยความสะดวกในการซื้อขายสินค้าทางอินเทอร์เน็ต
ทั้งในการสร้างฐานข้อมูล การเช็กราคาสินค้า หรือสั่งซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ต
ความพยายามในการสร้างความโดดเด่นในเรื่องของเทคโนโลยี ไม่ใช่เพราะ Accenture
ต้องการเป็นผู้ผลิตซอฟต์แวร์ เป็นเพราะพวกเขาต้อง "คิด" ล่วงหน้าให้ได้ก่อนลูกค้าไป
1 step ที่เป็นเรื่องจำเป็นสำหรับบริษัทที่ปรึกษา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนสังเวียนของ e-business ที่ไม่มีสูตรสำเร็จที่ตายตัว
จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้อง "คิด" หา solution ใหม่ๆ ให้กับลูกค้าอยู่ตลอดเวลา
ด้วยเหตุนี้เอง Accenture จึงต้องทำตัวเป็น venture capital หรือศัพท์ที่พวกเขาใช้เรียกตัวเองว่า
เป็น "เทคโนโลยี
เวนเจอร์" ให้เงินสนับสนุนบรรดาบริษัทดอทคอมที่เพิ่งเริ่มต้นกิจการ ซึ่งเวลานี้มีประมาณ
200 บริษัท
หนึ่งในนั้นก็คือ บริษัท chem connect ทำธุรกิจตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ
market place ในโลกอินเทอร์เน็ต
สำหรับในไทย ยังไม่มีรายชื่อว่า บริษัทดอทคอมของไทยรายไหนจะได้รับการสนับสนุนจาก
เทคโนโลยี เวนเจอร์รายนี้ จะมีก็แต่ในสิงคโปร์ เพราะแน่นอนว่า สิ่งที่พวกเขาต้องการจากบรรดาดอทคอมเหล่านี้
ไม่ใช่เว็บไซต์ที่มี
page view ดีๆ แต่ต้องเป็น application ที่ใช้ประโยชน์ได้จริงในโลกของธุรกิจตามแนวทาง
e-buiness นั่นเอง
การทำงานร่วมกับบริษัทดอทคอมทั่วโลก จึงเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับที่นี่ ถึงกับมีคำกล่าวที่ว่า
ทุกๆ 4 ชั่วโมง ระบบของ Acccenture จะเกิดขึ้นในโลก
หนึ่งในระบบแอพพลิเคชั่นนั้นก็คือ ระบบ billing system ที่บริษัท
ผู้ประกอบธุรกิจสื่อสารมากกว่า
ครึ่งหนึ่งใน 20 บริษัทรายใหญ่ที่ใช้ระบบบิลลิ่ง ซิสเต็มที่ Accenture คิดค้นขึ้นมา
เป็นเรื่องจำเป็นที่บริษัทที่ปรึกษาแห่งนี้ จะต้องมีระบบจัดการสำนักงานที่ถูกออกแบบมาเพื่อความคล่องตัวในการทำงาน
สามารถประยุกต์เข้ากับการนำไอทีเป็นเครื่องมือได้อย่างลงตัว เพราะนี่จะเป็นแบบจำลองในอีกแง่มุมที่จะสะท้อนความเป็นที่ปรึกษาในโลกของ
e-buiness ได้เป็นอย่างดี