"บบส.-แบม"อุ้มหนีแบงก์คลังดันเข้าครม.อังคารนี


ผู้จัดการรายวัน(19 มกราคม 2547)



กลับสู่หน้าหลัก

กระทรวงการคลังนำแผนการ แก้หนี้ทั้งระบบเข้าครม.พรุ่งนี้ โดยเสนอให้แก้กฎหมายบบส.เพื่อซื้อและบริหารหนี้แบงก์ พร้อมสั่ง"แบม"ช่วย เชื่อทำหน้าที่ได้ดีกว่าแบงก์ ที่มุ่งขายทิ้งทำให้แก้หนี้ล้มเหลว ด้านบิ๊กบบส.-แบมขานรับนโยบายยันมีศักยภาพเพียงพอ

ร.อ.สุชาติ เชาว์วิศิษฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่าได้ลงนามในร่างแผนการแก้ไขทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีเอ) คาดว่าจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาภายใน 20 ม.ค. การเร่งดำเนินการในครั้งนี้เพื่อให้กระบวนการแก้ไขทรัพย์สินและหนี้เสีย (เอ็นพีแอล) มีความคืบหน้า ธนาคารพาณิชย์ สามารถทำหน้าที่ตัวเองและทำให้ระบบเศรษฐกิจ มีความเข้มแข็ง

ขณะที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยืนยันว่าในส่วน ของธปท.จะปรับปรุงหลักเกณฑ์และกฎระเบียบการดูแลสถาบันการเงิน เพื่อบีบให้สถาบันการเงิน เร่งแก้ไขปัญหาให้เร็วขึ้น ขณะที่กระทรวงการคลังก็จะออกกฎหมายเพิ่มอำนาจให้บรรษัท บริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน (บบส.) และบริษัทบริหารสินทรัพย์ (เอเอ็มซี) ของแต่ละธนาคารรับซื้อเอ็นพีเอและเอ็นพีแอลได้ โดยเฉพาะการเพิ่มอำนาจให้บรรษัทบริหารสินทรัพย์ สถาบันการเงิน (บบส.) ซึ่งเป็นองค์กรที่ออกเป็น พ.ร.ก.รับซื้อหนี้เฉพาะ 56 ไฟแนนซ์ จะต้องซื้อหนี้ในราคาที่สามารถขายต่อได้

"รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังยืนยันมาแล้วว่าจะออกกฎหมายในวันที่ 20 ม.ค."

นายรุ่งเรือง พิทยศิริ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง กล่าวว่า ร.อ.สุชาติ เชาว์วิศิษฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เห็นชอบแผนที่ธปท.เสนอมา สาระสำคัญจะมอบหมายให้บบส. และบริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพฯพาณิชย์ (แบม) เป็นแกนนำ ซึ่งจะทำให้มีกำลังพอในการจัดการ เพราะทั้งสององค์กรมีประสบการณ์ในการจัดการหนี้เสียเป็นอย่างดี

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังเสนอออกเป็นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เนื่องจากบบส.ถูกจัดตั้งขึ้นด้วยพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ซึ่งในพ.ร.บ.จะมีการปรับเปลี่ยนหน้าที่ของบบส. จากเดิมที่กฎหมายการจัดตั้งบบส.ระบุให้ทำหน้าที่การรับซื้อและขายหนี้เสียจาก การปิด 56 ไฟแนนซ์ แต่หนี้ที่อยู่นอกเหนือ 56 ไฟแนนซ์ไม่สามารถทำได้ การแก้ไขโดยออกเป็น พ.ร.บ.จะเปิดกว้างให้บบส.ทำธุรกรรมได้มากขึ้น

"ที่ผ่านมากระทรวงการคลังพอใจกับการทำงาน ของบบส.และแบม เพราะงานมีประสิทธิภาพสามารถ แก้ไขปัญหาหนี้เสียได้ดี การติดตามหนี้ได้ราคาที่พึงพอใจและยังเป็นราคาที่ไปฟื้นฟูสภาพสินทรัพย์ใน ลักษณะของการปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งดีกว่าการปรับโครงสร้างหนี้ของแบงก์ที่ขายทิ้งอย่างเดียว ทำให้ ไทยได้รับบทเรียนเจ็บปวดมาแล้ว" นายรุ่งเรือง กล่าว

ที่ปรึกษา รมว.คลัง กล่าวว่า ขณะนี้ตัวเลขหนี้เสียคงค้างอยู่ในธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงิน ต่างๆ มีมูลค่ารวม 7 แสนกว่าล้านบาท ยังไม่นับรวม ที่อยู่ในบริษัทบริหารสินทรัพย์แต่ละแห่งของสถาบัน การเงิน โดยบบส.และแบมคงจะเข้าไปเสนอซื้อเพื่อรับหนี้มาบริหาร ส่วนธนาคารพาณิชย์และสถาบันการ เงินจะเห็นความจำเป็นแค่ไหน เรื่องนี้ต้องเป็นหน้าที่ของธปท.ที่จะกระตุ้นธนาคารเอกชนเห็นประโยชน์ของการขายหนี้ให้มากขึ้น

ในส่วนของหนี้ที่รอขายทอดตลาดของกรมบังคับคดี บบส.มีสิทธิ์ที่จะเข้าไปประมูลได้ ขึ้นอยู่กับว่าจะมีการตกลงกับทางกรมบังคับไว้อย่างไร แต่ทั้งหมดแล้วต้องเข้าใจว่าในข้อตกลงระหว่างธนาคาร พาณิชย์กับลูกหนี้ ได้ระบุในสัญญาเปิดกว้างให้ลูกหนี้ ซื้อคืนทรัพย์สินได้ หากมีความสามารถ

บิ๊กบบส.-แบมหนุน

นายสิน เอกวิศาล กรรมการผู้จัดการ บบส. กล่าวว่าขณะนี้กำลังรอดูเรื่องของกฎหมายว่าจะออก มาอย่างไร แต่บบส.มีความพร้อมและสามารถบริหาร เอ็นพีเอของทั้งระบบที่มีมากกว่า 160,000 ล้านบาท ได้อย่างสบาย แต่การโอนทรัพย์สินเข้ามาบริหารต้อง เป็นลักษณะค่อยโอน หรือในส่วนของกรมบังคับคดีที่มีอยู่กว่า 100,000 ล้านบาท บบส.คาดหวังหากเข้าไปประมูลได้สัก 50% ก็น่าจะพอใจ

นายบรรยง วิเศษมงคลชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ แบม กล่าวว่าได้เตรียมความพร้อมกว่า ปีเศษ ในการพัฒนาระบบเทคโนโลยีเพื่อรองรับทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นคาดว่าจะสมบูรณ์แบบกรกฎาคมนี้ การพัฒนาบุคลากรเพื่อให้มีความสามารถในการจัดการทรัพย์สิน โดยขณะนี้แบมมีเอ็นพีเอ ที่บริหาร อยู่ประมาณ 10,000 ล้านบาทจากก่อนนี้มีเพียง 4,000 ล้านบาทที่ซื้อจากเอเอ็มซีพญาไท

ส่วนธนาคารพาณิชย์จะจำหน่ายเอ็นพีเอ ให้กับแบมกับบบส.หรือไม่ นายบรรยงกล่าวว่าต้องดูแรง จูงใจของธนาคารแต่ละแห่ง ซึ่งเชื่อว่าธนาคารอยากตัดเอ็นพีเอออกมา เพราะการบริหารเอ็นพีเอ ไม่ใช่ธุรกิจหลักของธนาคารพาณิชย์ หากเอกชนสามารถแก้ไขทรัพย์สินได้จะช่วยให้มีกำลังคนมาเสริมในการ ทำธุรกิจหลัก เพราะในอนาคตธนาคารมีภาระอีกมาก

ทั้งนี้ แบมมีความสามารถรับทรัพย์สินถึงแสน ล้านบาท เป็นขนาดทรัพย์สินที่เหมาะกับจำนวนพนัก งาน 800 คนและสาขาที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ 24 แห่ง

"การขายหนี้ออกมาจะทำให้ธนาคารเอกชนไม่ต้องกังวลเรื่องการแก้ไขทรัพย์สิน ซึ่งช่วยให้ดำเนินการได้เต็มที่ และธนาคารต้องมองว่าในระยะ 3-4 ปีข้างหน้าจะทำอย่าไรหากทรัพย์สินที่คงเหลือมีของดี ของงามมีน้อยมาก อาจจะเกิดกากเหลือตรงนี้ยากต่อ การขายได้ ซึ่งหากขายออกมาก่อนระดับความเสี่ยงจะลดลง" นายบรรยงกล่าว



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.