เสือพลัสยันไม่ปรับราคาคาดครึ่งปีหลังปูนทรงตัว


ผู้จัดการรายวัน(21 มิถุนายน 2547)



กลับสู่หน้าหลัก

ปูนซิเมนต์ไทยอุตสาหกรรม ยันเชื้อเพลิงถ่านหินราคาสูงไม่กระทบต้นทุน เหตุมีสต๊อกเชื้อเพลิงเก่ารองรับถึง 3 เดือน คาดครึ่งปีหลังราคาปูนในตลาดทรงตัว พร้อมปรับกลยุทธ์ "ปูนตราเสือพลัส" หันเจาะตลาดโครงการบ้านจัดสรรระดับกลางและล่าง โหมทำการตลาดบวกเครือข่ายปูนใหญ่ ขยายมูลค่าตลาดของปูนเสือพลัส ระบุเป้าขายทะลุ 3 แสนตัน

นายปราโมทย์ เตชะสุพัฒน์กุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทยอุตสาหกรรม จำกัด ธุรกิจซีเมนต์เครือซิเมนต์ไทย เปิดเผยว่า สำหรับสถานการณ์ตลาดปูนซีเมนต์ในปี 2547 บริษัทยังมองว่าความต้องการของตลาดทั้งปีจะโตประมาณ 10% หรือประมาณ 26 ล้านตัน ถึงแม้ว่าในช่วงครึ่งปีแรก การที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ขยายตัวได้เป็นตัวขับเคลื่อนทำให้ความต้องการใช้ปูนซีเมนต์เพิ่มขึ้น แต่ในครึ่งปีหลังภาคอสังหาริมทรัพย์จะลดความร้อนแรงลง โดยเฉพาะโครงการบ้านราคาแพงจะเติบโตช้าลง แต่ยังมีโครงการต่างๆ ของภาครัฐที่เข้ามาเสริม ซึ่งจะทำให้ความต้องการใช้ปูนฯเป็นไปตามที่ประเมินไว้

"คาดว่าอัตราเติบโตของยอดขายปูนซีเมนต์ ปีนี้จะอยู่ที่ 10% ซึ่งเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับเศรษฐกิจของประเทศ สาเหตุที่ยอดขายปูนเติบโตมาจากโครงการลงทุนระบบสาธารณูปโภคของรัฐบาลมีส่วนช่วย ซึ่งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ยอดขายของปูนซิเมนต์โตเฉลี่ย 7-10% ตลอด"

นายปราโมทย์กล่าวถึงปัจจัยเสี่ยงด้านราคาเชื้อเพลิง ถ่านหิน และไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นว่า มีผลกระทบต่อต้นทุนของบริษัทบ้าง ซึ่งผลกระทบดังกล่าวจะค่อยๆ เกิดขึ้น แต่ในช่วง 6 เดือนข้างหน้ายังจะไม่ส่งผลมากนัก เพราะบริษัทยังมีสต๊อกเชื้อเพลิงเก่าอยู่อย่างน้อย 3 เดือน ทำให้บริษัทยังไม่มีความจำเป็นปรับราคาขายปูนซีเมนต์ และคาดว่าในครึ่งหลังของปีราคาปูนในตลาดจะทรงตัว

"หากเราแบกต้นไหวก็แบกไว้ เราไม่อยากเป็นผู้ร้ายตัวที่สองอีก" นายปราโมทย์กล่าว

อย่างไรก็ดี ภายหลังที่บริษัทฯ ได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ "ปูนตราเสือพลัส" ซึ่งเป็นปูนสำหรับงานก่อฉาบระดับพรีเมียม โดยตลาดของปูนพลัสค่อยๆ ขยายตัวมากขึ้น โดยเฉพาะบ้านจัดสรรที่ฟื้นตัวตามทิศทางของเศรษฐกิจ ประกอบกับการใช้งานจะไม่ทำให้เกิดการสิ้นเปลืองของปูน เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่มุ่งตอบสนองความต้องการของลูกค้าเฉพาะกลุ่ม เพราะผู้บริโภคภายในประเทศมีความต้องการสินค้าที่แตกต่างกัน ทำให้บริษัทได้พัฒนาปูนเสือพลัสขึ้นมา เพื่อให้เป็นสินค้าเฉพาะงานมากขึ้น

ทั้งนี้ ยอดขายของปูนตราเสือพลัสเพิ่ม ต่อเนื่องเฉลี่ย 20,000-30,000 ตันต่อเดือน คาดว่ายอดขายทั้งปีไม่ต่ำกว่า 3 แสนตัน โดยส่วนแบ่งตลาดของปูนตราเสือพลัสจะไม่เกิน 10% ของงานฉาบ แต่โอกาสที่จะมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มมีความเป็นไปได้สูง "เรายังไม่รีบร้อนในการขยายตลาดมาก เพราะต้องให้เวลากับปูนตราเสือพลัสเกี่ยวกับการใช้งาน ซึ่งทุกอย่างต้องอาศัยเวลา แต่ในเชิงการตลาดแล้วบริษัทไม่ได้หยุดนิ่ง มีการวิ่งเข้าหาโครงการอสังหาริมทรัพย์ แนะนำช่างให้มีความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้งาน การประชาสัมพันธ์ รวมถึงใช้เครือข่ายของเครือซิเมนต์ไทยในการทำตลาดควบคู่กันไป โดยในครึ่งปีหลังจะเน้นไปทำตลาดกลุ่มบ้านจัดสรรราคาระดับกลางลงมา เพราะกลุ่มนี้ยังมีความต้องการอีกเยอะ รวมถึง โครงการบ้านเอื้ออาทรที่บริษัทได้เข้าไปทำการตลาดมาแล้ว" นายปราโมทย์ กล่าว

นายปราโมทย์กล่าวถึงการขยายไลน์สินค้าใหม่ๆ ว่า บริษัทจะคำนึงถึงความต้องการของตลาดเป็นหลัก หากมูลค่าตลาดน้อยคงไม่คุ้มกับการลงทุน ซึ่งขณะนี้บริษัทมีผลิตภัณฑ์ที่จะออกมาอีกจำนวนมาก เพียงแต่รอสภาพตลาดก่อน



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.