ราคาหุ้นITDรูดทันที 4 บาท หลังประกาศเพิ่มทุนแตกพาร์


ผู้จัดการรายวัน(4 มีนาคม 2547)



กลับสู่หน้าหลัก

ITD รูดรับข่าวเพิ่มทุน 455 ล้านหุ้นและแตกพาร์เหลือ 1 บาท แม้จะประกาศจ่ายปันผลหุ้นละ 55 สตางค์ก็ไม่เป็นผล "เปรมชัย" เผยเพิ่มทุนดังกล่าวเพียงขอมติบอร์ดไว้ก่อน เพราะต้องดูภาวะตลาดและเศรษฐกิจว่าเอื้อหรือไม่ หากต้องการใช้เงินจะระดมทุนได้ทันที ส่วนรายละเอียดที่ชัดเจนของการเพิ่มทุนตลอดจนการจัดสรรต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ปรึกษาทางการเงินก่อน

วานนี้(3 มี.ค.) ราคาหุ้นบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) (ITD) ร่วงทันที หลังบอร์ดอนุมัติให้เพิ่มทุน พร้อมกับแตกพาร์จากหุ้นละ 10 บาทเหลือ 1 บาท และยังให้จ่ายปันผลหุ้นละ 55 สตางค์ หลังจากที่งดจ่ายมานานกว่า 8 ปี โดยราคาหุ้นปิดตลาดในช่วงเช้าที่ 99 บาท ลดลง 2 บาท มูลค่าการซื้อขาย 106.72 ล้านบาท และปิดตลาดช่วงบ่ายที่ 97 บาท ลดลง 4 บาท คิดเป็น 3.96% มูลค่าการซื้อขาย 618.05 ล้านบาท

นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) (ITD) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 1/3/2547 เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 47 มีมติให้ระดมทุนจากประชาชนทั่วไปในประเทศ และต่างประเทศ เพื่อขยายศักยภาพและฐานเงินทุนที่ใหญ่ขึ้นเพื่อรองรับโครงการที่ประมูลได้

โดยบอร์ดให้อนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทจำนวน 855 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียนเดิมจำนวน 3,738,678,180 บาท เป็นทุนจดทะเบียนจำนวน 4,593,678,180 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 855 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท

ทั้งนี้ ได้อนุมัติจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 455 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นละ 1 บาท เพื่อเสนอขายต่อประชาชน (Public Offering) ทั้งในประเทศ และ/หรือต่างประเทศ ทั้งหมดหรือบางส่วน ซึ่งอาจแบ่งเป็นการเสนอขายในคราวเดียวหรือหลายคราวก็ได้ ในกรณีที่มีหุ้นสามัญเพิ่มทุนเหลือจากการจัดสรรให้เสนอขายแก่บุคคลในวงจำกัดหรือผู้ลงทุนสถาบัน และจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน จำนวนไม่เกิน 400 ล้านหุ้น เพื่อรองรับการแปลงสภาพของหุ้นกู้แปลงสภาพของบริษัท

สำหรับการเพิ่มทุนครั้งนี้ เพื่อรองรับการลงทุนของบริษัทในอนาคต ซึ่งไม่จำเป็นต้องระดมทุนปีนี้ก็ได้ เพราะบริษัทต้องดูแนวโน้มภาวะตลาดก่อนว่าเหมาะสมกับการระดมทุนหรือไม่ และต้องพิจารณาอีกครั้งว่าจะขายให้กับบุคคลใดบ้าง เพราะตลาดมีความเคลื่อนไหว ตลอดเวลา และส่วนหนึ่งต้องดูผลสำรวจความต้องการของนักลงทุน(บุ๊กบิว) ด้วยว่ามากน้อยเพียงใด เพราะการระดมทุนตลาดต้องเหมาะสมและเศรษฐกิจในประเทศต้องเอื้อต่อการลงทุนของนักลงทุนด้วย โดยการเพิ่มทุนครั้งนี้ ITD แต่งตั้งให้ บล.กิมเอ็ง(ประเทศไทย) และมอร์แกน สแตนเลย์ เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ในการขายหุ้นเพิ่มทุนครั้งนี้

นายเปรมชัยกล่าวว่า การเพิ่มทุนดังกล่าว เพื่อนำเงินไว้รองรับการลงทุนในอนาคต แต่ในส่วนของโครงการปีนี้ บริษัทมีงบประมาณเพียงพอแล้ว ซึ่งปีนี้ ITD ต้องใช้เงินในโครงการหลายโครงการ คือ โครงการเขื่อนที่อินเดียมูลค่ากว่า 6,000 ล้านบาท โครงการสถานีชุมทางรถไฟใต้ดินที่ประเทศไต้หวันมูลค่า 7,500 ล้านบาท และงานเพิ่มเติมที่โครงการสนามบินสุวรรณภูมิมูลค่ากว่า 47,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีความต้องการใช้เงินลงทุน สำหรับโรงงานผลิตปูนซีเมนต์ มูลค่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทมีแผนที่จะลงในส่วนของทุนประมาณ 1,500 ล้านบาทโครงการโรงไฟฟ้าเขื่อนน้ำเทิน 2 จำนวน 1,400 ล้านบาท โครงการสร้างฐานผลิตสำหรับเหล็กรูปพรรณสำหรับการสร้างฐานขุดเจาะก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย โดยเงินที่ต้องการใช้เบื้องต้นจะอยู่ที่ราว 500 ล้านบาท และลงทุนซื้อเทคโนโลยี Pre-Fabrication จำนวน 400 ล้านบาท เพื่อรองรับโครงการก่อสร้างที่อยู่อาศัย

สำหรับการสร้างโรงงานผลิตปูนซีเมนต์นั้น เพื่อลดต้นทุนในการซื้อปูนฯ ขณะเดียวกันก็เพิ่ม กำไรให้กับบริษัทถึง 7% ของมูลค่าการก่อสร้าง หรือปีหนึ่งจะลดต้นทุนได้ประมาณ 1 พันล้านบาท โดยโรงงานปูนซีเมนต์จะสร้างแล้วเสร็จกลางปี 48 ซึ่ง ITD จะลงทุนในส่วนของทุนประมาณ 1,500 ล้านบาท และมีกำลังการผลิต 8 แสนตัน

โดยปีนี้ ITD มีงานในมือประมาณ 78,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นงานที่เซ็นสัญญาการก่อสร้างมูลค่ากว่า 63,000 ล้านบาท และเป็นงานที่อยู่ระหว่างการรอประมูลราคาอีก 14,900 ล้านบาท และในปีนี้บริษัทคาดว่าจะมีงานเข้ามามากกว่า 1 แสนล้านบาท และบริษัทจะต้องหางานเพิ่มอีกประมาณ 32,000 ล้านบาท เพื่อให้ได้ตามแผน ซึ่งปี47 นี้ บริษัทจะรับรู้รายได้ไม่ต่ำกว่า 2.5 หมื่นล้านบาท โดยงานของ ซึ่ง ITD แบ่งเป็นงานในประเทศ 75% ที่เหลือคืองานต่างประเทศ โดยงานในประเทศเกือบทั้งหมดเป็นงานของภาครัฐ ส่วนงานเอกชนจะมีน้อยมาก และบริษัทยังพยายามที่จะลุยโครงการในต่างประเทศเพิ่มเพื่อสร้างรายได้เข้าสู่บริษัทเป็นการลดการพึ่งพาเฉพาะในประเทศ โดยมีเป้าหมายลงทุนในโครงการภาครัฐ หรือรัฐวิสาหกิจประเทศไต้หวัน อินเดียและฟิลิปปินส์ รวมทั้งบังกลาเทศ รวมมูลค่ากว่า 120,000 ล้านบาท

การพยายามลดต้นทุนการผลิต และทำกำไรเพิ่ม ทำให้บริษัทมีตัวเลขกำไรขั้นต้นของบริษัทที่เพิ่มขึ้นในปีที่ผ่านมามี 10.57% สูงกว่าปี45 ที่มีเพียง 0.24% และผลดำเนินงานงวดปี46มีกำไร 269.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปี45ที่ขาดทุน 163.41 ล้านบาท ส่งผลให้จากที่ขาดทุนต่อหุ้น 65 สตางค์ เป็นมีกำไรต่อหุ้น 82 สตางค์ บอร์ดจึงอนุมัติให้จ่ายเงินปันผล สำหรับผลการดำเนินงานปี 46 ให้แก่ผู้ถือหุ้น ที่มีชื่ออยู่ในสมุดทะเบียนหุ้นของบริษัท ณ วันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 47 ในอัตราหุ้นละ 50 สตางค์ มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท หลังจากที่บริษัทไม่ได้จ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นมานานกว่า 8 ปี

โดยกำหนดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2547 ในวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 47 โดยกำหนดวันปิดสมุดทะเบียนหุ้นเพื่อสิทธิในการเข้าร่วมประชุมของผู้ถือหุ้น และสิทธิในการรับเงินปันผล ตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 47 เวลา 12.00 น. จนกว่าการประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2547 จะแล้วเสร็จ



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.