บิ๊กปิโกเชื่อสูงกว่าจองชี้ตลาดหุ้นดี


ผู้จัดการรายวัน(19 เมษายน 2547)



กลับสู่หน้าหลัก

ผู้บริหารปิโกมั่นใจ ราคาหุ้นยืนเหนือจอง แย้มไตรมาสแรกรายได้โตขึ้น 60% ขณะที่ฝ่ายวิจัยบล.กรุงศรีอยุธยา ประเมินราคาที่ เหมาะสมอยู่ที่ระดับ 7.10 บาท ทำนาย ปีนี้กำไรเพิ่มขึ้น 17%

นายพิเสฐ จึงแย้มปิ่น ประธานกรรมการ บริษัทปิโก (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) (PICO) เปิดเผยว่าหุ้นของบริษัทที่จะเข้าซื้อขายในตลาด หลักทรัพย์ใหม่ในวันพรุ่งนี้(20 เม.ย.) เชื่อว่าราคาหุ้นมีโอกาสที่จะสูงกว่าราคาจองที่กำหนดไว้หุ้นละ 6.25 บาทได้ เนื่องจากมั่นใจในปัจจัยพื้นฐานของ หุ้น โดยมีจุดเด่นคือบริษัทดำเนินธุรกิจ มานาน มีผลงานเป็นที่ไว้วางใจของลูกค้าประกอบกับภาวะตลาดหุ้นขณะนี้อยู่ในทิศทางที่ดี

สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทในไตรมาสแรกของปีนี้ คาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 60% ซึ่งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ประมาณ 450 ล้านบาท โดยการระดมทุนในครั้งนี้จะช่วยทำให้บริษัทมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น และทำให้รับงานได้เพิ่มขึ้น รวมถึงเงินที่ได้ส่วนหนึ่งก็จะนำไปขยายสาขาที่จังหวัดเชียงใหม่ และภูเก็ต

นอกจากนี้ บริษัทจะมีการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นที่มีรายชื่ออยู่ในสมุดบัญชีวันที่ 4 พฤษภาคม 2546 จำนวน 0.16 บาทและจะจ่ายเงินในวันที่ 14 พฤษภาคม 2547 นี้

ฝ่ายวิจัยบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรีอยุธยา ได้ออกบทวิเคราะห์หุ้นบริษัทปิโก (ไทยแลนด์) โดยได้ประเมินราคาเป้าหมายอยู่ที่ระดับ 7.10 บาท โดยได้คาดการณ์ผลประกอบการในปี 2547 ว่าจะมีรายได้ 514 ล้านบาทและกำไรสุทธิ 35 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 17% จากการเพิ่มขึ้นของ รายได้ ขณะที่ gross margin น่าจะรักษาระดับได้ที่ 27-28% เท่ากับ 2 ปีที่ผ่านมา โดยมีการตั้งราคาแบบ cost plus อย่างไรก็ตามคาดว่ากำไรต่อหุ้นจะลดลง 73.3% มาอยู่ที่ 0.55 บาท ตามการเพิ่มทุนจาก 15 ล้านบาทในปี 2546 มาเป็น 65 ล้านบาทในปีนี้

ส่วนปัจจัยเสี่ยง การที่บริษัทปิโก (ไทยแลนด์) มีการเพิ่มทุนและจ่ายเงินปันผลก่อนหน้าไอพีโอ โดยก่อนไอพีโอ ครั้งนี้บริษัทได้เพิ่มทุนจาก 15 ล้านบาทเป็น 45 ล้านบาทในเดือนกุมภาพันธ์ 2547 โดยการออกหุ้นสามัญใหม่ 30 ล้านหุ้น จำหน่ายให้กับผู้ถือหุ้นเดิม และบางส่วนจำหน่ายให้กับพนักงานและผู้บริหารในราคา 1 บาทต่อหุ้น พร้อมกันนั้นยังได้จัดสรรเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานปี 2546 จำนวน 60.44 ล้านบาท หรือประมาณ 1.343 บาทต่อหุ้นให้กับผู้ถือหุ้นเดิม จำนวนหุ้นจึงมีจำนวนมากจนอาจจะเป็นปัจจัยลบต่อราคาหุ้นได้ แม้ว่าบางส่วนจะติดเงื่อนไข Silent Period

อย่างไรก็ตาม ผู้จองซื้อหุ้นไอพีโอยังจะได้รับ เงินปันผลจากผลประกอบการปี 2546 อีกประมาณ 0.19 บาท คิดเป็นอัตราปันผลตอบแทนประมาณ 3%



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.