เออาร์กรุ๊ป ปริศนาของแจ๊ค


นิตยสารผู้จัดการ( มกราคม 2542)



กลับสู่หน้าหลัก

ดูเหมือนว่าการขยายกิจการของเออาร์กรุ๊ป จะมีคนที่ยินดีอยู่เพียงแค่แจ๊ค และพนักงานของเออาร์เท่านั้น แต่หากไปถามคนแถวพระราม 3 หลายคนคงไม่อยากแม้จะพูดถึง

ไม่ใช่เพราะเออาร์กรุ๊ปเป็นคู่แข่งตัวฉกาจ แต่เป็นเพราะเออาร์คือ อาณาจักรใหม่ของแจ๊ค และเป็นอาณาจักรที่ขยายตัวขึ้นท่ามกลางความปรวนแปรของสหวิริยาโอเอ

แต่คำกล่าวนี้อาจไม่เป็นธรรมสำหรับแจ๊คเท่าไหร่นัก เพราะเป็นเรื่องปกติของทุกคนที่เมื่อถึงจุดหนึ่งก็อยากมีธุรกิจของตัวเอง และสหวิริยาโอเอก็เป็นของตระกูลวิริย-ประไพกิจถือหุ้นส่วนใหญ่

เออาร์ เกิดขึ้นมาจากความคิดของแจ๊คที่ว่า "คุณทำได้ ผมก็ทำได้"

แจ๊คให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ แต่แจ๊คไม่ได้ทำแค่ถ่ายทอดเฉยๆ แจ๊คยังศึกษาจากคนข่าวเหล่านั้นด้วย นี่เป็นจุดเริ่มที่ทำให้เขาเห็นประโยชน์จากข้อมูลข่าว

แอ็ดวานซ์ รีเสิร์ช หรือ เออาร์ ตั้งขึ้นเพื่อทำธุรกิจผลิตหนังสือคอมพิวเตอร์ และทำวิจัยทางด้านข้อมูล

คนที่คลุกคลีอยู่กับเทคโนโลยีอย่างแจ๊ค ย่อมรู้ดีว่า อำนาจใหม่ทางธุรกิจในวันหน้า คือ โลกของข้อมูล ไม่ใช่ธุรกิจค้าฮาร์ดแวร์ หรือ ซอฟต์แวร์อีกต่อไป มันเป็นธุรกิจที่ไม่ต้องปวดหัวกับสต็อก เพียงแต่จัดการกับข้อมูลดีๆ กำไรมหาศาลก็จะตามมา

บังเอิญว่า แจ๊คมอบโอกาสนี้ให้กับเออาร์ ไม่ใช่สหวิริยาโอเอ

เอนิว คอร์ปอเรชั่น จึงกลายเป็นหน่อใหม่ของเออาร์ ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อทำธุรกิจค้าข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ เป็นจุดที่ทำให้บทบาทของแจ๊คต้องถูกจับตามองจากรอบด้าน

แจ๊คเห็นข้อดีจากระบบสัมปทาน และสัมปทานที่ว่านี้ไม่จำเป็นต้องเป็นแค่สัมปทานสื่อสาร แต่เป็นสัมปทานที่เกี่ยวกับข้อมูล

ในแต่ละวันจะมีคนจำนวนมาก ที่เดินไปที่กรมทะเบียนการค้า แถวๆ ท่าเตียนเพื่อขอค้นทะเบียนข้อมูล บริษัท งบการเงิน ผู้ถือหุ้น แต่หากข้อมูลเหล่านี้สามารถมาบรรจุลงในคอมพิวเตอร์ และส่งถึงหน้าจอคอมพิวเตอร์ลูกค้าทันที โดยไม่ต้องไปเสียเวลาเดินทางนั่งรอคอย 3-4 ชั่วโมง หนำซ้ำข้อมูลเหล่านี้ยังสามารถนำมาพัฒนาเพิ่มมูลค่าในรูปแบบอื่นๆ ให้มีราคาเพิ่มขึ้น ได้อีก

นี่เป็นปรากฏการณ์ที่แจ๊คมองเห็น

เห็นถึงมูลค่ามหาศาลที่แฝงอยู่ในข้อมูลเหล่านี้

บริษัทบิซิเนส ออนไลน์ รับสัมปทานข้อมูลทะเบียนการค้าจากกระทรวงพาณิชย์มาขายผ่านคอม พิวเตอร์ ซึ่งบริษัทนี้เป็นบริษัทลูกของเอนิวส์

แจ๊ครู้อีกว่า อินเตอร์เน็ตจะเป็นเครือข่ายทรงอิทธิพลที่สุดในโลกในทศวรรษนี้ และอินเตอร์เน็ตเป็น "สื่อ" ที่จะใช้ในการส่งผ่านข้อมูลไปถึงผู้ใช้

เอ-เน็ต จึงเกิดขึ้น มันเป็นบริษัทในเครือแห่งที่ 2 ที่อยู่ในสังกัดเอนิวส์ รับสัมปทานให้บริการอินเตอร์เน็ต (ไอเอสพี) จากการสื่อสารแห่งประเทศไทย

ทั้งสองธุรกิจนี้เป็นการเอื้อประโยชน์กันโดยตรง บริการของเอ-เน็ต จึงมีจุดแตกต่างจากไอเอสพีรายอื่นๆ ตรงที่จะมีข้อมูลบริษัทหรือการค้าใส่แผ่นซีดีแถมไปด้วย ส่วนเอนิวส์จะใช้ประโยชน์จากเอ-เน็ต ส่งผ่านข้อมูลไปให้ลูกค้า

แต่ธุรกิจทั้งสองก็ยังต้องอาศัยทั้งการลงทุนและเวลาอีกไม่น้อย

"ถามว่าถึงจุดคุ้มทุนหรือยัง ยังไมคุ้มค่าเวลานี้ แต่คนที่ใช้ข้อมูลจะรู้สึกว่าข้อมูลถูกยกระดับไปอีกจุดหนึ่ง เพราะข้อมูลที่ได้มาเราเพิ่มมูลค่าใส่ลงไป มีรูปสถานที่ตั้งของบริษัท" โสจิพรรณ นาคสกุล ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มบริษัทเอนิวส์ คอร์ปอเรชั่น เล่า

โสจิพรรณ เคยทำงานในสหวิริยาโอเอมาเกือบ 4 ปี ตำแหน่งสุดท้ายคือผู้ช่วยของแจ๊ค ซึ่งเป็นจุดที่เธอบอกว่าได้เรียนรู้มากที่สุด ก่อนจะข้ามฟากมานั่งเป็นผู้จัดการทั่วไปที่เอนิวส์

ถึงแม้ว่าเอ-เน็ตจะไม่ใช่ไอเอสพีที่ครองตลาดอันดับ 1 แต่ทุกวันนี้เอ-เน็ตได้ลูกค้าหน่วยงานราชการ สถาบันการศึกษา กองทัพบก กองทัพเรือ ซึ่งโสจิพรรณบอกว่า มาจากการที่เอ-เน็ตมี HUB ในตลาดต่างจังหวัด 24 แห่ง

ในช่วงแรกเอ-เน็ตต้องเป็นฝ่ายหาเลี้ยงธุรกิจทั้งหมดของเอนิวส์ โดยเฉพาะบีโอแอลที่ต้องใช้เงินลงทุนสูงมาก เพราะข้อมูลที่ได้มาจากกรมทะเบียนการค้า จะต้องจ้างพนักงานชั่วคราวมาคีย์ใส่คอมพิวเตอร์ และต้องตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม ที่อยู่ ผู้ถือหุ้น และหากเป็นข้อมูลที่ลึกลงไปอีกจะต้องมีการวิเคราะห์ข้อมูลทางด้านการเงินเพิ่มเติมด้วย

"ช่วงแรกของบีโอแอลยากมาก เราทำในสิ่งที่จับต้องไม่ได้ และราคาก็สูง เพราะเรานำมาสร้างมูลค่าเพิ่ม แต่เราก็ผ่านความยากลำบากมาได้ระดับหนึ่งแล้ว"

ก่อนหน้าที่สหวิริยาแถลงข่าวได้เจโอเอสมาถือหุ้นไม่กี่วัน บีโอแอลก็ได้ ดันส์แอนด์แบรดสตรีท (ดีแอนด์บี) เข้ามาถือหุ้น

ดันแอนด์แบรดสตรีท เป็นบริษัทค้าข้อมูลออน ไลน์ข้ามชาติ ที่มีเครือข่ายธุรกิจทั่วโลกและมูดีส์ อิน-เวสเตอร์ เซอร์วิส ก็เป็นบริษัทในเครือข่ายเดียวกัน การได้บริษัทอย่างดันแอนด์แบรดสตรีทมาถือหุ้น จึงเป็นภาพที่ดีมากๆ สำหรับบีโอแอล

ตามข้อตกลงนั้น บีโอแอลจะได้ทั้งเม็ดเงินจากการขายหุ้นให้ดันแอนด์แบรดสตรีท จำนวน 49% หรือ ประมาณ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (40 ล้านบาท) ช่วงแรกดันแอนด์แบรดสตรีทจะถือหุ้นในสัดส่วน 19% และจะ เพิ่มจนครบมูลค่าตามที่ตกลงภายใน 1 ปี

ข้อมูลบริษัทจดทะเบียน 4 แสนรายที่บีโอแอลมี อยู่จะถูกขายผ่านเครือข่ายของ ดีแอนด์บี ที่มีอยู่ทั่วโลก ขณะเดียวกันบีโอแอลจะได้ข้อมูลจากดีแอนด์บี ซึ่งจะมีการวิเคราะห์และจัดอันดับความเชื่อถือให้กับลูกค้าด้วย

พูดง่ายๆ ก็คือ การได้ทั้งสินค้าใหม่ และเครือข่ายช่องทางใหม่ที่จะกระจายสินค้าได้มากขึ้น และยังได้ "โนว์ฮาว" และการจัดการธุรกิจที่เป็นมาตรฐานสากลมากยิ่งขึ้น

ภาพของเอนิวส์จึงดูดีมากๆ เป็นภาพที่ตรงกันข้ามกับสหวิริยาโอเอ ที่กำลังเผชิญกับมรสุมลูกใหญ่

เอนิวส์ จึงเป็นปริศนาที่แจ๊คไม่อยากพูดถึงนัก แม้ว่าทุกคนในเวลานี้จะรู้แล้วว่า นี่คืออาณาจักรที่ 2 ที่เป็นของแจ๊คเอง



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.