หุ้นไทยประเดิมวันแรกของปีลิงด้วยการเดินหน้าต่อเนื่องอีก 2.43% ปิดที่ 790.93
จุด ทำสถิติสูงสุดในรอบ 7 ปีต่อเนื่อง ด้วยมูลค่าซื้อขายถึง 4.41 หมื่นล้านบาท
โดยหุ้นใหญ่พื้นฐานดีทุกกลุ่ม นำตลาดฯ แม้ต่างชาติขายสุทธิต่อเนื่อง คาดกระทิงยังเดินหน้าต่อเนื่อง
ทดสอบ 800 จุด แต่เตือนนักลงทุนเพิ่มความระมัดระวัง ขณะที่ กบข. เตรียมขยายสัดส่วนลงทุนหุ้น-อสังหาฯ
ปี 47 โดยเฉพาะหุ้นอีก 5,000 ล้านบาท
วานนี้ (5 ม.ค.2547) ซึ่งเป็นวันแรกของการซื้อขายปี 2547 ดัชนีตลาด หลักทรัพย์ปิดที่
790.93 จุด เพิ่มขึ้น 18.78 จุด ด้วยมูลค่าซื้อขายรวม 44,126.15 ล้านบาท นายธวัชชัย
รุ่งเรือง นักวิเคราะห์ บล. แอสเซท พลัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยค่อนข้างคึกคักต่อเนื่อง
ยังคงเดินหน้าทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อไป ในรอบ 7 ปี ดีดตัวขึ้นตามตลาดหุ้นภูมิภาค
ทั้งนี้นักลงทุนยังเชื่อมั่นการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย ที่คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องจากปีก่อน
โดยแรงซื้อยังคง เข้ามาในหุ้นขนาดใหญ่หลายๆ ตัว ที่คาดว่าน่าจะเติบโตตามสภาวะเศรษฐกิจ
โดยเฉพาะกลุ่มพลังงาน สื่อสาร ขนส่ง ธนาคารพาณิชย์ และโบรกเกอร์ใหญ่ สลับแรงขายทำกำไรเป็นระยะ
หลังจากราคาปรับขึ้น หลายวันติดต่อกัน อย่างไรก็ตามปิดตลาดฯ ดัชนีปิดที่จุดสูงสุดที่
790.93 บวก 18.78 จุด หรือ 2.43% ขณะที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 379.53 ล้านบาท
นายธวัชชัยคาดว่า วันนี้ (6 ม.ค.) ดัชนีหุ้นไทย ยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง
หากไม่มีปัจจัยลบกระทบตลาดฯ แนวต้านจะอยู่ที่ 800-810 จุด และแนวรับ 780-770 จุด
กลยุทธ์หลัก ยังคงเน้นให้นักลงทุนระยะสั้นเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น ส่วนนักลงทุนระยะกลางถึงยาว
ให้คอยทยอยสะสมหุ้น บูลชิปปัจจัยพื้นฐานดี ที่ระดับราคาปรับฐานลง เช่น หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่
หุ้นกลุ่มเงินทุนและหลักทรัพย์ หุ้นกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้าง หุ้นสื่อสาร รวมถึงหุ้นพื้นฐานดีกลุ่มพลังงาน-ปูน-พาณิชย์ขนาด
ใหญ่ ซึ่งเชื่อว่าน่าจะให้ผลตอบแทนที่ดีแก่นักลงทุนอีก 3-6 เดือนข้างหน้า
ด้านนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.แอ๊ดคินซัน กล่าวว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากปลายปีที่ผ่านมา
เนื่องจากนักลงทุนเชื่อมั่นเศรษฐกิจ ประเทศ หลังจากสภาพัฒน์ประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจปีนี้
จะขยาย 7-8% นอกจากนั้น การที่เงินบาทแข็งค่าขึ้น คาดว่ามาจากการที่เงินต่างชาติไหลกลับเข้าลงทุนในไทย
แนวโน้มตลาดหุ้นไทย ดัชนีจะยังคงปรับตัวขึ้นได้ต่อเนื่อง จากความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อเศรษฐกิจประเทศ
อย่างไรก็ตาม คาดว่าช่วงหลังจากนี้ อีกประมาณ 2 สัปดาห์ น่าจะพักฐาน และจะเริ่มฟื้นตัวช่วงปลายไตรมาส
2 โดยปีนี้ ดัชนีตลาดฯ น่าจะปรับตัวขึ้น ระหว่าง 1,000-1,200 จุด ปัจจัยหลักที่ผลักดันดัชนี
ยังคงเป็นการขยายตัวด้านการบริโภคของภาคเอกชน เศรษฐกิจที่เติบโตต่อเนื่อง เงินเฟ้อที่ต่ำ
ทำให้นักลงทุนลงทุนในตลาดหุ้นและธุรกิจเอกชนขยายการลงทุนมากขึ้น แม้ว่าปีนี้ คาดว่าดอกเบี้ยจะขยับขึ้นเล็กน้อย
แต่เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบการลงทุนในตลาดหุ้น
ด้านนักวิเคราะห์ บล.ยูไนเต็ด กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง
และตลาดหุ้นไทยที่ยังมี PE ต่ำ ส่งผลนักลงทุนยังคงลงทุนในหุ้นพื้นฐานดี เช่น แบงก์
พลังงาน อย่างไรก็ตาม คาดว่าไม่เกิน 2 สัปดาห์ ตลาดหุ้นไทยจะอยู่ในช่วงปรับฐาน
เนื่องจากตลาดหุ้นปรับตัวดีต่อเนื่องแรงมานานแล้ว
"แนวโน้มดัชนีไปต่อได้ แต่ต้องเตือนนักลงทุน ระยะสั้น ว่าต้องระวังเป็นพิเศษสำหรับภาวะตลาดที่ถือ
ว่ามีความอ่อนไหวมาก และเริ่มมีความเสี่ยงสูง เพราะปรับตัวขึ้นมามากแล้ว ตั้งแต่ก่อนปีใหม่
ดังนั้น จึงควรปรับฐานแล้ว หากมีข่าวร้ายเข้ามากระทบเมื่อไร ดัชนีตลาดฯ ก็พร้อมจะลงทันที
ตอนนี้ ถือว่าตลาดฯ เริ่มเข้าสู่ภาวะซื้อมากเกินไป ดังนั้น นักลงทุนต้องเลือกเล่นหุ้นรายตัวที่มีปัจจัยพื้นฐานดีจริง"
นักวิเคราะห์กล่าว
กบข. ลงทุนหุ้นเพิ่มปี 47
นายวิสิฐ ตันติสุนทร เลขาธิการคณะกรรมการ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)
เปิดเผยแนวโน้มการลงทุนปี 2547 ของ กบข. ว่า สัดส่วนการลงทุน กบข. ในหุ้นและกองทุนอสังหาริมทรัพย์
จะเพิ่มจากเดิม 13% เป็น 15% ของสินทรัพย์โดยรวม ทั้งหมด คิดเป็นสัดส่วนเพิ่มขึ้น
5,000 ล้านบาท และจะเพิ่มสัดส่วนการลงทุนกองทุนอสังหาริมทรัพย์ จากเดิมที่ลงทุนเพียง
3% เป็น 5% ปีนี้ สำหรับเงินลงทุนส่วนใหญ่อีก 80% จะยังคงลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูง
ซึ่งได้แก่ การลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ และฝากเงิน หรือซื้อตราสารหนี้สถาบันการเงิน
เป็นต้น
การขยายสัดส่วนการลงทุนต่างๆ นี้ ปรับสัดส่วนตามสภาวะเศรษฐกิจไทย ที่คาดขยายตัวต่อเนื่องปีนี้
แต่ยังคงเป็นไปตามนโยบายการลงทุน ที่เน้น ความปลอดภัยของเงินต้น ควบคู่การกระจายความเสี่ยงเป็นสำคัญ