รวยหุ้นเพราะฝีมือคนอื่น

โดย วิษณุ โชลิตกุล
นิตยสารผู้จัดการ( พฤษภาคม 2547)



กลับสู่หน้าหลัก

ตลาดหุ้นกลับมาเฟื่องฟูทั่วโลก แม้จะไม่มากเท่าเมื่อ 7-8 ปีก่อน แต่ก็ถือว่าสดใสในรอบทศวรรษนี้ ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากที่เกิดฟองสบู่ดอตคอมแตกในวอลล์สตรีทเมื่อ 4 ปีก่อน เป็นเรื่องที่ทำให้มีคนหวนกลับคืนสู่ตลาดหุ้นอีกครั้ง แม้จะมีชะตากรรมไม่แตกต่างจากเดิมมากนัก

สถานการณ์อย่างนี้เป็นจังหวะทองของหนังสือ และสื่อคอนเทนต์ทางด้านตลาดทุนและไฟแนนซ์ส่วนบุคคล กลับมาเฟื่องฟูอีกครั้งด้วยความวาดหวัง และคุยเขื่องว่าจะสามารถ มอบสาระที่มีคุณภาพมากกว่าเดิมเพื่อนักลงทุน

หนังสือและเว็บไซต์ค่ายไทม์-วอร์เนอร์ อย่าง Money ถือเป็นต้นกำเนิดของแนวทางสาระแบบนี้แต่ปัจจุบันก็มีคู่แข่งเพิ่มขึ้นมาก โดยเฉพาะค่ายเล็กๆ ที่ขยันขันแข็ง อย่าง Fool.com ของสองพี่น้องการ์ดเนอร์ที่มีสัญลักษณ์สื่อว่า Fool เป็นการันตีกับค่าย Morningstar.com ที่คุยเขื่องว่ามีเนื้อหาสนองตอบพวกนักเล่นหุ้น "ตลาดบน" คือ นักลงทุนเน้นคุณค่า (value investors) โดยตรง

ไม่ว่าการคุยเขื่องจะจริงหรือไม่ แต่ชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของคนอ้างอิงก็โด่งดังและทำรายได้ไม่น้อยตามมา คุ้มค่าสมราคาคุยกันเลยทีเดียว

หนังสือเล่มนี้ของค่าย Morningstar.com ก็ออกมาเพื่อรองรับความตื่นตัวของนักลงทุน ที่เบื่อจะ "เจ๊งหุ้นเอง" แต่ต้องการแสวงหาทางเลือกจากการ "เอาเงินให้คนอื่นไปทำรวย" ในกองทุนรวม ซึ่งเข้ากับภาวะตลาดหุ้นโดยรวมไม่น้อย โดยเฉพาะในห้วงเวลาที่ตลาดหุ้นเกิดใหม่ ทั่วโลกกำลังแสวงหาช่องทางสำหรับการเพิ่มบทบาทของกองทุนรวมในตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ เพื่อลดความผันผวนของตลาด

นักลงทุนในตลาดหุ้นนั้น หากไม่ใช่นักลงทุนรายบุคคล ก็มีสองส่วนเท่านั้นคือ นักลงทุน สถาบันในรูปกองทุนรวมในประเทศ และกองทุนต่างประเทศ แต่บทบาทของกองทุนรวมในตลาดทุนที่พัฒนาแล้วจะแข็งขันอย่างมากเหนือกองทุนรวมต่างประเทศ เนื่องจากความนิยมของนักลงทุนมีมากกว่า

ในขณะที่กองทุนรวมต่างประเทศนั้น มักจะไปเฟื่องฟูและมีอิทธิพลล้นฟ้าในตลาดทุน เกิดใหม่ที่กองทุนรวมในประเทศยังไม่ได้รับความนิยมจากนักลงทุนรายย่อย

หนังสือเล่มนี้ก็ตามประสาของหนังสือประเภท How To ทั้งหลายนั่นแหละ เป็นหนังสือ ที่หนักไปทางสอน และให้รายละเอียดของหลักสูตรการสอน เพียงแต่มีการปรับปรุงตามช่วงเวลาด้วยการเพิ่มเนื้อหาส่วนที่ทันสมัยมากขึ้น เพราะมีการเปลี่ยนกติกา เปลี่ยนเงื่อนเวลาและเปลี่ยนสภาพของธุรกิจ โดยมีเนื้อหาทั้งหมด 6 ภาค เพื่อให้ผู้อ่านได้เข้าใจถึงกระบวน การลงทุน ข้อสังเกต และเกณฑ์พิจารณาแบบเรียงไปจากเริ่มต้นไปหาตอนจบ โดยทิ้งท้ายในภาคสุดท้ายถึงคำถามที่ถูกถามบ่อยที่สุดในตลาดหุ้น (อเมริกา)

ข้อดีของหนังสือเล่มนี้ 2 ประการที่ถือว่าโดดเด่น ได้แก่ ข้อแรก การทำให้ "ย่อยง่าย" สำหรับผู้อ่าน โดยการแบ่งหมวดความรู้ซึ่งเหมาะสำหรับคนเริ่มต้นเข้าสู่ตลาดทุน ที่ต้องการศึกษาด้วยตัวเอง นับแต่การพิเคราะห์ "บุคลิกภาพ" ของกองทุนรวม การสร้างพอร์ตโฟลิโอการลงทุน และเข้าหรือออกจากตลาด เรียกว่า ผู้อ่านสามารถอ่านแบบ "บูรณาการ" ด้วยตนเอง จากหนังสือเล่มนี้

ส่วนข้อที่สองนั้น แต่ละบทจะมี investor's checklist ซึ่งสรุปให้ผู้อ่านได้เข้าถึงเรื่องรายละเอียดอย่างย่นย่อและตรงประเด็น เพื่อจะได้สรุปความคิดรวบยอดป้องกันการเข้าใจผิดได้ดี

เนื้อหาที่ถือว่าโดดเด่นในหนังสือเล่มนี้ก็คือ ใน chapter 5 ซึ่งเป็นการจำแนกความเสี่ยง ในการลงทุนในตลาดหุ้น ซึ่งเหมาะสำหรับบรรดา "แมงเม่า" ทั้งหลายอย่างยิ่ง ทั้งในเรื่องการประเมินความเสี่ยง ประเภทความเสี่ยง และความเบี่ยงเบนของการลงทุนในอนาคต

นอกจากนั้น ก็มี chapter 6 ประเภทของผู้จัดการหรือผู้บริหารกองทุนรวม และบุคลิกของกองทุนรวม (ในเรื่องเป้าหมายการลงทุน การทำกำไร การจ่ายผลตอบแทน และการเปิดเผยข้อมูลแก่นักลงทุน ซึ่งก็จะพบว่า เอาเข้าจริงๆ แล้ว ผู้จัดการกองทุนรวม ก็ไม่ได้ต่างจากนักลงทุนปัจเจกมากมายนัก ความแตกต่างก็เพียงแค่เงินหน้าตักเท่านั้นเอง

ใน chapter 13 มีเรื่องกลยุทธ์การถอยออกจากตลาดในเวลาที่เหมาะสม เพราะเรื่องนี้เป็นหัวใจสำคัญเนื่องจากนักลงทุนที่ขาดทุนส่วนใหญ่ ไม่สนใจกลยุทธ์ที่สำคัญสำหรับการลงทุนมากที่สุด นั่นคือ จังหวะขายออก

ใน part six เป็นเรื่องรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งว่าด้วยคำถามที่นักลงทุนรายย่อยมักจะถามมากที่สุด 16 คำถาม ซึ่งเหมาะสำหรับเป็นคู่มือเบื้องต้นสำหรับนักลงทุนหน้าใหม่ทุกรายที่ "ต้องอ่าน" ให้ได้ ไม่ว่าจะลงทุนในหุ้นด้วยตัวเอง หรือผ่านกองทุนรวม

แม้เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้จะไม่ลึกซึ้ง หรือไม่มีสูตรคำนวณที่ "น่าทึ่งและท้าทาย" สติปัญญาที่นักวิเคราะห์หุ้น (ถูกบังคับว่า) ต้องเรียนรู้ ก็ถือว่าเหมาะสำหรับนักลงทุนที่เจ็บตัวมาด้วยตัวเอง และเชื่อว่า "ผู้จัดการกองทุนมืออาชีพ" จะเหนือกว่าตนเอง ถือเป็นการอ่านฉลองนโยบายของรัฐมนตรีคลังคนปัจจุบันของไทย ที่มุ่งมั่นทำให้ตลาดหุ้นเป็นดัชนีชี้วัดความสำเร็จทางการเมืองของรัฐบาลอย่างเอาเป็นเอาตาย และเปิดช่องทางใหม่ให้กับกองทุนรวมล่าสุดด้วยมาตรการทางการคลังหลายประการ ที่มีคนวิพากษ์วิจารณ์กันมากพอสมควร

อย่างน้อยที่สุด หนังสือนี้ก็น่าจะช่วยขัดเกลานิสัยของนักลงทุนที่ได้อ่านให้พ้นจากสภาพ "นักการพนัน" ที่ไร้เดียงสาและเพ้อฝันในตลาดหุ้นได้มากพอสมควรทีเดียว


เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้

Part One: How To Pick Mutual Funds

Chapter 1: Know What Your fund Owns การเรียนรู้ว่ากองทุนที่คุณเข้าไปนั้นมีนิสัยการลงทุนอย่างไร ด้วยเกณฑ์วัดหลายประการ ซึ่งเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไป

Chapter 2: Put Performance in Perspective เป็นการแนะแนวทางประเมินผลตอบแทนการลงทุน ซึ่งบริษัทบริหารกองทุนรวมมักจะแสดงประวัติยาวเหยียดของตนในหน้าโฆษณาหนังสือพิมพ์ เพื่อให้นักลงทุนได้ศึกษาข้อดี ข้อด้อย และข้อสังเกตบางประการ

Chapter 3: Understanding the Risks พยายามสร้างวินัยเพื่อเตือนสตินักลงทุนว่า การเข้าตลาดหุ้นนั้น มิได้ต้องการแค่อาวุธ 2 ประการเท่านั้นคือ ความละโมบ (ตอนซื้อ) และความกลัว (ตอนขายทิ้ง)

Chapter 4: Get to Know Your Fund Manager กุญแจแห่งความล้มเหลวหรือสำเร็จของกองทุนรวม อยู่ที่ผู้บริหารสูงสุดของกองทุน ดังนั้น การศึกษาให้ถ่องแท้ถึงบุคลิกภาพ และความสามารถของผู้บริหารสูงสุดของกองทุน จะชี้ทางสวรรค์ให้กับนักลงทุนได้มากตามประเภทของผู้บริหารในบทนี้

Chapter 5: Keep a Lid on Costs ต้นทุนการจัดการของกองทุนรวมหลายแห่ง มีลักษณะที่เรียกว่า กับดักกระจกส่องหลัง (rearview-mirror trap) ซึ่งแอบแฝงอยู่ในความหวือหวาของบทบาทการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนเร้าใจ เนื่องจากแพงมาก จนกระทั่งทำให้ผลตอบแทนของนักลงทุนต่ำลงกว่าที่ควร การศึกษาต้นทุนนี้เป็นเรื่องสำคัญก่อนเข้าซื้อหุ้นกองทุนรวม

Part Two: How To Build a Portfolio

Chapter 6: Match Your Portfolio to Your Goals นักลงทุนต้องตั้งเป้าหมายของ ตนเองเอาไว้ก่อนการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยง วางแผนผลตอบแทน และแผนรองรับในกรณี ลงทุนผิดพลาดเอาไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่ปล่อยตามยถากรรม หรือเชื่อว่าซื้อทุกครั้งต้องกำไร

Chapter 7: Put Your Portfolio Plan in Action เป็นบทต่อในภาคปฏิบัติในการลงทุนของนักลงทุน พร้อมทั้งความสำเร็จ โอกาส ปัญหา และทางออก

Part Three: Finding Ideas For Your Portfolio

Chapter 8: Find the Right Core Stock Fund for You การพิจารณากองทุนรวมที่ลงทุนในหุ้น (กองทุนหุ้น) การประเมินค่า และการเติบโต รวมทั้งสไตล์การลงทุน

Chapter 9: Move Beyond the Core การพิจารณากองทุนหุ้นรายธุรกิจ (ลงทุนเฉพาะกลุ่มธุรกิจ) อันเป็นการแยกย่อยลงไปในรายละเอียด ซึ่งง่ายและชัดเจนสำหรับนักลงทุน ที่ไม่ชอบการลงทุนแบบเหวี่ยงแห

Chapter 10: Find the Right Bond Fund for You การพิจารณากองทุนรวมที่ลงทุนในตราสารหนี้ (กองทุนตราสาร) การประเมินค่า และการเติบโต รวมทั้งสไตล์การลงทุน และความเสี่ยงกับผลตอบแทน

Chapter 11: Finding the Right Fund Companies for You ตัวอย่างและกรณีศึกษาของบริษัทบริหารกองทุนรวมที่ประสบความสำเร็จในอเมริกาหลายแห่ง ซึ่งมีพฤติกรรม ในการลงทุนที่โดดเด่น

Part Four: Monitoring Your Portfolio

Chapter 12: Schedule Regular Checkups กฎ 3 ข้อของนักลงทุนที่นำมาใช้กับ คนซื้อหุ้นกองทุนรวมได้โดยตรงนั่นคือ อย่าซื้อหุ้นหวือหวาตามกระแส จ่ายต้นทุนแพงระยับ สำหรับซื้อหุ้นยอดนิยม และไม่กระจายความเสี่ยง โดยเฉพาะข้อหลัง ซึ่งจะต้องมีการติดตาม เป็นระยะ ไม่ใช่ซื้อหุ้นแล้วทิ้งโดยไม่สนใจข้อมูล

Chapter 13: Know When to Sell กฎ หรือข้อสังเกตในการหาจังหวะขาย และกลยุทธ์ทั่วไปที่สำคัญซึ่งต้องเตือนตัวเองเอาไว้อยู่เสมอสำหรับการลงทุนในตลาดหุ้น ไม่ว่าจะซื้อขายหุ้นหรือตราสารแบบไหน

Chapter 14: Keep a Cool Head in Turbulent Markets การทำใจเตรียมรับตลาดหุ้นขาลงหรือตลาดที่แกว่งไกวเพราะไม่มีเสถียรภาพ มักจะเป็นสิ่งที่นักลงทุนเมินเฉย และเจ็บตัวเสมอ กลยุทธ์ในบทนี้เป็นข้อสังเกตที่น่าสนใจ

Part Five: Bringing It All Together

Chapter 15: Look Inside Morningstar's Portfolios ข้อเสนอแนะให้ใช้ซอฟต์แวร์ของบริษัทเจ้าของสำนักพิมพ์นี้ในการคำนวณบริหารพอร์ตลงทุนส่วนตัว

Part Six: More On Mutual Funds: Frequently Asked Questions

คำถาม 16 ข้อ ที่ถูกถามโดยนักลงทุนบ่อยครั้งที่สุดในเรื่องกองทุนรวม โดยเฉพาะคำถามข้อ 15 (How Do I Read a Fund's Propectus?) ซึ่งถือว่าสำคัญที่สุด



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.