ทำอย่างไรจึงจะขายได้มากขึ้นแต่เหนื่อยน้อยลง
Meaningful Marketing เป็นงานวิจัยเชิงวิชาการที่ได้จากการศึกษาแบรนด์สินค้าและผู้บริโภคหลายพันราย
เพื่อหาวิธีที่ดีที่สุดในการทำตลาดและการขายแบรนด์ ความคิด บริการ สินค้าหรือแม้กระทั่งตัวคุณเอง!
และเพื่อปรับปรุงผลตอบแทนที่คุณได้รับจากการลงทุนด้านการตลาดและการขายให้ดียิ่งขึ้น
การตลาดที่มีความหมาย VS การตลาดที่ไม่จริงใจ
ผลการศึกษาของผู้แต่งพบว่า 66% ของโฆษณาทางโทรทัศน์ไม่ได้ผลในการเพิ่มยอดขายเลยแม้แต่น้อย
และ 90% ของธุรกิจเกิดใหม่ประสบความล้มเหลว ผู้แต่งแสดงความผิดหวังกับข้อเท็จจริงที่ค้นพบนี้
และชี้ว่า ความล้มเหลวดังกล่าวสมควรเรียกว่าเป็น "ความบ้าบอ" มากกว่าที่จะยอมรับว่ามันเป็นการตลาด
ผู้แต่งชี้ให้เห็นความแตกต่างระหว่าง "การตลาดที่มีความหมาย" (Meaningful
Marketing) ซึ่งได้แก่ความซื่อสัตย์ การให้สติ การให้ความนับถือและการขายในระยะยาว
กับ "การตลาดแบบไม่จริงใจ" (Mindless Marketing) ซึ่งได้แก่ การโน้มน้าว
การโฆษณาเกินจริง การกระตุ้นการซื้อและการขายในระยะสั้น ซึ่งการตลาดอย่างหลังนี้จะนำไปสู่การตลาดที่ไร้ความหมายและล้มเหลว
ผู้แต่งได้รวบรวมความจริงต่างๆ ทางการตลาด พร้อมกับเสนอแนวปฏิบัติที่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงเหล่านั้น
เพื่อให้คุณสามารถทำการตลาดที่มีความหมายและเพิ่มยอดขายได้ โดยไม่ลืมที่จะเน้นย้ำถึงกฎทางการตลาดที่ต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง
สั้นกะทัดรัดและตรงไปตรงมา
ความจริงทางการตลาด
1. จงเป็นคนแรกในตลาดด้วยจุดแตกต่างที่มีความหมาย การเป็นคนแรกหมายถึงการเป็นข่าว
และการเป็นข่าวหมายถึงโอกาสที่คุณจะได้สื่อสารและมีข้อมูลที่จะสื่อสาร การเป็นคนแรกยังสามารถดึงดูดความสนใจของลูกค้า
คุณสามารถเป็นคนแรกในตลาดได้ด้วยการมองในมุมของการเป็นคนแรก กำหนดการเป็นคนแรกในตลาดที่มีขอบเขตจำกัด
และหมั่นเตือนตัวเองว่า คุณสมบัติใดที่ทำให้คุณเป็นคนแรกในตลาด
2. ลูกค้าต้องเข้าใจอย่างชัดเจนว่าผลประโยชน์ที่จะได้รับคืออะไร ความชัดเจนจะเพิ่มอัตราความสำเร็จให้คุณถึง
70% ซึ่งจะทำได้โดยการแปรคุณประโยชน์ทางกายภาพของผลิตภัณฑ์ ให้เป็นผลประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับ
และใช้การรับฝากข้อความจากลูกค้าเป็นวิธีทดสอบตลาด รวมทั้งใช้การตลาดแบบ
direct response อย่างเชี่ยวชาญ
3. ลูกค้ายิ่งมากยิ่งขายได้มาก จำไว้ว่าจำนวนลูกค้าสำคัญกว่าจำนวนสินค้าที่คุณสามารถขายให้แก่ลูกค้า
1 คนถึง 3 เท่า ดังนั้น คุณจึงควรเน้นการขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ อยู่เสมอ และจงอย่าลืมว่าเป้าหมายคือการเติบโตของจำนวนลูกค้า
นั่งในหัวใจและหัวสมอง
4. เข้าไปนั่งในใจและในสมองของลูกค้า เข้าใจทั้งมิติด้านอารมณ์และเหตุผลของสิ่งที่คุณเสนอให้ลูกค้า
เพื่อให้สามารถเข้าถึงลูกค้าได้อย่างแท้จริง ซึ่งคุณจะทำได้ด้วยการฝึกหัดให้มีทักษะในการคิดกลับไปกลับมา
ระหว่างการคิดแบบมีเหตุผลและการคำนึงถึงอารมณ์และความรู้สึกของลูกค้า
5. ลดความลังเลในการตัดสินใจซื้อของลูกค้า ด้วยการทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า
ผลประโยชน์ที่เขาจะได้รับเป็นสิ่งที่เขาต้องการจริงๆ และสร้างความสะดวกในการซื้อ
รวมทั้งทำให้ลูกค้าสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ได้โดยง่าย