ก.ล.ต.แฉบจ.ไซฟ่อนสั่งเบรก5ราย3พันล้าน


ผู้จัดการรายวัน(27 เมษายน 2547)



กลับสู่หน้าหลัก

Q1 ปี 47 ก.ล.ต.สั่งระงับพฤติกรรมของบริษัทจด ทะเบียนที่มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในลักษณะฟอกเงิน 5 รายมูลค่า 3,000 ล้านบาท เผยถ้าเตือนแล้วไม่ฟังพร้อมเรียกผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนมาชี้แจงต่อคณะทำงานวินัยกรรมการด้วยตัวเอง แจงกรณี Standard & Poor's เป็นเพียงการสำรวจไม่ใช่ประเมิน พร้อมเตรียมทบทวนนำข้อมูลบางส่วนใน 56-1 ที่เกี่ยวกับบรรษัทภิบาลไปลงในรายงานประจำปีด้วย

นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรม การกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า จากการที่สำนักงานได้มีนโยบายติดตามพฤติกรรมของบริษัทจดทะเบียน ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เป็นลักษณะของการฟอกเงิน หรือการเอื้อ ประโยชน์แก่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่พบว่า ไตรมาสแรกปีนี้ได้ดำเนินการระงับการกระทำที่ไม่เหมาะสมแล้ว 5 รายโดยมีมูลค่ารายการรวมทั้งสิ้นประมาณ 3,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ สำนักงาน ก.ล.ต.ได้แต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมา 2 ชุดประกอบ ด้วยคณะทำงานเพื่อทำการวิเคราะห์เจาะลึกรายการที่ไม่เหมาะสม ในงบการเงินและสั่งแก้ไข รวมถึงรายการที่เอื้อประโยชน์แก่ผู้ถือหุ้นราย ใหญ่ และคณะทำงานที่สองเพื่อสร้างวินัยกรรมการของบริษัทจดทะเบียน ถ้าสำนักงาน ก.ล.ต.เตือนแล้ว และบริษัทจดทะเบียนยังไม่เชื่อ โดยยังดำเนินการต่อไป

สำนักงานก.ล.ต.ก็อาจจะเรียกผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงต่อคณะทำงานวินัยกรรมการด้วยตัวเอง ดังนั้นจึงขอเตือนให้ผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในกรณีที่มีรายการที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นใหญ่

สำหรับ 5 บริษัทจดทะเบียนที่ถูกสำนักงาน ก.ล.ต.ระงับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมนั้นมีลักษณะการดำเนินการคือ บริษัทมีโครงการจะนำเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อให้กู้ยืมแก่บริษัท ที่เกี่ยวข้องกัน แต่ไม่ระบุรายชื่อบริษัทให้ชัดเจน และมูลค่าการให้กู้ยืมดังกล่าวมีจำนวนสูง ซึ่งบริษัทก็ไม่ได้จัดให้มีที่ปรึกษาทางการเงินให้ความเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมของรายการภายหลังสำนักงานคณะกรรมการก.ล.ต.ทักท้วงบริษัทได้ตัดสินใจยกเลิกโครงการดังกล่าว

นอกจากนี้กรณีบริษัทมีโครงการจะนำเสนอ ที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อให้กู้ยืมแก่ Holding Company ซึ่งมิได้มีความสัมพันธ์ใดๆ ทางการค้าประจำวันกับบริษัท และมีเงินกู้คงค้างกับบริษัทอยู่แล้วจำนวนมาก ภายหลังจากสำนักงาน ก.ล.ต. ทักท้วงบริษัทได้ตัดสินใจยกเลิกโครงการดังกล่าว กรณีบริษัทที่ 3 จากข้อมูลในงบการเงินพบว่าบริษัทได้ทยอยให้กู้เงินแก่บริษัทที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นใหญ่เพื่อใช้ในโครงการสนามกอล์ฟ ซึ่งมิใช่โครงการของบริษัท

โดยรายการดังกล่าวเป็นรายการที่เกี่ยวโยง ตามเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ แต่ไม่ได้ขอความ เห็นชอบจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น ภายหลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการก.ล.ต.และตลาดหลักทรัพย์ทักท้วงบริษัทได้ตัดสินใจเรียกหนี้ทั้งหมด คืนบริษัทที่ 4 คือบริษัทมีโครงการจะนำสินทรัพย์ ของบริษัทไปค้ำประกันวงเงินกู้ที่ผู้ถือหุ้นใหญ่จะกู้ยืมจากสถาบันการเงินทั้งที่บริษัทเองก็ยังอยู่ในระหว่างฟื้นฟูกิจการภายหลังจากสำนักงาน ก.ล.ต.ทักท้วง บริษัทได้ยกเลิกการค้ำประกันดังกล่าว

ส่วนบริษัทที่ 5 นั้นบริษัทมีโครงการจะซื้อโรงงานผลิตวัตถุดิบจากผู้ถือหุ้นใหญ่ ทั้งที่บริษัท มีความต้องการใช้วัตถุดิบดังกล่าวไม่มากนัก และในขณะเดียวกันผู้ถือหุ้นใหญ่รายดังกล่าวก็ยังทำ ธุรกิจผลิตวัตถุดิบนั้นอยู่ซึ่งเป็นการแข่งขันกับบริษัทโดยตรงภายหลังจากที่สำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ทักท้วง บริษัทได้ยกเลิกโครงการดังกล่าว

นายธีระชัยกล่าวว่า ส่วนกรณีที่มีข่าวว่า Standard & Poor's ที่ระบุว่าบริษัทจดทะเบียนไทยยังมีการเปิดเผยข้อมูลที่ไม่ดี หรือไม่มีบรรษัทภิบาลที่ดีนั้น โดยรายงานดังกล่าวมิได้เป็นการประเมินคุณภาพการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทจดทะเบียน แต่เป็นเพียงการสำรวจว่าบริษัทจดทะเบียนได้กล่าวถึงการปฏิบัติตามหลักบรรษัทภิบาลไว้ในรายงานประจำปีหรือไม่ เพียงใด

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาตลาดหลักทรัพย์ฯได้เคยทำ รายงานผลการประเมินการปฏิบัติตามหลักบรรษัทภิบาลของบริษัทจดทะเบียนพบว่าบริษัทจดทะเบียนส่วนมากปฏิบัติตามหลักบรรษัทภิบาล 15 ข้อของตลาดหลักทรัพย์อยู่แล้ว เพียงแต่บาง บริษัทไม่ได้นำมาเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปีของบริษัท แต่นำไปเปิดเผยไว้ในรายงานอื่น เช่นในแบบรายการ 56-1 เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม สำนักงานจะทบทวนการเปิด เผยข้อมูล โดยจะนำข้อมูลบางส่วนในแบบรายการ 56-1 ที่เกี่ยวข้องกับบรรษัทภิบาลมาไว้ในรายงานประจำปีของบริษัทจดทะเบียนด้วย เพื่อเป็นการเน้นให้ผู้ลงทุนได้รับรู้ถึงพัฒนาของการปฎิบัติตามหลักบรรษัทภิบาลของแต่ละบริษัท ซึ่งสำนักงานก.ล.ต.จะยกร่างข้อเสนอเพื่อหารือกับตลาดหลักทรัพย์และสมาคมนักบัญชีและผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศไทยต่อไป



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.