ธปท.ชี้ไข้หวัดนกฉุดจีดีพี0.4%เศรษฐกิจโตหนุนคงดอกเบี้ยอาร์พี


ผู้จัดการรายวัน(18 มีนาคม 2547)



กลับสู่หน้าหลัก

แบงก์ชาติ ยืนอัตราดอกเบี้ยอาร์/พี 14 วันไว้ที่ระดับเดิม 1.25% เหตุเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4 พุ่งต่อเนื่องถึงไตรมาสแรกปีนี้ พร้อมปรับตัวเลขการประเมินผลกระทบจากการแพร่ ระบาดไข้หวัดนกฉุดจีดีพีลงจาก 0.2% เป็น 0.4% ด้านเสถียรภาพต่างประเทศอยู่ในเกณฑ์ดี ดุลบัญชีเดินสะพัดและเงินทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับสูง ขณะที่หนี้ต่างประเทศลดลง

นางอัจนา ไวความดี ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ว่า ที่ประชุมมีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยในตลาดซื้อคืนพันธบัตรระยะ 14 วัน (อาร์/พี) ไว้ที่ระดับ 1.25% ต่อปีเช่นเดิม เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจของไตรมาสที่ 4 ได้ขยาย ตัวดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ ประกอบกับภาวะของเศรษฐกิจเดือนมกราคมยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญเพราะยังเป็นสถาน การณ์ที่เอื้ออำนวยต่อการขยายตัวต่อเนื่องของเศรษฐกิจ และรักษาอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานให้ได้ตามเป้าหมาย

ขณะเดียวกัน การที่คงอัตราดอกเบี้ยอาร์/พี จะช่วยเอื้อประโยชน์ต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจให้มีความต่อเนื่อง และรักษาอัตราเงิน เฟ้อพื้นฐานให้ได้ตามเป้าหมาย

สำหรับการระบาดที่เกิดโรคไข้หวัดนกระบาดในประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมา และสถาน การณ์ความไม่สงบในเขตพื้นที่ภาคใต้ที่ส่งผลให้ ความเชื่อมั่นของนักลงทุนและประชาชนลดลงนั้น นับเป็นปัจจัยสำคัญที่กระทบต่อการขยายตัวทาง เศรษฐกิจ ซึ่ง ธปท. ได้ทำการประเมินผลกระทบ จากสิ่งดังกล่าวแล้วพบว่า การแพร่ระบาดของไข้หวัดนกส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ลดลง -0.2 ถึง - 0.4% ซึ่งมากกว่าที่ได้ประมาณการไว้จากเดิม -0.2% เพราะก่อนหน้านี้ ธปท.ได้รวมแต่ผลกระทบจากการส่งออก แต่ ครั้งนี้ได้รวมผลกระทบที่เกิดจากความไม่เชื่อมั่น ภายในการไม่บริโภคไก่ และการฟื้นตัวของธุรกิจ ฟาร์มไก่อีก 3-6 เดือน

นางอัจนา กล่าวต่อว่า เสถียรภาพด้านต่างประเทศยังคงอยู่ในเกณฑ์ดี โดยดุลบัญชีเดินสะพัด และเงินทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่ในระดับที่สูง รวมทั้งฐานะหนี้ต่างประเทศที่ปรับลด ลงก็เป็นปัจจัยที่ทำให้มั่นใจว่าเศรษฐกิจของไทยจะดีขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งในขณะนี้ก็ยังไม่มีสัญญาณใดๆ ที่แสดงให้เป็นปัญหาต่อเศรษฐกิจ

ส่วนดัชนีชี้วัดภาวะเศรษฐกิจในประเทศนั้น อยู่ในระดับที่น่าพอใจ โดยเงินเฟ้อทั่วไปในเดือน กุมภาพันธ์ปรับตัวไปอยู่ที่ 2.2% เพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบ เทียบกับเดือนก่อนหน้านี้ 1% ซึ่งเป็นผลจากการ เพิ่มขึ้นของราคาสินค้าในหมวดอาหารและพลัง งาน ซึ่งทำให้เงินเฟ้อพื้นฐานที่ติดลบ -0.1% ในเดือนมกราคมกลับมาเป็นบวก โดยปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนกุมภาพันธ์ เนื่องจากราคาค่า เช่าเริ่มชะลอการปรับตัวลง และค่าโดยสารรถประจำทางที่เพิ่มขึ้น ทำให้คณะกรรมการฯ มีความ เห็นว่าช่วงต่อไปนี้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานจะไม่กลับ ไปอยู่ต่ำกว่าเป้าหมายของ ธปท.ที่ 0-3.5%

สำหรับธุรกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ หนี้ภาค ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งการซื้อขายในตลาดหุ้น ที่มีความร้อนแรงยังถือว่าไม่มีปัญหาหรือก่อให้เกิดความไม่สมดุลทางการเงิน เนื่องจากการเร่งตัว ของยอดขายภาคอสังหาริมทรัพย์และตลาดหลัก ทรัพย์ในเดือนมกราคมได้ปรับตัวลดลงเล็กน้อย

ส่วนประเด็นที่หลายฝ่ายแสดงความเป็นห่วงในเรื่องเงินทุนไหลออกจากการขายหลักทรัพย์ของนักลงทุนต่างประเทศเป็นจำนวนมากนั้น นางอัจนา กล่าวว่า ขณะนี้ ธปท. มีตัวเลขการไหลเข้าออกของเงินทุนในเดือน มกราคม และ ยังไม่พบว่ามีเงินทุนไหลออกจนผิดปกติ และการที่นักลงทุนต่างประเทศเทขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ ของไทยนั้น ถือว่าเป็นการปรับฐาน การลงทุนในตลาดหุ้นที่เป็นเรื่องปกติ



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.