เคปเปล แคปปิตอล โฮลดิ้ง (Keppel Capital Holding) กลุ่มธุรกิจในเครือเคปเปล
คอร์ปอเรชั่น กำลังได้รับความสนใจ จากข้อเสนอซื้อกิจการจากธนาคารท้องถิ่นในสิงคโปร์
2 แห่ง
กลุ่มธุรกิจโอเวอร์ซี ไชนีส แบงกิ้ง คอร์ปอเรชั่น (Oversea-Chinese Banking
Corporation : OCBC) ธนาคารยักษ์ใหญ่อัน ดับ 3 ของสิงคโปร์ ประกาศซื้อกิจการเคปเปล
แคปปิตอลด้วยเงินสด 4,800 ล้านเหรียญ สิงคโปร์ หรือประมาณ 2.65 พันล้านเหรียญ
สหรัฐ
การประกาศเทกโอเวอร์เคปเปล แคป- ปิตอลของ OCBC ได้สร้างความประหลาดใจให้กับตลาดเป็นอย่างยิ่ง
เนื่องจากเคปเปล แคปปิตอล ซึ่งมีเคปเปล ทัตลี แบงก์ (Keppel TatLee Bank)
ธนาคารขนาดเล็กสุดของ สิงคโปร์ แต่ตลาดก็เข้าใจว่าหากทั้งสองรวม กิจการกัน
จะส่งผลให้ OCBC กลายเป็น ธนาคารอันดับ 2 เป็นรองแค่ดีบีเอส แบงก์ เท่านั้นในแง่สินทรัพย์
อย่างไรก็ตาม แผนการของ OCBC ใช่ว่าจะเป็นไปอย่างง่ายดาย เพราะในเวลา เดียวกัน
ธนาคารยักษ์ใหญ่อันดับ 2 ของ สิงคโปร์ในปัจจุบันอย่างยูไนเต็ด โอเวอร์ซี
แบงก์ (United Overseas Bank : UOB) ก็ยื่นข้อเสนอเพื่อซื้อเคปเปล แคปปิตอล
เช่นเดียวกัน
ขณะที่ทางเคปเปล แคปปิตอลได้ยืน ยันต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งสิงคโปร์
(ก.ล.ต.) แล้วว่ามีผู้สนใจซื้อกิจการของตนเอง "บริษัทได้ อ้างถึงข้อเสนอจาก
OCBC และคำยืนยันจาก UOB เป็นที่แน่นอนแล้ว" Lynne Tan เลขาธิการ ก.ล.ต.
ของสิงคโปร์กล่าว
สำหรับความเคลื่อนไหวในเคปเปล แคปปิตอลนั้น ลิม ชี อัน ประธานกรรมการ บริษัทออกมาชี้แจงว่ายังไม่สามารถรับข้อ
เสนอจากผู้สนใจในระยะเวลาอันใกล้ เนื่อง จากกำลังเจรจากับธนาคารหลายแห่งใน
สิงคโปร์
"เราจะประเมินข้อเสนอของนักลงทุน แต่ในช่วงนี้ขอแนะนำให้ผู้ถือหุ้นอยู่เฉยไม่ต้องกังวลอะไรทั้งสิ้นจนกว่าจะมีการยืนยันจากฝ่ายเรา"
สำหรับมูลค่าของเคปเปล แคปปิตอล ซึ่งมีกลุ่มกิจการในเครือทั้งกิจการธนาคาร
ไฟแนนซ์และประกันภัย ทาง OCBC ได้ทำ การประเมินออกมาแล้วปรากฏว่า ให้ราคา
สูงกว่าทรัพย์สินในบัญชีถึง 1.7 เท่า แต่ตัวเลข ดังกล่าวบรรดานักวิเคราะห์ในสิงคโปร์ยัง
มองว่าต่ำเกินไป แม้ว่า OCBC จะเป็นต่อ OUB อยู่เล็กน้อย
"ข้อเสนอของพวกเขาต่ำเกินไปหาก เทียบกับข้อเสนอของดีบีเอส แบงก์ที่ขอเสนอ
ซื้อ Dao Heng Bank ในฮ่องกง" แซม ชิน นักวิเคราะห์แห่งสถาบันหลักทรัพย์เอบีเอ็น
แอมโรให้ความเห็น "OCBC ซื้อธนาคารที่มี จำนวนเงินกู้ใกล้เคียงกับ Dao Heng
Bank แต่ให้ราคาต่ำกว่าถึงครึ่งหนึ่งของดีบีเอส แบงก์"
ขณะที่ อเล็ก อู รองประธานกรรมการ บริหารของ OCBC ออกมาพูดถึงกรณีที่ให้
ความสนใจเคปเปล แคปปิตอลว่า "เป็นข้อเสนอที่น่าสนใจอย่างมาก เนื่องจากเป็นราคา
ที่สูงกว่าราคาหุ้นเฉลี่ยตลอด 3 เดือนที่ผ่านมาถึง 32%"
เขายังอธิบายต่อไปว่าไม่มีความคิดที่จะเสนอซื้อกิจการในรูปแบบไม่เป็นมิตร
แต่จะพิจารณาเงื่อนไขเพิ่มสูงขึ้นหากว่าได้รับการ โต้ตอบจาก UOB หรือผู้ที่สนใจอื่นๆ
"เคปเปล แคปปิตอลเป็นแฟรนไชส์ที่ดีมาก" เนื่องจาก มองเห็นว่าจะเข้ามาเป็นองค์ประกอบด้าน
ความแข็งแกร่ง นั่นหมายความว่า OCBC จะต้องไม่พลาดโอกาสอันดีนี้ไป "นี่คือการริเริ่ม
แผนงานของเราในอนาคต"
สำหรับทางด้าน UOB ซึ่งเสนอตัวเข้า มาประมูลแข่งกับ OCBC ได้สร้างความคึกคัก
ให้กับตลาดการเงินภายในสิงคโปร์เป็นอย่าง มาก เนื่องจาก UOB ได้มองเคปเปล
แคปปิตอล มานานพอสมควรและปัจจุบันก็กำลังประเมิน โอกาสสำหรับการเข้าซื้อกิจการ
แม้ว่าข้อเสนอ หรือเงื่อนไขจะยังไม่ได้ถูกระบุชัดเจนก็ตาม
อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์ก็ได้แสดง ทัศนะต่อความเคลื่อนไหวของ UOB ครั้งนี้
ว่าเป็นรองคู่แข่ง "พวกเขาไม่ใช่คู่แข่ง OCBC" แซม ชินมั่นใจ
ขณะที่ธนาคารโอเวอร์ซี ยูเนี่ยน แบงก์ (OUB) ธนาคารอันดับ 4 แห่งสิงคโปร์
กลับไม่มี ปฏิกิริยาต่อเรื่องดังกล่าว ซึ่งแซม ชิน ได้ ให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า
OUB ก็ไม่ใช่คู่แข่ง OCBC เช่นเดียวกัน เนื่องจากหุ้นทุนทั้งหมด ของธนาคารมีมูลค่าทั้งสิ้นเพียง
2,750 ล้าน เหรียญสหรัฐเท่านั้น "เป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะได้เคปเปล แคปปิตอล"
ด้านผู้นำตลาดอย่างดีบีเอส แบงก์ ประกาศออกมาเช่นเดียวกันว่าไม่มีความ
สนใจเคปเปล แคปปิตอล เนื่องจากพุ่งเป้าไป ยังการซื้อกิจการในต่างประเทศ ล่าสุดซื้อ
กิจการ Dao Heng Bank แห่งฮ่องกง ขณะที่ ตลาดในสิงคโปร์ ดีบีเอส มองว่า ไม่มีใครขึ้น
มาทาบรัศมีได้
นับตั้งแต่เกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจ ในเอเชียเมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลสิงคโปร์ได้
พยายามที่จะกระตุ้นให้ธนาคารท้องถิ่นรวมกิจการเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งใน
สภาพตลาดที่มีการแข่งขันอย่างรุนแรง โดย เฉพาะการรุกเข้ามาแย่งตลาดของธนาคารต่าง
ประเทศ อาทิ ฮ่องกง และเซี่ยงไฮ้แบงกิ้ง คอร์ปอเรชั่น (HSBC), ซิตี้แบงก์
หรือเอบีเอ็น แอมโร
กระนั้นก็ดี ธนาคารท้องถิ่นกลับไม่ได้ ตอบสนองความคิดของรัฐบาลสิงคโปร์มากนัก
เนื่องจากความกังวลในเรื่องการสูญเสีย อำนาจบริหารภายในองค์กร มีเพียงดีบีเอส
แบงก์ซึ่งเป็นธนาคารกลไกของรัฐที่ตอบสนอง ด้วยการควบรวมกิจการกับโพสต์ ออฟฟิศ
เซฟวิ่ง แบงก์ (PostBank)
แน่นอนว่าหาก OCBC ถูกซื้อไปแล้ว อาจจะเป็นการเปิดศักราชใหม่ในการกระตุ้นให้สถาบันการเงินหรือธนาคารอื่นๆ
เริ่มเห็น ความสำคัญในการรวมกิจการเข้าด้วยกัน เพื่อความอยู่รอด
เคปเปล แคปปิตอล ถือหุ้นใหญ่โดย เคปเปล คอร์ปอเรชั่น 37% และ 4.9% โดย
Singapore Government Investment