ศาลฎีกาดับฝัน "ประชัย" ชี้ขาดเจ้าหนี้แก้แผนได้-เปิดช่องคลังเดินหน้า


ผู้จัดการรายวัน(24 มิถุนายน 2547)



กลับสู่หน้าหลัก

ศาลฎีกาตัดสินคดี ทีพีไอ กรณีฟ้องนิติกรรม EPL พิพากษาแผนฟื้นฟูฯ ไม่โมฆะ เจ้าหนี้เกิน 75% แก้ไขสาระสำคัญของแผนฯได้ สกัด "ประชัย" สวมสิทธิเจ้าหนี้ค้าน เปิดช่องให้ 5 อรหันต์ในฐานะผู้บริหารแผนฯ สามารถแก้ไขแผนฟื้นฟูฯ TPI ได้เต็มที่ ขณะเดียวกันได้เลื่อนตัดสินคดีซื้อหนี้ในราคาส่วนลดของ TPIPL ออกไปเป็นวันที่ 20 กันยายน เพื่อเปิดโอกาสให้เจ้าหนี้และลูกหนี้เจรจานอกรอบเพื่อหาแนวทางบรรลุข้อตกลง

นายกมล ธีระเวชพลกุล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลล้มละลายกลาง ได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีที่บริษัท เอ็ฟเฟ็คทีฟแพลนเนอร์ส อดีตผู้บริหารแผนบริษัท อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน)(TPI) ที่ยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งศาลล้มละลายกลางในประเด็นเรื่องการแก้ไขการลงคะแนนเสียงเพื่อแก้ไขสาระสำคัญของแผนฟื้นฟูกิจการ จากเดิมที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งว่าการแก้ไขแผนฯจะต้องได้รับความเห็นชอบจากเจ้าหนี้ด้วยคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่า 75% ของมูลหนี้และไม่มีเจ้าหนี้รายใดรายหนึ่งคัดค้านนั้น

ซึ่งศาลฎีกามีคำสั่งเห็นชอบตามคำร้องของ EPL โดยให้มีการแก้ไขการออกเสียงลงคะแนนของเจ้าหนี้ที่เข้าร่วมแผนปรับโครงสร้างหนี้ทางการเงินเพื่อแก้ไขสาระสำคัญของแผนฯ ว่าจะต้องผ่านความเห็นชอบจากเจ้าหนี้ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 75% ของมูลหนี้เท่านั้น เนื่องจากผู้บริหารแผนมีสิทธิในการแก้ไขแผนฯเพื่อให้แผนดำเนินการต่อไปได้

ที่นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ผู้บริหารลูกหนี้ TPI ได้ยื่นคำร้องเกี่ยวกับคุณสมบัติของ EPL ในฐานะผู้บริหารแผนฯ ไม่มีความเหมาะสม เพราะเป็นบริษัทต่างด้าวและไม่มีใบอนุญาตในการประกอบการบริหาร สินทรัพย์ของ TPI เนื่องจากศาลฎีกาเห็นว่าศาลล้มละลายกลางได้เพิกถอน EPL ออกจากการเป็นผู้บริหารแผนฯแล้ว

ส่วนคดีที่นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ได้ยื่นคำร้อง เกี่ยวกับคุณสมบัติของ EPL เนื่องจากไม่มีความเหมาะสมเพราะเป็นบริษัทต่างด้าว และมีคุณสมบัติเพียงจัดทำบัญชีเท่านั้น ดังนั้นขอให้ตัดสินการดำเนินการทางนิติกรรมทุกอย่างที่ EPLในฐานะอดีตผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ TPI ทำไว้เป็นโมฆะทั้งหมดไม่มีผลตามกฎหมาย แต่ศาลฎีกาได้พิจารณาแล้ว ตัดสินให้การทำนิติกรรมทั้งหมดของ EPL ไม่เป็นโมฆะ เนื่องจากบริษัทได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และได้จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าแล้ว

แหล่งข่าววงใน กล่าวว่า ตามศาลฎีกามีคำสั่งเห็นชอบตามคำอุทธรณ์ของ EPL ประเด็นการลงคะแนนเสียงเพื่อแก้ไขสาระสำคัญของแผนฟื้นฟูฯ นั้น ถือเป็นการปิดโอกาสให้เจ้าหนี้รายเล็กที่ไม่เห็นชอบกับแผนฯวีโต้ได้ ซึ่งเท่ากับเป็นการเอื้อให้กับคณะผู้บริหารแผนฯ TPI ที่มีพล.อ.มงคล อัมพรพิสิฏฐ์ เป็นประธาน ที่ได้เตรียมเสนอร่างแผนฟื้นฟูกิจการฉบับสมบูรณ์ให้กระทรวงการคลังพิจารณาในสัปดาห์นี้ ทำการแก้ไขแผนฟื้นฟูฯได้ง่ายขึ้น จากเดิมหากมีเจ้าหนี้ทางการเงินเพียงรายเดียวคัดค้านก็เท่ากับร่างแผนฟื้นฟูฯ ดังกล่าวตกไป เหมือนสมัยที่ EPLพยายามแก้ไขแผนฯแต่ก็ทำไม่สำเร็จ

นอกจากนี้ นายประชัย คาดหวังสูงว่าศาลฎีกา จะมีคำสั่งเห็นชอบตามคำร้องที่ขอให้แผนฟื้นฟูฯ ที่ EPL เป็นผู้ทำแผนฯ ต้องเป็นโมฆะ ซึ่งจะเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้บริหารลูกหนี้ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผนฟื้นฟูฯฉบับใหม่ เพราะธุรกรรมต่างๆ ที่ทำมาสมัย EPL เป็นผู้บริหารแผนฯต้องเป็นโมฆะด้วยแต่เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งให้แผนฟื้นฟูฯ ดังกล่าวไม่เป็น โมฆะ ทำให้นายประชัยต้องหาแนวทางที่จะคัดค้านร่างแผนฟื้นฟูฯฉบับตัวแทนกระทรวงการคลังใหม่

นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวถึง การเข้าไปถือหุ้นในTPI ตามนโยบายของกระทรวงการคลังนั้น ปตท.จะใช้เวลาศึกษาไม่เกิน 2 เดือนว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ โดยจะต้องคำนึงถึงความคุ้ม ทุนและอนาคตในการทำรายได้และผลตอบแทนของ ผู้ถือหุ้น ปตท.ด้วย โดยเฉพาะประเด็นที่สำคัญ หาก ปตท.เข้าไปถือหุ้นในทีพีไอแล้ว ต้องไปร่วมรับผิดชอบหนี้ของทีพีไอ 1,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 70,000 ล้านบาทด้วย ดังนั้น จึงต้องพิจารณาถึงความเหมาะสม

เลื่อนชี้ขาดซื้อลดหนี้ TPIPL 20 ก.ย.

ศาลล้มละลายกลาง ยังได้มีคำสั่งให้เลื่อนการตัดสินคำร้องของเจ้าหนี้ที่คัดค้านการรับหนี้คืนโดยมีส่วนลดของบริษัท ทีพีไอโพลีน จำกัด (มหาชน) (TPIPL) ออกไปเป็นวันที่ 20 กันยายน 2547 เวลา 13.30 น. เนื่องจากเจ้าหนี้และลูกหนี้ได้ขอนัดไกล่เกลี่ยนอกรอบเป็นการส่วนตัวโดยทั้งสองฝ่ายมั่นใจว่าจะสามารถเจรจากันได้ด้วยดี

นอกจากนี้ ผู้บริหารแผนฯTPIPL ได้ดำเนินการขอกู้เงินจากธนาคารกรุงไทย (KTB)เพื่อนำมารีไฟแนนซ์หนี้จำนวน 700 ล้านเหรียญสหรัฐ รวมถึงประเด็นขอลดหย่อนอัตราดอกเบี้ยจำนวน 4,800 ล้านบาท ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายยืนยันจะทำการเจรจากันนอกรอบ

โดย TPIPL ได้เสนอเงื่อนไขการชำระหนี้ TPIPL ใหม่ โดยจะชำระหนี้เงินต้นจำนวน 700 ล้านเหรียญสหรัฐ ครบทั้งจำนวน ทั้งเจ้าหนี้มีประกัน และเจ้าหนี้ไม่มีประกัน ส่วนดอกเบี้ยค้างชำระ บริษัทขอผ่อนชำระเป็นเวลา 3 ปี นอกจากนี้ ยังจะมีการซื้อหนี้คืนในราคาส่วนลดครั้งที่ 2 ด้วย

ปัจจุบัน TPIPL มีหนี้ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท เป็นดอกเบี้ยค้างชำระราว 4.8 พันล้านบาท ซึ่งบริษัทพยายามที่จะปรับโครงสร้างหนี้ที่เหลืออยู่ให้แล้วเสร็จภายในสิ้นธันวาคม นี้ เนื่องจากจะครบกำหนดระยะเวลาในการฟื้นฟูกิจการแล้ว

นายลือศักดิ์ กังวาลสกุล ที่ปรึกษากฎหมาย คณะกรรมการเจ้าหนี้ TPIPLกล่าวว่า เรื่องการซื้อหนี้คืนครั้งที่ 2 นั้น คณะกรรมการเจ้าหนี้ ให้การสนับสนุน แต่กรณีของดอกเบี้ยค้างชำระ คณะกรรมการเจ้าหนี้เห็นว่า ตามแผนฟื้นฟูฯกำหนดว่าจะมีการแปลงเป็นทุน จึงยังไม่ตัดสินใจ หรือรับเงื่อนไขของลูกหนี้หรือไม่

"ลูกหนี้ได้แจ้งกับศาลฯว่าขณะนี้ KTB อยู่ระหว่างการทำดิวดิลิเจนท์เชื่อว่าผลการตรวจสอบทรัพย์สินจะออกมาดี โดยในเบื้องต้น KTB ได้แจ้งกับลูกหนี้ว่าฐานะการเงินของ TPI อยู่ในระดับที่น่าลงทุน อย่างไรก็ดีลูกหนี้ได้แจ้งต่อศาลฯว่าส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทเป็นบวกมานานแล้วถึงแม้ยังมีขาดทุนสะสมอยู่ 2,000 ล้านบาทก็ตาม และบริษัทมีเงิน ฝากอยู่ในธนาคาร 8,000-9,000 ล้านบาท" นายกมล กล่าว

ปัจจุบันมีเจ้าหนี้มารับหนี้คืนในราคาส่วนลดจำนวน 22 ราย คงเหลือเจ้าหนี้เพียง 8 รายที่ยื่นคัดค้านการรับหนี้คืนดังกล่าว ซึ่งสาเหตุที่เจ้าหนี้ปฏิเสธรับหนี้คืน เนื่องจากลูกหนี้ผิดสัญญาในการชำระหนี้คืนในราคาส่วนลดจากมูลหนี้ 220 ล้านดอลลาร์เหลือ 180 ล้านดอลลาร์ทำให้เจ้าหนี้บางคนต้องการได้รับชำระหนี้คืนในราคาเต็ม



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.