เท2.2หมืนล้านซือBOA"ยูโอบี"บุกรายย่อย-SME


ผู้จัดการรายวัน(13 พฤษภาคม 2547)



กลับสู่หน้าหลัก

บิ๊กยูโอบีเผยจับเอเชียควบรวมยูโอบีรัตนสินหวังเป็นธนาคารผู้นำด้านการให้บริการลูกค้ารายย่อยและเอสเอ็มอีแบบครบวงจร ระบุเซ็นสัญญาล่วงหน้าก่อนแถลงซื้อหุ้นด้วยเงิน 22,000 ล้านบาท หรือ 5.35 บาทต่อหุ้น กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ธนาคารเอเชีย เล็งซื้อหุ้นรายย่อยคืนทั้งหมดหลังควบรวมก่อนส่งทีมผู้บริหารจากสิงคโปร์ คุมแบงก์ใหม่ ลั่นไม่ปลดพนักงาน ด้านเอสแอนด์พีปรับอันดับเครดิต BOA จาก BB เป็น BB+ ทันที

วานนี้ (12 พ.ค.) ผู้บริหารยูไนเต็ด โอเวอร์ ซีส์ แบงก์ (ยูโอบี) สิงคโปร์ แถลงข่าวการซื้อหุ้นธนาคารเอเชีย (BOA) จากธนาคารเอบีเอ็น แอมโร เนเธอร์แลนด์ ในราคาหุ้นละ 5.35 บาท จำนวน 4,115 ล้านหุ้น รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 22,000 ล้านบาท

นายวี โซว เยา ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารยูโอบี เปิดเผยว่า การซื้อ หุ้นครั้งนี้จะทำให้ยูโอบีเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่จำนวน 80.77% ในธนาคารเอเชียแทนเอบีเอ็นฯ เม็ดเงินที่นำมาซื้อหุ้นนำมาจากผลกำไรจากการดำเนิน งาน ทั้งนี้ วงเงิน 22,000 ล้านบาทไทย คิดเป็นเงินสิงคโปร์ 935 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ และคิดเป็นเงินยูโร 462 ล้านยูโร

ที่มาของราคาหุ้นที่ซื้อ 5.35 บาทต่อหุ้นนั้น คำนวณมาจากราคาปิดของหุ้นธนาคารเอเชีย ณ วันที่ 11 พ.ค.2547 ซึ่งอยู่ที่ 4.88 บาท บวกด้วย ส่วนล้ำมูลค่าหุ้น 9.6% และเพิ่มเติมอีก 1.0% ของราคาปิดเฉลี่ย 30 วันทำการซื้อขายนับจนถึงวันประกาศ

ซึ่งจากตัวเลขราคาตามบัญชี ณ 31 มี.ค. 2547 นั้น ราคาซื้อได้แสดงถึงราคาตามบัญชีคูณ ด้วย 1.87 เท่า และราคาต่อกำไรต่อหุ้นคูณด้วย 14.9 เท่า หรือ โดยรวมแล้วซื้อที่ราคามูลค่าหุ้นทางบัญชี โดยในสัญญาการซื้อขายครั้งนี้เป็นสัญญาแบบมีเงื่อนไข

นายวี โซว เยาเชื่อว่า การซื้อหุ้นครั้งนี้จะช่วย ให้ยูโอบีมีฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้น ซึ่งประเทศไทยเป็นเป้าหมายที่ยูโอบีจะต้องขยายการลงทุน

"การลงทุนครั้งนี้เป็นกลยุทธ์ที่จำเป็น เพราะทำให้ยูโอบีเข้ามามีส่วนร่วมในตลาดไทยมากขึ้น ถือเป็นแรงดึงดูดทางการเงินที่สอดคล้องกับเป้าหมายของยูโอบีในการก้าวสู่ธนาคารชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเซ็นสัญญาซื้อขายหุ้นระหว่างยูโอบีกับเอบีเอ็นฯ ได้ลงนามไปเมื่อคืนวันที่ 11 พ.ค. ที่ผ่านมา ที่รร.สุโขทัย ถ.สาทร กรุงเทพฯ มีนายวี โซว เยาและนายนายอเล็กซ์ คลุซเตอร์แมน รองกรรมการผู้จัดการ เอบีเอ็นฯ ร่วมลงนาม ขณะที่การแถลงข่าววานนี้มีเพียงนายวี โซว เยากับผู้บริหารยูโอบีรัตนสินฝ่ายเดียว

นายวี โซว เยา กล่าวถึงนโยบายของธนาคาร เอเชียว่า หลังควบรวมกับธนาคารยูโอบีรัตนสิน (UOBR) จะมุ่งทำธุรกิจลูกค้ารายย่อยและเอส เอ็มอีแบบครบวงจร พร้อมเน้นขยายสินเชื่ออุปโภคบริโภค มั่นใจว่าธนาคารฯจะเป็นผู้นำสิน เชื่อรายย่อยในตลาดการเงินไทยจากเครือข่ายที่กว้างขึ้น เนื่องจากหลังการควบรวมกับยูโอบีรัตนสิน ธนาคารใหม่จะมีสินทรัพย์รวม 223,000 ล้านบาท มีตู้เอทีเอ็ม 383 ตู้ ส่วนสาขารวม 170 สาขาหรือเพิ่มขึ้น 4 เท่า ขณะที่พนักงานรวม 4,300 คน

เมื่อการซื้อกิจการเสร็จสมบูรณ์ จะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงกำไรต่อหุ้นของยูโอบี รวมทั้งผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น โดยสิ้นปี2546 ธนาคารเอเชียมีกำไรสุทธิหลังหักภาษี 1,800 ล้านบาท และมีอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเท่ากับ 13.81 เท่า เชื่อว่าหลังรวมกิจการเข้าด้วยกัน กำไรต่อหุ้นจะเท่ากับ 2.7% ทั้งนี้ การประมาณการดังกล่าวยังไม่ได้รวมต้นทุนที่จะประหยัดได้และรายได้ที่อาจเพิ่มขึ้น

"เราไม่มีนโยบายลดจำนวนพนักงาน จึงขอ ให้พนักงานธนาคารเอเชียกับยูโอบีรัตนสินไม่ต้องวิตกกังวล ส่วนสาขาที่ซ้ำซ้อนกันก็จะเลือกสาขาที่มีศักยภาพมากกว่า และปิดสาขาที่ไม่มีศักยภาพแล้วไปเปิดสถานที่ที่ไม่มีสาขาของยูโอบี" นายวี โซว เยา กล่าว

ปัจจุบัน ธนาคารเอเชีย มีสินทรัพย์ใหญ่เป็นอันดับ 9 ของธนาคารพาณิชย์ไทย ณ สิ้นมี.ค. อยู่ที่ 170,514 ล้านบาท สินเชื่อรวม 122,132 ล้าน บาท

สำหรับทีมผู้บริหารธนาคารหลังการซื้อหุ้น นายวี โซว เยา เปิดเผยว่า จะมีการเปลี่ยนแปลง โดยหลังควบรวมกับธนาคารยูโอบีรัตนสิน ตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ (เอ็มดี) หรือประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) จะต้องเป็นมืออาชีพจากสิงคโปร์เท่านั้น ขณะที่นายจุลกร สิงหโกวินท์ ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารเอเชียคนปัจจุบัน ทางผู้บริหารเอบีเอ็นฯระบุว่าขอเกษียณการทำงาน

อย่างไรก็ตาม การซื้อหุ้นครั้งนี้จะต้องเสนอ ให้กับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พิจารณาอนุมัติอีกครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นก็จะต้องส่งให้กับกระทรวงการคลังพิจารณาอนุมัติลำดับต่อไป คาดว่าจะอนุมัติได้ภายใน 1-2 เดือนจากทางการ หลังจากนั้นก็จะเริ่มดำเนินการในเรื่องการควบรวมต่อไป นายวี โซว เยา กล่าวว่า ยูโอบียินดีที่จะทำการรับซื้อหุ้นในส่วนที่เหลือ (เทนเดอร์ออฟเฟอร์) ทั้งหมด

นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ช่วยผู้ว่าการสายเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า การซื้อขายหุ้นธนาคารเอเชีย หากมีการลงนามเซ็นสัญญาแล้ว ยูโอบีจะต้องตัดสินใจว่าจะมีการควบรวมกิจการกันอย่างไร และจะให้ธนาคารใดเป็นแกนนำ

ขณะที่วานนี้บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือสแตนดาร์ดแอนด์พัวร์ (S&P) ได้ปรับระดับเครดิตระยะยาวของธนาคารเอเชียจาก BB เป็น BB+ และได้ย้ายธนาคารเอเชียออกจากส่วนเครดิตพินิจ (CreditWatch) ซึ่งประกาศไปเมื่อวันที่ 23 ก.พ.47 โดยมีเสถียรภาพที่มั่นคง ส่วนอันดับเครดิตระยะสั้นอยู่ที่ B

ด้านมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ส เซอร์วิส (มูดี้ส์)ได้ยืนยันอันดับเงินฝากระยะสั้นและระยะยาวที่ Baa1/P-2 และ D สำหรับอันดับความมั่นคงทางการเงิน



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.