ตำรวจเศรษฐกิจเตรียมกล่าวโทษ ผู้เข้าข่ายแต่งบัญชีรอยเนท (ROYNET) หลังตลท.-ก.ล.ต.ส่งเรื่องให้ทั้งอินไซด์-แต่งบัญชีบริษัท
ตั้งแต่ปีที่แล้ว ส่วนกรณีปั่นหุ้นกฤษดามหานคร (KMC) ก.ล.ต. กำลังพิจารณาอยู่ ขณะที่
"กิตติรัตน์" คาดเศรษฐกิจ-ตลาดหุ้นไทยปีนี้ยังขาขึ้น แต่ขึ้นกับการบริหารจัดการของรัฐบาลว่าจะทำให้ขึ้นได้นานแค่ไหน
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่ง ประเทศไทย (ตลท.)
กล่าวว่า กรณีผู้ถือหุ้นใหญ่-อดีตผู้บริหารบมจ.รอยเนท ทำผิด พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
โดยเฉพาะการแต่งบัญชี บริษัท และการใช้ข้อมูลภายใน (อินไซด์) สั่งขายหุ้น ขณะนี้กำลังใกล้จะจบแล้ว
หลังจากตลท.-สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ส่งเรื่องให้สำนักงานสืบสวนสอบสวนคดีเศรษฐกิจ
(สศก.) ตั้งแต่ปีที่แล้ว
ขณะที่กรณีการกล่าวโทษนักลงทุนรายใหญ่ปั่นหุ้น บมจ.กฤษดามหานคร (KMC) เขากล่าวว่าเรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณาของก.ล.ต.
นายกิตติรัตน์กล่าวถึงกรณีความขัดแย้งระหว่างตลท.และก.ล.ต. ช่วงที่นายประสาร
ไตรรัตน์วรกุล เป็นเลขาธิการนั้น ที่จริงเป็นเพียง ความแตกต่างด้านแนวคิด
รวมถึงกรณี ก.ล.ต.สั่งฟ้องผู้บริหาร-ผู้ถือหุ้นใหญ่ บมจ.ทีพีไอโพลีน (TPIPL)
ปั่นหุ้น ซึ่ง ตลท.เห็นว่าไม่ควรสั่งฟ้อง โดยนายกิตติรัตน์กล่าวว่า ก.ล.ต.อาจมีข้อมูลที่เห็นสมควรส่งเรื่อง
ให้ตำรวจ โดยที่ ตลท.ไม่มี ขณะที่กรณีเน็ต เซต เทิลเมนต์ หรือการซื้อขายหลักทรัพย์แบบหักกลบ
ลบหนี้ตัวเดียวกัน ภายในวันเดียวกันที่ตลท.-ก.ล.ต.เห็นควรให้เริ่มใช้ช่วงเวลาที่ต่างกันเป็นเพราะความเห็นที่ต่างกันเท่านั้น
ขณะที่มาตรการที่เลขาธิการ ก.ล.ต.คนใหม่ นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล มีนโยบายตรวจสอบการทำงานของ
ตลท.ทุก 3 เดือน โดยเฉพาะกรณีสั่งเอาผิด หรือไม่เอาผิด ผู้เกี่ยวข้องกับการสร้างราคาหลักทรัพย์
หรือกรณีผิดปกติอื่นๆ นายกิตติรัตน์กล่าวว่าไม่มีปัญหาแต่อย่างใด
เพราะตลท.เชื่อในความโปร่งใสในการทำ งาน-ตรวจสอบความผิดปกติของหลักทรัพย์มาตลอด
โดยเฉพาะกรณีให้ตลท.ต้องมีเอกสารเกี่ยวกับกรณีเหล่านี้ เพื่อพร้อมให้ก.ล.ต.ตรวจสอบ
รวมถึงมาตรการ "ป้องปราม" การปั่นหุ้นที่ เลขาฯ ก.ล.ต.นายธีระชัยมีนโยบายให้ใช้นั้น
ที่จริง ตลท.ทำอยู่แล้ว
นอกจากนี้ นายกิตติรัตน์กล่าวว่าขณะนี้ มีนักลงทุนรายใหญ่เพียงไม่ถึง 1% ของนักลงทุน
ในตลาดหุ้นไทยทั้งหมด ที่ไม่เข้าใจมาตรการที่ ตลท.พยายาม "ขอความร่วมมือ"
นักลงทุน ผู้บริหาร-ผู้ถือหุ้นใหญ่ บจ.ไม่ให้ฝ่าฝืนกฎระเบียบ ตลท.เกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์
รวมถึงใช้ช่องโหว่ของกฎหมายให้เป็นประโยชน์
แต่เขายืนยันว่า นักลงทุน ผู้ถือหุ้นใหญ่ ผู้บริหารบจ.ส่วนใหญ่ ให้ความร่วมมือดี
โดยส่วน หนึ่งของความสำเร็จเหล่านี้ เพราะอดีตกรรมการและผู้จัดการ ตลท.หลายคน ช่วยให้นายกิตติรัตน์
และทีมงานตลท.พบปะผู้บริหาร-ผู้ถือ หุ้นใหญ่บจ.ต่างๆ
ส่วนกรณี บล.ยูโอบี เคย์เฮียน ในเครือยูโอบีจากสิงคโปร์ ผิดกฎสมาชิกตลท.โดยแย่งตัวมาร์เกตติ้งจากบล.อื่นจนตลท.สั่ง
"ลงโทษทางสังคม" ด้วยการงดส่งข้อมูลให้บริษัทนี้ รวม ถึงให้สมาคมบริษัทหลักทรัพย์สั่งสมาชิกเลิกทำสังฆกรรมด้วย
นายกิตติรัตน์กล่าวว่า ขณะนี้ สถานการณ์เป็นปกติแล้ว ผู้บริหาร บล.ยูโอบี เคย์
เฮียนร่วมมือกับ ตลท.เป็นปกติแล้ว หลังจากยอม ทำตามกฎเกณฑ์บริษัทสมาชิก
เศรษฐกิจ-หุ้นไทยยังขาขึ้น
เขากล่าวว่า ปีนี้เศรษฐกิจไทยคาดว่าจะยังอยู่ในช่วงขาขึ้นต่อจากปีที่แล้ว ซึ่งนายกิตติรัตน์เชื่อว่าเศรษฐกิจจะไม่สะดุดง่ายนัก
เพราะประเทศไทยขณะนี้เป็นเศรษฐกิจแบบเปิดที่เชื่อม โยงกับเศรษฐกิจประเทศเพื่อนบ้านอย่างใกล้ชิด
ภาคธุรกิจต่างๆ รวมถึงธุรกิจบริการ อุตสาหกรรมไทยต่างๆ กระจายตัวอย่างกว้างขวาง
แต่ก็ขึ้นกับการบริหารจัดการระบบเศรษฐกิจของรัฐบาลด้วย ว่าจะสามารถบริหารจัดการให้เศรษฐกิจไทยที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นนี้
เป็นไปได้ นานเพียงใด
ขณะที่ภาวะตลาดทุนไทย โดยเฉพาะตลาด หุ้น กรรมการและผู้จัดการ ตลท.คาดว่าจะยังอยู่
ในช่วงขาขึ้น แต่จะไม่ร้อนแรงเท่าปีที่แล้ว เพราะปี 2545 ดัชนีตลาดหุ้นไทยเพิ่มขึ้นจากฐานที่เล็ก
คาดว่าปีนี้ จะเป็นปีแห่งการระดมทุนของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในตลท. รวมถึงบริษัทนอก
ตลท.ที่ต้องการเข้าจดทะเบียนในตลท. โดยคาด ว่าจะมีบริษัทเข้าจดทะเบียนใหม่ไม่ต่ำกว่า
50 แห่ง
ปีนี้ คาดว่าผู้ลงทุนจะมีโอกาสศึกษาตลาดทุน และสภาวะการลงทุน ตลาดทุนไทยมากขึ้น
เป็นการลงทุนที่มีคุณภาพมากขึ้น เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
ขณะที่นักลงทุนต่างประเทศ แม้จะมีทางเลือกการลงทุนตลาดทุนทั่วโลก นายกิตติรัตน์
ซึ่งเป็นอดีตผู้จัดการกองทุนฝีมือดี กล่าวว่าจะยังคงมุ่งเน้นลงทุนตลาดทุน โดยเฉพาะตลาดหุ้น
ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงตลาดฯ ไทย เพราะคาดว่าผลตอบแทนการลงทุนตลาดทุนส่วนนี้ของโลก
ยังน่าดึงดูดปีนี้ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังอยู่ในช่วงขาขึ้น
สำหรับแผนการเสนอข้อมูลของตลาดหุ้นไทยปีนี้ นายกิตติรัตน์กล่าวว่าตลท.จะทำโรดโชว์ทั้งใน-ต่างประเทศ
โดยจะเน้นโรดโชว์ให้ความ รู้ผู้ลงทุนในประเทศ เพื่อขยายฐานผู้ลงทุนที่มีคุณภาพต่อเนื่อง
เริ่มต้นสัปดาห์นี้ ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร.อ.สุชาติ เชาว์วิศิษฐ ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย
ตลท.และบริษัทจดทะเบียน (บจ.) หลักๆ พบผู้จัดการกองทุน 4 เมืองหลักๆ ของโลกการลงทุน
ทั้งสิงคโปร์ ลอนดอน ในอังกฤษ บอสตัน และซานฟรานซิสโก ในสหรัฐอเมริกา
ขณะที่ในประเทศ จะจัดโรดโชว์ 8 ครั้ง ใน 8 จังหวัดหลักๆ ปีนี้ เท่าปีที่แล้ว
แถมด้วย 2 ครั้งในกรุงเทพฯ รวมถึงสัมมนาย่อยๆ เกี่ยวกับตลาดทุนไทย ต่อเนื่องตลอดทั้งปีลิง