บล.บัวหลวงลดเป้าดัชนีคาดกำไรบจ.ปีนี้หด 5%


ผู้จัดการรายวัน(26 พฤษภาคม 2547)



กลับสู่หน้าหลัก

บล.บัวหลวงโบรกค่ายแบงก์กรุงเทพปรับประมาณการ การทำกำไรของบริษัทจดทะเบียนลดลง 5% จาก 22% ลดเหลือ 17% ขณะที่มุมมองดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับลดลงจาก 843 จุดลดเหลือ 760 จุด เหตุจากปัจจัยลบ ด้านราคาน้ำมันที่คาดว่าจะทรงตัวในระดับสูงต่อไป

นายญาณศักดิ์ มโนมัยพิบูลย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด กล่าวถึงแนวโน้มการลงทุนในตลาดหุ้นไทยครึ่งปีหลัง 2547 ว่า จากปัจจัยสำคัญๆ 3 ปัจจัยหลักคือ ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น การปรับอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯของเฟด และการก่อการร้าย ส่งผลให้ต้องมีการปรับประมาณการอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ลง โดยคาดว่า ถ้าปีนี้จีดีพีจะโตที่ 6.5% ก็ไม่ได้เลวร้ายเหมือนติดลบ ประเทศก็ยังเติบโตอยู่

"เราต้องยอมรับความจริงกัน ราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ได้รับผลกระทบ แต่ขณะเดียวกันก็ต้องถือว่าช่วงเวลานี้เป็นโอกาสของการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์"

นายสุเมฆ จันทราสุริยารัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการสายงานค้าหลักทรัพย์สถาบันและ งานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับลดประมาณการเติบโตของกำไรของบริษัทจดทะเบียนซึ่งเดิมคาดว่าภายในปี 2547 นี้จะเพิ่มขึ้นในระดับ 22% ได้ปรับลดลงเหลือ 17% โดยลดลง 5% เนื่องจากบริษัทจดทะเบียนได้รับผลกระทบราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นและคาดว่ามีแนวโน้มที่จะทรงตัวในระดับสูงต่อไป ซึ่งราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นสะท้อนถึงความเสี่ยงเกี่ยวกับการก่อการร้าย ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเห็นผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อบริษัทจดทะเบียนภายในไตรมาส 2 และไตรมาส 3 นี้

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยลบเกี่ยวกับความไม่สงบ ในพื้นที่ภาคใต้ และความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ที่ค่าเงินบาทมีความอ่อนตัวขึ้น อย่างไรก็ตามภายในไตรมาส 1 ของปี 2547 ที่ผ่านมานั้นปรากฏว่าบริษัทจดทะเบียนมีอัตราการเติบโตของกำไรเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนประมาณ 40% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับสูงพอสมควร

ดังนั้น จึงทำให้มีการปรับประมาณการลดลงในระดับที่ไม่สูงมากนัก โดยกลุ่มที่ถูกปรับลดประมาณการทำกำไรลงมามากที่สุด ได้แก่ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ เพราะได้รับผลกระทบจากสินค้ามากกว่าความต้องการ ถึงแม้ว่าจะมีขยายตัวต่อเนื่องจากปีก่อนก็ตาม โดยบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบมากคือบริษัทที่ทำธุรกิจบ้านเดี่ยว เพราะธุรกิจนี้มีการฟื้นตัวมากที่สุดและต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่สูงขึ้น รวมถึงการแข่งขันที่สูงขึ้น

นายสุเมฆกล่าวว่า ฝ่ายวิจัยบล.บัวหลวงยังได้ปรับลดดัชนีตลาดหลักทรัพย์ของไทยลงด้วยจาก เดิมที่ช่วงต้นปีที่คาดว่าดัชนีจะอยู่ในระดับ 843 จุดซึ่งจะมีค่าพี/อีเรโชอยู่ในระดับ 14 เท่าซึ่งจากปัจจัยลบดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยจึงได้ปรับลดเหลือ 760 จุดโดยจะมีค่าพี/อี เรโชอยู่ในระดับ 13 เท่า

สำหรับกลุ่มที่น่าสนใจลงทุนมี 3 กลุ่ม ได้แก่กลุ่มธนาคารพาณิชย์ ซึ่งจะมีการขยายตัวตามการปล่อยสินเชื่อ และมีฐานเงินทุนที่เพียงพอ นอกจากนี้ยังมีการปรับลดต้นทุนการเงิน ด้วยการไถ่ถอนสลิปแคปส์ไปแล้ว โดยธนาคารที่น่าสนใจได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย

นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มวัสดุก่อสร้างที่จะได้รับประโยชน์จากการที่ภาครัฐจะมีการก่อสร้างสาธารณูปโภคเพิ่มขึ้นภายในปีหน้า ประกอบกับภาคอสังหาริมทรัพย์ยังมีการก่อสร้างโครงการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยหุ้นในกลุ่มนี้ที่น่าสนใจ ได้แก่ หุ้นบริษัทปูนซิเมนต์ไทย ซึ่งเป็นบริษัททำธุรกิจครบวงจร และกลุ่มพลังงานซึ่งได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นและการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศขนาดใหญ่ เช่น สหรัฐฯ อินเดีย จีน เป็นต้น โดยหุ้นที่น่าสนใจ ได้แก่ หุ้นปตท.,หุ้นปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม และหุ้นบริษัทบางจาก

นายสุเมฆกล่าวว่า อัตราดอกเบี้ยที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นนั้นอาจจะมีผลกระทบต่อภาวะตลาดหุ้น บ้าง แต่ไม่น่าจะมีผลมากนัก เพราะปัจจุบันนี้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำมาก ถึงแม้จะปรับขึ้นแต่ก็ยังอยู่ในระดับที่ไม่สูงมากนักประกอบกับอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนของบริษัทจดทะเบียนที่ปรับลดลงมาตลอด รวมถึงอัตราการบริโภคภายในประเทศที่สูงมากขึ้น

นายวิวัฒน์ วิชิตบุญญเศรษฐ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ฝ่ายบริหารกองทุนส่วน บุคคล บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง เปิดเผยว่า การลงทุนของกองทุนส่วนบุคคลที่บล.บัวหลวงบริหารนั้นในช่วงที่ผ่านมานั้นทำให้บริษัทจะเน้นลงทุนในตราสารที่มีอายุสั้นๆ อายุประมาณ 2-3 ปี โดยหุ้นกู้เอกชนมีความน่าสนใจลงทุนมากกว่าพันธบัตรรัฐบาลและพันธบัตรรัฐวิสาหกิจเพราะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า และการที่สภาพเศรษฐกิจอยู่ในช่วงขาขึ้น ทำให้ไม่ต้องกังวลปัญหาเกี่ยวกับการผิดนัดชำระหนี้ของบริษัทผู้ออกตราสารหนี้ แต่อย่างใด

นอกจากนี้ การลงทุนในตลาดหุ้นก็ยังมีความน่าสนใจ ถึงแม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาสภาพตลาดจะ มีความผันผวนก็ตาม เนื่องจากค่าพี/อีเรโชของตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงมาอยู่ในระดับ 9-10 เท่า จึงทำให้ตลาดหุ้นไทยมีความน่าสนใจที่จะลงทุน



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.