"บิวท์ทูบิวด์"มุ่งสร้างแบรนด์ ทุ่ม15ล้านย้ำตลาดเป้าหมาย


ผู้จัดการรายวัน(23 กุมภาพันธ์ 2547)



กลับสู่หน้าหลัก

บิวท์ทูบิวด์ เข้าสู่ปีที่ 2 ในธุรกิจรับสร้างบ้าน มุ่งสร้างแบรนด์ต่อเนื่องกับกลุ่มลูกค้า เป้าหมายระดับ B+ ผ่านภาพยนตร์ โฆษณาและรายการส่งเสริมการขายภายใต้งบ ตั้งเป้ายอดสั่งสร้าง 350 ล้านบาท และรับเหมาก่อ สร้างให้กับโครงการจัดสรรอีก 150 ล้านบาท

นายธีระ ซอโสตถิกุล กรรม การรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท บิวท์ทูบิวด์ จำกัด บริษัทรับสร้างบ้าน เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงาน และการตลาดในปี 2547 ว่า แนว ทางด้านการตลาด โฆษณา และประชาสัมพันธ์ของบริษัทบิวท์ทูบิวด์ จะเน้นความต่อเนื่องของการสร้างแบรนด์และความเชื่อถือด้านบริการ กับตลาดเป้าหมายในระดับ B+ ไปจนถึง A- ซึ่งเป็นฐานลูกค้าที่ชัดเจนกับความต้องการสร้างบ้านระดับ 4 ล้านบาทถึง 10 ล้านบาทขึ้นไป แต่โดยเฉลี่ยของยอดสั่งสร้างบ้านในช่วงปีที่ผ่านมาอยู่ที่ราคา 4-5 ล้านบาท/หน่วย

ในช่วงปีที่ผ่านมา ความต้อง การของตลาดโดยรวมในกลุ่มรับสร้างบ้านเติบโตตามภาวะเศรษฐกิจ หากแต่จะมีคู่แข่งเข้าสู่ตลาดมากขึ้น เฉพาะรายใหญ่มีประมาณ 10 รายในตลาด เมื่อเทียบกับในช่วงก่อนวิกฤตเศรษฐกิจมีผู้ประกอบการในตลาดสูงถึง 200 ราย

"เมื่อพิจารณาถึงปริมาณงานในตลาดพบว่ามีการเติบโตมากขึ้น ขณะที่การแข่งขันก็ปรับตัวสูงเช่นกัน เพื่อให้รองรับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นในอนาคต การสร้างแบรนด์ และภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร เป็นสิ่งที่ต้องทำ"

จากการเปิดตัวบริษัทในช่วง พ.ย. 2545 พบว่า บิวท์ทูบิวด์ซึ่งเป็นอีกบริษัทรับสร้างบ้านในกลุ่มซีคอน มีการวางตำแหน่งการตลาด ที่ชัดเจนสำหรับสร้างบ้านระดับ 2 ล้านบาทขึ้นไป ส่วนซีคอนจะทำตลาดระดับราคา 1-5 ล้านบาท ทั้ง 2 บริษัทแยกการทำตลาดเป้าหมาย ที่ชัดเจนและไม่แย่งส่วนแบ่งการตลาดระหว่างกัน ขณะนี้อยู่ระหว่าง การพัฒนาภาพยนตร์โฆษณาอีก 1 ชุดสะท้อนถึงภาพลักษณ์องค์กร (Corporate Branding) เป็นหลัก โดยชุดใหม่นี้จะออกอากาศในอีกประมาณ 1 เดือน เน้นสร้างความมั่นใจกับสินค้าและบริการของบริษัท หลังจากการเปิดตัวด้วยวิธีส่งเสริมการขายแบบฮาร์ดเซล (Hard sale) และซอฟต์เซล (Soft sale) มาก่อนหน้านี้ คิดเป็นงบประมาณเพื่อการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ 15 ล้านบาท

สำหรับความคืบหน้าในการทำงาน พบว่าในช่วงเดือนมกราคม 2547 มียอดสั่งสร้างแล้ว 12-15 หน่วย ตั้งเป้าว่าสิ้นปีจะมียอดสั่งสร้างบ้านเป็นมูลค่า 350 ล้านบาท รวมกับมูลค่าจากการรับก่อสร้างโครงการ 150 ล้านบาท ส่วนความคืบหน้าของโครงการเทรนดี้ เพลส อ่อนนุช 44 เหลือเพียง 4 ยูนิตเท่า นั้น วัตถุประสงค์หลักของการพัฒนาโครงการนี้ คือ ต้องการสร้าง เป็นแบบบ้านสร้างเสร็จให้กับลูก ค้าที่ต้องการชมบ้านก่อนตัดสินใจสั่งสร้าง สอดรับกับพฤติกรรมของลูกค้าปัจจุบันที่ต้องการชมบ้านจริง ก่อนตัดสินใจ จากที่ดำเนินการในช่วงปีที่ผ่านมาพบว่าวิธีนี้ส่งผลต่อการตัดสินใจของลูกค้าถึง 50%

สำหรับการแข่งขันของกลุ่มผู้ประกอบการรับสร้างบ้านเน้นแข่งขันด้านการพัฒนาแบบบ้านให้หลากหลาย สร้างด้วยงบประมาณไม่บานปลาย ให้ความมั่นใจกับลูกค้า และทำตามสัญญาที่ให้ไว้ ซึ่งเป็นประเด็นหลักของการแข่งขันในธุรกิจนี้

ด้านฝ่ายวิจัยและพัฒนา บริษัท แลนดี้ โฮม (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า การแบ่งระดับของผู้ประกอบการธุรกิจรับสร้างบ้านมี 3 ระดับ ประกอบด้วย ตลาดระดับบนสุด ระดับกลางขึ้นบน และระดับกลางลงล่าง ขณะที่แนวโน้มของผู้ใช้บริการมีมากสุดในกลุ่มบ้านระดับราคา 2-3 ล้านบาทถึง 50% ระดับต่ำกว่า 1 ล้านบาทลงมา จำนวน 20% และราคาตั้งแต่ 3 ล้านบาทขึ้นไป มีสัดส่วน 10%



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.