ลีเวอร์ปรับทิศรับผู้บริโภคเปลี่ยนอัด100ล.ชูไทยฮับสกินแคร์เอเชีย


ผู้จัดการรายวัน(24 กุมภาพันธ์ 2547)



กลับสู่หน้าหลัก

ยูนิลีเวอร์ ชี้ โทรศัพท์มือถือ บ้าน รถยนต์ดึงกำลังซื้อผู้บริโภค คนไทย ส่งผลตลาดอุปโภคบริโภคหดตัวโต 3% ไขก๊อกสองลุยต่อยอดกลยุทธ์ Vitality to life "เพิ่มชีวิตชีวา" ทั่วโลก วางหมากผุดนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ สร้าง ตลาดใหม่ล่อใจผู้บริโภค ทุ่มงบ 100 ล้านบาท ตั้งศูนย์นวัตกรรมผิวและวิจัยสกินแคร์ หวังใช้ไทยเป็นฮับในเอเชีย มั่นใจสิ้นปีโต10% โชว์ผลประกอบการปี 46 โตตามเป้า 9.4%

นายเลโอ โอสเตอร์เวียร์ ประธานบริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคปีนี้เติบโตน้อยประมาณ 3-5% เนื่องจากเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทยดีขึ้น ส่งผลให้กำลังซื้อคนไทยเพิ่มขึ้นแต่กลับเลือกที่จะใช้เงินเพื่อที่จะซื้อสินค้าขนาดใหญ่ ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ บ้าน รถยนต์ ขณะที่สินค้าอุปโภคบริโภคปัจจุบันมีอัตราการบริโภค 100% ทุกครัวเรือนแล้ว โดยเฉพาะตลาดผงซักฟอก แชมพู อาหารเป็น กลุ่มที่เติบโตน้อย ส่งผลให้สถานการณ์ตลาดอุปโภคบริโภคปีนี้หดตัวเช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา

ส่วนความต้องการบริโภคสินค้า อุปโภคบริโภคเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมาก ต้องการสินค้าที่มีนวัตกรรมใหม่และตอบสนองความต้องการมาก ขึ้น ขณะที่ราคาของสินค้ามีแนวโน้มปรับตัวลดลงเพื่อแข่งขันกับสินค้าขนาดใหญ่ๆ ส่งผลให้ภาพรวมการแข่งขันตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคปีนี้ ผู้ประกอบการแต่ละค่ายจะต้องงัดกลยุทธ์เร่งพัฒนานวัตกรรมใหม่มากขึ้น รวมทั้งยูนิลีเวอร์เองด้วย

ปีนี้กลยุทธ์การทำตลาดของบริษัทยูนิลีเวอร์ทั่วโลก ได้ปรับเปลี่ยน ใหม่หลังจากที่ใช้กลยุทธ์ Path to Growth ซึ่งเน้นการสร้างแบรนด์ สร้างผลิตภัณฑ์ และยอดขายให้เติบโต มากว่า 4-5 ปี โดยเปลี่ยนเป็น Vitality to life หรือเพิ่มชีวิตชีวา โดยเน้นการพัฒนาสินค้าและนวัตกรรมใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการผู้บริโภค ให้มีสุขภาพกายสุขภาพใจที่ดี และเพิ่มคุณค่าให้ชีวิตมากยิ่งขึ้น รวมทั้งการสร้างตลาดใหม่เพื่อกระตุ้นตลาดอุปโภคบริโภคให้เติบโต ล่าสุดบริษัทได้เปิดตลาดสกินแคร์ใหม่ โดย จับกลุ่มอายุ 25 ปี และ 35 ปี การออก น้ำยาปรับผ้านุ่ม สูตรเข้มข้น และคนอร์ สูตรไม่มีผงชูรส ซึ่งเป็น ตลาด ที่ยังไม่เคยมีผู้ประกอบการรายใดทำ

แผนการทำตลาดปีนี้ บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ทั้ง 4 กลุ่ม หลัก ได้แก่ กลุ่มธุรกิจเครื่องใช้ในครัวเรือน กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลและทำ ความสะอาดผิว กลุ่มไอศกรีมและผลิตภัณฑ์อาหาร โดยผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือนและส่วนบุคคล จะยังคงเป็นหัวหอกในการเจาะตลาดและขยายธุรกิจ

"แนวโน้มการแข่งขันปีนี้มีความ รุนแรง ดังนั้น นโยบายการทำตลาดปีนี้ยูนิลีเวอร์จะเน้นการสร้างความน่าเชื่อ ถือในแบรนด์สินค้าเพราะผู้บริโภคมีความฉลาดมากขึ้น การเร่งขยายช่องทางจัดจำหน่ายในทุกทาง และการขยายตลาดด้วยการจัดกิจกรรมที่เหมาะกับแต่ละช่องทาง เพื่อเจาะเข้าถึง ตัวผู้บริโภคใหม่ๆกว้างมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มที่จะใช้สื่อโฆษณารูปแบบใหม่ หลังจากที่อัตราค่า โฆษณาทางทีวีมีราคาแพงขึ้น"

นายโอสเตอร์เวียร์กล่าวต่อว่า บริษัทได้ทุ่มงบกว่า 100 ล้านบาท ตั้งศูนย์นวัตกรรมผิวขึ้นที่ประเทศไทยเมื่อ 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ โดยย้ายมาจากอินโดนีเซีย มีพนักงาน 100 คน ร่วมวิจัย พัฒนาผลิตภัณฑ์สกินแคร์สำหรับผิวคนเอเชียและสร้างแบรนด์ ใหม่ๆ ทั้งนี้ เป้าหมายของบริษัทวางให้ ไทยเป็นฮับวิจัยผิวสำหรับผิวของคนเอเชีย เพราะแนวโน้มตลาดสกินแคร์ในเอเชียเป็นตลาดใหญ่และมีศักยภาพเติบโตสูง บริษัทจึงหันมารุก ตลาดอย่างจริงจังมากขึ้น จากปัจจุบันบริษัทมีศูนย์นวัตกรรมผิวเพียง 2 แห่ง ได้แก่ ปารีส ศูนย์วิจัยสำหรับผิวยุโรป นิวยอร์ก สำหรับผิวอเมริกา นอกจากนี้ ปีนี้บริษัทวางแผน ขยายกำลังการผลิต เพื่อเพิ่มกำลังการ ผลิตให้กับสินค้าใหม่

ผลประกอบการปีนี้ตั้งเป้าเติบโต 10% จากปีที่ผ่านมาเติบโต 9.4% ซึ่งเป็น การเติบโตมากกว่าตลาด หรือคิดเป็น รายได้ 25,000-30,000 ล้านบาท โดยผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเครื่องใช้ในครัวเรือน และเครื่องใช้ส่วนบุคคลเป็นผลิตภัณฑ์ที่เติบโตเร็วมาก ขณะที่ยูนิลีเวอร์ เน็ตเวิร์ค วาสลีน และโดฟ ก็เป็นกลุ่ม ที่เติบโตและมีส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากในปีที่ผ่านมา



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.