MINORเปิดรง.ใหม่ส.ค.


ผู้จัดการรายวัน(1 เมษายน 2547)



กลับสู่หน้าหลัก

ไมเนอร์ฯตั้งเป้าปีนี้โตทั้งรายได้และกำไร 20% หรือประมาณ 2,340 และ 93 ล้านบาทตามลำดับ เนื่องจากเศรษฐกิจ ในประเทศขยายตัวดี และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคมีสูง รวมทั้งโรงงานแห่งใหม่จะเริ่มผลิตได้สิงหาคมนี้ หนุนรายได้รับจ้างผลิตสินค้าเพิ่มขึ้นเป็น 1 พันกว่าล้านบาท

นางปรารถนา มโนมัยพิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท ไมเนอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)(MINOR) เปิดเผยแผนการดำเนินงานในปี 2547 ว่า บริษัทฯตั้งเป้ารายได้ปีนี้ประมาณ 2,340 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 93 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากปีก่อน 20% เมื่อเทียบจากปีก่อนที่มีรายได้ 1,951 ล้านบาทและกำไรสุทธิ 77.5 ล้านบาท โดยรายได้หลักมาจากธุรกิจจัดจำหน่าย สินค้าอุปโภค (Retail) ที่ขยายตัวการภาวะเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค รวมทั้ง บริษัทจะนำเข้าสินค้าแบรนด์เนมจากฝรั่งเศสเข้า มาทำตลาดในช่วงเดือนเมษายนนี้ และสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายโดยเฉพาะสต๊อกสินค้า

โครงสร้างรายได้บริษัทฯในปีนี้จะมาจากธุรกิจ Retail ประมาณ 46% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีรายได้คิดเป็น 35%ของรายได้ทั้งหมด ธุรกิจรับจ้างผลิตสินค้าอุปโภค (Manufacturing) 41% ลดลงจากเดิมที่มีสัดส่วน 51% แม้ว่าในปีนี้จะเปิดโรงงานรับจ้างผลิตแห่งใหม่ในช่วงเดือน สิงหาคมก็ตาม แต่เนื่องจากบริษัทประเมินว่า การสั่งซื้อของลูกค้าต่างประเทศจะลดน้อยลง เนื่อง จากไม่ต้องเก็บสต๊อกสินค้าเหมือนปีที่แล้ว

โดยปี 2546 บริษัทฯมีรายได้จากการรับ จ้างผลิตสินค้าอุปโภคเพิ่มขึ้นเป็น 977 ล้านบาท เติบโตขึ้น 100% เนื่องจากการเพิ่มปริมาณการขาย น้ำหอมปรับอากาศรถยนต์ของลูกค้าเดิมเพื่อส่งออกต่างประเทศ โดยปีนี้บริษัทฯตั้งเป้ารายได้จากธุรกิจการรับจ้างผลิตฯเพียงแค่ 800 ล้านบาท ต่ำกว่าปีก่อน ซึ่งขณะนี้โรงงานดังกล่าวได้สร้างไปแล้วประมาณ 30%

ในช่วง 2 เดือนแรก(ม.ค.-ก.พ.) ของปีนี้ บริษัทมีรายได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อนประ-มาณ 23% สูงกว่าเป้าหมายที่บริษัทฯตั้งเป้าไว้ที่ 20%

นางปรารถนา กล่าวว่า การสร้างโรงงานแห่ง ใหม่จะช่วยลดต้นทุนเกี่ยวกับค่าเช่าในการจัดเก็บสต๊อกสินค้าและการขนส่งประมาณเดือนละ 3 แสนบาท รวมทั้งโรงงานเดิมบริษัทฯมีแผนจะขาย ออกไปคาดว่าจะบันทึกเป็นรายได้ในปีหน้า มูลค่าประมาณ 25 ล้านบาท ทั้งนี้โรงงานแห่งใหม่ จะสร้างรายได้ประมาณ 1 พันกว่าล้านบาท และรอง รับคำสั่งผลิตสินค้าได้ประมาณ 3ปี หลังจากนั้นจะมีการติดตั้งเครื่องจักรใหม่เพิ่มเติมในพื้นที่เดิม 9 ไร่

ทั้งนี้ บริษัทได้รับเงินกู้จากสถาบันการเงินเพื่อใช้ในการสร้างโรงงานแห่งใหม่จำนวน 87 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยค่อนข้างต่ำอยู่ที่ 3% ซึ่งขณะนี้ได้เบิกเงินกู้ก้อนแรกมาใช้ในการซื้อที่ดินแล้ว 32 ล้านบาท ที่เหลือจะนำมาใช้ในการสร้างโรงงานและเครื่องจักร

การรับจ้างผลิตสินค้านั้นมีความเสี่ยงไม่มาก เนื่องจากลูกค้าบางรายไม่มีโรงงานผลิตสินค้าเอง ส่วนลูกค้าที่มีโรงงานผลิตสินค้าเอง หากมีการออกสินค้าใหม่ๆ ก็จะจ้างเราผลิต เพื่อลดความเสี่ยงของตัวสินค้าว่าจะได้รับความนิยม หรือไม่ ทำให้มีต้นทุนต่อหน่วยต่ำกว่าการลงทุนผลิตเอง นอกจากนี้ ลูกค้าจะทำสัญญาจ้างผลิตเป็นรายปีล่วงหน้า ทำให้บริษัทฯบริหารงานได้ง่าย

ดังนั้น แผนการลงทุนในปีนี้จะใช้เงินประมาณ 70 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินลงทุน 50 ล้านบาทในการก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ต่อเนื่องจากปีที่แล้ว หลังจากใช้เงินลงทุนซื้อที่ดินแถวนวนคร ไปแล้ว 30 ล้านบาท ส่วนเงินลงทุนอีก 20 ล้านบาท จะใช้ในการขยายร้านค้าและเคาน์เตอร์เพิ่มขึ้นในห้างสรรพสินค้า

"เป้าหมายของบริษัทฯต้องการเป็นผู้นำการขายสินค้าเกี่ยวกับ Life Style ที่ผู้บริโภคมีการใช้อยู่เป็นประจำ โดยเป็นสินค้าที่มีระดับพอสมควร ไม่ใช่สินค้าแบบMass โดยมีสัดส่วนหนี้สินต่อทุนไม่เกิน 1.2 เท่า"

บริษัทไมเนอร์ฯ เป็นผู้จัดจำหน่ายเสื้อผ้าแบรนด์เนมทั้งเอสปรี บอสสินี เครื่องสำอางเรดเอิร์ธและบลูม รวมทั้งนำเข้าไม้กอล์ฟ PING และอุปกรณ์ต่างๆชั้นนำของโลก รวมทั้งมีโรงงานรับ จ้างผลิตสินค้าอุปโภคให้กับบริษัทยูนิ ลิเวอร์, ไลออน , จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน และคอลเกต ปาล์มโอลีฟ เป็นต้น



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.