ทุกๆ เย็นวันศุกร์ บนชั้น 12 ณ อาคารคิวเฮ้าส์ สีลม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์บัญชาการใหญ่ของบริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์
จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีอนันต์ อัศวโภคิน เป็นผุ้กุมบังเหียนคนสำคัญนั้น จะมีกิจกรรมอย่างหนึ่งเกิดขึ้นคือการไปนั่งปฏิบัติธรรมของเหล่าสมาชิกวัดธรรมกายตั้งแต่เวลาประมาณ
5 โมง เย็นจนถึงประมาณ 2 ทุ่ม โดยที่มีอนันต์เข้าร่วมปฏิบัติอยู่ด้วยแทบทุกครั้ง
ส่วนสมาชิกคนอื่นๆ ก็จะได้ แก่พนักงานของออฟฟิศต่างๆ บนถนนสีลมและย่านใกล้เคียงที่ทราบข่าว
แต่ส่วนใหญ่จะเป็นบรรดาเหล่าพนักงานของบริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์เอง โดยเฉพาะเหล่าขุนพลคนสำคัญเก่าแก่ของแลนด์ฯและบริษัทในเครือทั้งหลาย
ที่ถือโอกาสมารวมตัวกันที่นี่ใน วันพิเศษนี้ ไม่ว่าจะเป็น พยนต์ ศักดิ์ เดชยนต์,
ซวง ชัยสุโรจน์, เฉลิม เกียรติธนบำรุง และอดิศร ธนานันทน์ นราพูล มือการเงินคนฉมัง
ส่วน "คุณมด" นพพร สุนทรจิตต์เจริญ ผู้คุมเกมทางด้านการตลาดนั้น ว่า
กันว่าไม่ค่อยมาร่วมวงด้วย จึงมักจะมีเสียงถามเปรยๆ จากอนันต์บ่อยๆ ว่า"วัน
นี้มดขึ้นมาด้วยหรือเปล่า"
ด้วยบุคลิกที่เป็นกันเองมาตลอด อนันต์หรือ "เฮียตึ่ง" จึงเป็นเจ้านายที่เป็นที่รักอย่างมากมายของลูกน้อง
สิ่งที่เกิดขึ้นทุกวันศุกร์บนชั้นที่ 12 จึงอาจจะเป็นสิ่งที่มองกันว่าเป็นเรื่องที่ลูกน้องเอาใจเจ้านาย
แต่ส่วนหนึ่งก็ต้องยอมรับกันว่าเป็นเรื่องของความศรัทธาจริงๆ เหมือนกัน
"คุณอนันต์ไม่ได้บังคับอะไรเลย แต่หลายคนขึ้นไปนั่งปฏิบัติธรรมเพราะศรัทธาจริงๆ"
พนักงานคนหนึ่งย้ำกับ "ผู้จัดการรายเดือน"
แต่การเข้าไปเป็นผู้มีบทบาทคนสำคัญของวัดธรรมกายของอนันต์ก่อให้เกิดความสงสัยกันมากมาย
เพราะเป็นที่รู้กันในบรรดาแวดวงผู้ใกล้ชิดว่า คนอย่างอนันต์ผู้ซึ่งไม่เคยเลื่อมใสศาสนาใดศาสนาหนึ่งอย่างพิเศษมาก่อน
อาจจะมีการทำบุญตักบาตรในพิธีของศาสนาพุทธบ้าง แต่ไม่ได้ทุ่มเทมากมายอะไรนัก
และที่สำคัญเขาเคยเกลียดที่สุดกับลัทธิของการสร้างวัตถุนิยม
ครั้งหนึ่งหากจำกันได้ อนันต์ เคยสนับสนุนงานทางด้านการเมืองของ พล.ต.จำลอง
ศรีเมือง ด้วยซ้ำไป ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าจำลองนั้นเป็นสัญลักษณ์หนึ่งของสำนักสันติอโศก
ซึ่งวิถีปฏิบัติต่างกับธรรมกายชนิดคนละขั้วโลกกันเลย เพราะสันติอโศกนั้นผู้ปฏิบัติต้องเคี่ยวกรำตนเองอย่างหนัก
ให้ลด ละ เลิก จากกิเลสทั้งหลาย
คำถามที่ว่า เขาเกิดความศรัทธาต้องการสร้างบุญขึ้นมาจริงๆ แต่เรื่องของธุรกิจที่เข้ามาเกี่ยวข้องเป็นเรื่องของจังหวะ
หรือเขามองลึกลงไปเห็นเนื้องานที่จะงอกเงยมาจากวัดธรรมกาย รวมทั้งกำลังซื้ออันมหาศาลของญาติโยมวัดธรรมกายตั้งแต่เริ่มแรก
ภาพของเรื่องนี้ยังได้รับการตอกย้ำ ให้สงสัยลงไปอีกเมื่อบริษัทสยามสินธร
บริษัทในเครือแห่งหนึ่งของแลนด์ แอนด์เฮ้าส์ได้ไปสร้างโครงการสวนตะวันธรรม
ภายใต้สโล-แกน "บ้านสวยริมทะเสสาบติดธรรมกายเจดีย์" โดยใช้รูปแบบเดียวกับโครงการบ้านสวนธนที่แลนด์ฯขายได้ดีมาแล้ว
บ้านสวนตะวันธรรม มีทั้งหมด 10 ตึก ตึกละ 22 ยูนิต รวม ทั้งหมด 220 ยูนิต
ความสูงตึกละ 6 ชั้น พื้นที่ยูนิตละ 60 ตารางเมตร ขายที่ราคา 1.5 ล้านบาท
โครงการนี้ทำยอดขายได้ดีเฉพาะช่วงแรกๆ เท่านั้น แต่ปัจจุบันยังมีจำนวนยูนิตเหลืออยู่อีกมาก
เพราะมีการโอนซื้อไปแล้วประมาณ 50 ห้องเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการเข้ามาพักของผู้สูงอายุในช่วงวันศุกร์
เสาร์ อาทิตย์ เพื่อความสะดวกในการปฏิบัติธรรม แต่มีการอยู่อาศัยจริงประมาณ
10 ยูนิตเท่านั้น
และเรื่องที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษในตอนนี้คือ การสร้างธรรมกายเจดีย์ ซึ่งอนันต์ได้เข้าร่วมพิธีสำคัญในการตอกเสาเข็มต้นแรก
ในฐานะประธานในพิธีปิดแผ่นทองและตอกเสาเข็มฝ่ายฆราวาส เมื่อวันที่ 8 กันยายน
2538
ธรรมกายเจดีย์มีมูลค่าการก่อสร้างกว่า 10,000 ล้าน บาท และบริษัทที่เข้าไปรับงานนี้ก็คือคริสเตียนีแอนด์นีลเส็น
บริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ที่มีสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ธนาคารไทยพาณิชย์
และแลนด์แอนด์เฮ้าส์เข้าไปถือหุ้นรายใหญ่ตั้งแต่ปี 2534 และปัจจุบัน ผู้เป็นประธานกรรมการบริหารของบริษัทนี้คืออนันต์เอง
แม้อนันต์เคยออกมาพูดว่าการรับงานนี้ตนเองไม่เกี่ยว เพราะเป็นการเซ็นสัญญากันประมาณปี
2538 ก่อนที่ตัวเองจะเข้ามาเป็นประธานบริหาร แต่ถ้าดูข้อมูลย้อนหลังไปใน
ช่วงเวลาดังกล่าวผู้ที่เป็นประธานกรรม การบริหารคือฝรั่งชื่อจอห์น มิลลาร์ด
แต่ก็มีอดิศร มือการเงินของแลนด์ แอนด์เฮ้าส์เป็นกรรมการบริหารร่วมอยู่ด้วย
ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นคนกันเองกลุ่มเดียวกันทั้งนั้น งานนี้ปฏิเสธ อย่างไรก็ฟังไม่ขึ้นว่าอนันต์ไม่เคยรับรู้มาก่อน
และที่สำคัญในขณะนั้นคริสเตียนีกำลังประสบปัญหากับภาวะขาดทุน และขณะนี้ก็ยังมีปัญหา
อย่างหนักโดยเลื่อนการทำแผนฟื้นฟูมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ครั้ง เม็ดเงินจาก การรับงานธรรมกายเจดีย์
พร้อมๆ กับการผลักดันโครงการนี้จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ สามารถชี้เป็นชี้ตายให้กับบริษัทและบรรดากลุ่มผู้ถือหุ้นซึ่งกำลังถูกพายุเศรษฐกิจเล่นงานอย่างหนักเหมือนกัน
ไม่ว่าใครจะมองอย่างไร ใคร จะวิจารณ์อย่างไร อนันต์ไม่ยอมออกมาพูด ออกมาปฏิเสธใดๆ
ทั้งสิ้นเขาบอกเพียงว่าทุกอย่างเป็นการเล่นข่าวไปตามกระแส สักวันหนึ่งเรื่องทั้งหมดจะจบลงไปเอง
อย่างไรก็ตามตอนนี้เขาดีใจอย่างที่สุดที่สามารถชักนำเอา เพียงใจ หาญพาณิชย์
และบุญทรงผู้เป็นมารดา - บิดา ให้เข้าวัด และมีความสุขในการปฏิบัติธรรมก็พอแล้ว