SVI รับผลค่าเงินบาทแข็งค่า อีกทั้งการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ตามออเดอร์ของลูกค้า ทำให้การจัดหาวัตถุดิบในการผลิตราคาพุ่ง ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง ยืนยันหลังเพิ่มกำลังการผลิต และบริษัทต้องหาแหล่ง วัตถุดิบที่ต้นทุนถูกได้ในอนาคต
นายพงษ์ศักดิ์ โล่ห์ทองคำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสวีไอ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า
ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2547 ว่า บริษัทมีกำไรสุทธิ 27.88 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของ
ปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 51.87 ล้านบาท และกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.20 บาท ต่ำกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิต่อหุ้น
0.37 บาท หรือลดลง 46%
ขณะที่บริษัทมียอดขายเพิ่มขึ้น ร้อยละ 18 เมื่อเทียบกับยอดขายในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
โดยเปรียบเทียบจากยอดขายในสกุลเงิน เหรียญสหรัฐ ที่สกุลเงินนี้มียอดขาย ประมาณร้อยละ
97 ของรายได้ทั้งหมด เนื่องจากการแข็งค่าของเงิน บาทมีผลให้ยอดขายเมื่อแปลงค่าจาก
ยอดขายในสกุลเงินเหรียญสหรัฐเป็น เงินบาทเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 8 ยอดขายที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากมีลูกค้ารายใหม่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับกลุ่มลูกค้าในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
เนื่องจากไตรมาสนี้ บริษัทฯได้ เริ่มผลิตผลิตภัณฑ์ใหม่หลายผลิต ภัณฑ์กับลูกค้ารายใหม่ๆ
และ ลูกค้า รายใหญ่ของบริษัทฯได้มีการเปลี่ยน แปลงสัดส่วนการผลิตโดยเพิ่มการผลิตผลิตภัณฑ์ใหม่มากขึ้น
ประกอบกับลูกค้ารายใหญ่จำนวนสองรายได้ปิดโรงงานผลิตที่ประเทศรัสเซียและเดนมาร์กโดยย้ายฐานการผลิตมาผลิตที่บริษัทฯ
ซึ่งในระยะเริ่มต้นการผลิต การซื้อวัตถุดิบยังมีต้นทุนสูง แต่เมื่อปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้น
และบริษัทฯสามารถหาแหล่งซื้อวัตถุดิบได้เพิ่มขึ้น บริษัทฯคาดว่าต้นทุนวัตถุดิบจะลดลง
ด้วยเหตุดังกล่าว กำไรขั้นต้นเมื่อเทียบกับยอดขายจึงลดลงจากร้อยละ 15.3 เหลือร้อยละ
8.3
สำหรับค่าใช้จ่ายทางด้านแรงงานและค่าใช้จ่ายโรงงาน ลดลงร้อยละ 1.6 เนื่องด้วยประสิทธิภาพในการบริหารงานเพิ่มขึ้น
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลงเป็นจำนวน 3.4 ล้านบาท เนื่องจากการปรับโครงสร้างของสำนักงานตัวแทนในยุโรป
และสหรัฐอเมริกาในปี 2546 ดอกเบี้ยจ่ายลดลงเป็นจำนวน 2.6 ล้านบาท เนื่องจาก บริษัทฯได้ชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินทั้งจำนวนในไตรมาสที่
1 ปี 2546
อีกทั้งกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้ลดลงจาก 52 ล้านบาท เหลือ 28 ล้านบาท หรือลดลงจากร้อยละ
7 เหลือร้อยละ 4 ของยอดรายได้ เมื่อเปรียบเทียบกับระยะเวลาเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากราคาวัตถุดิบเพิ่มขึ้นตามที่กล่าวข้างต้น
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเงินสดและเงินฝากสถาบันการเงินลดลงเป็นจำนวน 48 ล้านบาท
เนื่องจากบริษัทฯได้จัดเตรียมวัตถุดิบเพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 381 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาส
4 ของปี 2546 ทั้งนี้เพื่อให้พร้อมที่จะรองรับยอดขายที่จะเพิ่มขึ้นในไตรมาสถัดไป
โดยเงินทุนหมุนเวียนเพื่อนำมาใช้ในการซื้อวัตถุดิบและดำเนินงานดังกล่าวส่วนหนึ่งได้มาจากการรับชำระค่าสินค้าจากลูกค้าเพิ่มขึ้นซึ่งเป็นผลให้ลูกหนี้การค้าลดลงเป็นจำนวน
58 ล้านบาท ถึงแม้ว่าจะมียอดขายเพิ่มขึ้นในไตรมาสนี้ ประกอบกับบริษัทฯได้กู้เงินระยะสั้นจากสถาบันการเงิน
เป็นจำนวน 100 ล้านบาทเพื่อจัดเตรียมวัตถุดิบดังกล่าวข้างต้น