หุ้นปีแพะพุ่งเกิน100%แนะให้จับตา"เฮดจ์ฟันด์"


ผู้จัดการรายวัน(29 ธันวาคม 2546)



กลับสู่หน้าหลัก

46 ปีทองตลาดหุ้นไทย กระทิงหุ้นไทยเดินหน้าพุ่ง 102% ณ วันคริสต์มาส เทียบ ปลายปี 45 มาร์เกตแคปพุ่งแตะ 4.45 ล้านล้านบาทแล้ว ขณะที่หุ้นน้องใหม่ 21 บจ. เพิ่มมาร์เกตแคป ให้หุ้นไทยอีกแสนล้านบาท TPI ครองแชมป์หุ้นเทรดสูงสุด ส่วน บล.กิมเอ็งยังครองแชมป์โบรกเกอร์ส่วนแบ่งตลาดฯ สูงสุดถึง 11% "ทักษิณ" ประสานเสียงนักวิเคราะห์ หุ้นไทยปีลิงยังน่าพิสมัย ซึ่งคาดจะดึงกองทุนต่างชาติลงทุนหุ้นไทยเพิ่ม แต่เตือนระวังเฮดจ์ฟันด์ลุยหุ้นไทย

กระทิงสิงตลาดหุ้นไทยแทบตลอดปีแพะ ส่งผลดัชนีหุ้นไทยสร้างสถิติสูงสุดใหม่ในรอบ 7 ปีต่อเนื่อง จนกระทั่งล่าสุดเตรียม เดินหน้าขึ้นทดสอบ 750 จุดก่อนสิ้นปีเแพะ

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เขาคาดว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยจะเดินหน้าทำสถิติสูงใหม่ปีหน้าต่อเนื่อง ด้วยเงินทุนต่างชาติไหลเข้าต่อเนื่อง หลังจากดัชนีเศรษฐกิจไทยทุกตัว สะท้อนเศรษฐกิจประเทศนี้แข็งแกร่งจริง หลังจากที่เขาเรียกประชุมรองนายกรัฐมนตรี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร.อ.สุชาติ เชาว์วิศิษฐ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล เลขาธิการ สำนักงาน ก.ล.ต.นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ซึ่งเทอมสิ้นสุด 26 ธ.ค. โดยจะมีนายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รองผู้ว่าการธปท.รับตำแหน่งต่อทันที รวมถึงกรรมการและผู้จัด การตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.)ร่วมประชุมสัปดาห์ที่แล้ว

ผลการประชุมชี้ดัชนีเศรษฐกิจไทยทุกตัวปีนี้ ออกมาดีต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เขาเตือนทั้งก.ล.ต.-ตลท.จับตามองกองทุนต่างชาติ ที่เน้นเล่นหุ้นโดยการเก็งกำไร (Hedge Fund)เป็นพิเศษ ซึ่งกองทุนเหล่านี้จะก่อเกิดความผัน ผวนในตลาดหุ้นไทยปีหน้าได้

ดัชนีหุ้นไทยพุ่ง 102% ปีนี้

ด้านนายกิตติรัตน์กล่าวว่าดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) ณ วันที่ 25 ธ.ค. วันคริสต์มาส ปิด 356.48 จุด เพิ่มถึง 102.44% จากสิ้นปี 2545 ที่ดัชนีปิด 356.48 จุด ขณะที่ปีนี้ดัชนีหุ้นไทยพุ่งสูงสุดที่ 723.39 จุด ต่ำสุด 350.98 จุด

เขากล่าวว่า แนวโน้มหุ้นไทยยังดีต่อเนื่องปีหน้า หลังจากพื้นฐาน เศรษฐกิจไทยแข็งแกร่ง ซึ่งสอด คล้องกับความเห็นของนักวิเคราะห์ หลักทรัพย์หลายสำนัก ที่ต่างชี้ว่ากระทิงหุ้นไทยยังเดินหน้าต่อเนื่อง ขึ้นทดสอบ 750 จุดปลายปีนี้ และจะดันดัชนีขึ้นต่อเนื่องปีหน้า ทะลุ 1,000-1,200 จุด ขณะที่ดัชนีหุ้นหลัก 50 ตัว (SET 50) ปีนี้ ณ 25 ธ.ค. ปิด 46.81 จุด ซึ่งเป็นจุดสูงสุดปีนี้ พุ่ง 104.95% จากสิ้นปี 2545 ที่ปิด 22.84 จุด ดัชนี SET 50 ปีนี้ ต่ำสุด 22.45 จุด

อัตราเงินปันผลตอบแทนของตลาดฯปีนี้ 1.94% ลดลงจากสิ้นปี 2545 ที่อยู่ที่ 2.72% อัตรา ส่วนราคาตลาดต่อกำไรต่อหุ้น (P/E) ปีนี้ 12.63 เท่า พุ่งจากปีที่แล้วที่อยู่ที่ 6.98 เท่า อัตราส่วนราคาตลาดฯ ต่อมูลค่าตามบัญชี (P/BV) ปีนี้ 2.5 เท่า เทียบปีที่แล้วที่ 1.36 เท่า

มูลค่าซื้อขายหุ้นหมุนเวียน (Total Turnover)ปริมาณ 536,969.99 ล้านหุ้น พุ่ง 103.41 จาก ปลายปี 2545 ที่อยู่ที่ 263,969.99 ล้านหุ้น ขณะที่มูลค่าซื้อขายรวมปีนี้ 4,490,663.22 ล้านบาท พุ่ง 119.30% จากปลายปี 2545 ที่อยู่ที่ 2,047,442.23 ล้านบาท

มูลค่าซื้อขายหมุนเวียนเฉลี่ยต่อวัน (Daily Average Turnover) ปีนี้ปริมาณ 2,209.63 ล้านหุ้น พุ่ง 105.08% จากปีที่แล้ว ที่อยู่ที่ 1,077.43 ล้านหุ้น ขณะที่มูลค่าซื้อขายหุ้นเฉลี่ยต่อวัน 18,477.63 ล้านบาท พุ่ง 121.11% จากปลายปี 2545 ที่อยู่ที่ 8,356.91 ล้านบาท

บริษัทที่จดทะเบียน (บจ.) ใหม่ ปีนี้ 21 แห่ง รวมเป็น 410 บจ. เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน 528 หลักทรัพย์ ขณะที่ปีที่แล้วมี 18 บจ. ปีนี้แยกเป็น หุ้นสามัญ 412 หุ้น หุ้นบุริมสิทธิ 10 หุ้น ใบสำคัญ แสดงสิทธิจองซื้อหุ้นสามัญ 75 หน่วยใบสำคัญ แสดงสิทธิอนุพันธ์ 1 หน่วย หุ้นกู้ 21 บริษัท หน่วยลงทุน 9 หน่วย

มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Total Market Capitalization) 4,454,403.47 ล้านบาท พุ่ง 124.26% จากปลายปี 2545 ที่อยู่ที่ 1,986,236.47 ล้านบาท

นายกิตติรัตน์กล่าวถึงตลาดหลักทรัพย์ใหม่ (MAI) ว่า ณ 25 ธ.ค.ปีนี้ ดัชนีตลาดใหม่ (MAI Index) ปิด 348.72 จุด พุ่ง 173.53% จากปลายปี 2545 ที่อยู่ที่ 127.49 จุด โดยดัชนีตลาดใหม่ปีนี้ พุ่งสูงสุดที่ 410.49 จุด ต่ำสุด 122.22 จุด

มูลค่าซื้อขายหมุนเวียน (Total Turnover) 6,450.65 ล้านหุ้น เพิ่ม 20.90% จากปลายปี 2545 ขณะที่มูลค่ารวม 29,999.66 ล้านบาท พุ่ง 111.27% บริษัทจดทะเบียนใหม่ 6 แห่ง เท่าปีที่แล้ว เป็นจำนวนบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด 13 แห่ง มูลค่า หลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Total Market Capitalization) 13,865.06 ล้านบาท พุ่ง 265.02%

TPI ครองแชมป์หุ้นแอ็กทีฟสุด

10 หลักทรัพย์ที่มูลค่าซื้อขายสูงสุดปี 2546 (1 ม.ค.-25 ธ.ค.) 1. บริษัท อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย(TPI) มูลค่าซื้อขาย 134,667.70 ล้านบาท คิดเป็น 2.98% ของมูลค่าซื้อขายรวมทั้งกระดาน ขณะที่มาร์เกตแคป 124,012.80 ล้าน บาท คิดเป็น 2.78% ของมาร์เกตแคปรวมทั้งกระดาน 2. บริษัท ปตท. (PTT) มูลค่าซื้อขาย 112,863.83 ล้านบาท คิดเป็น 2.50% ขณะที่ มาร์เกตแคป 430,775.84 ล้านบาท คิดเป็น 9.64% 3.ธนาคารทหารไทย(TMB) มูลค่าซื้อขาย 95,753.64 ล้านบาท คิดเป็น 2.12% ขณะที่ มาร์เกตแคป 45,025.43 ล้านบาท คิดเป็น 1.01%

4. บริษัท ไอทีวี (ITV) มูลค่าซื้อขาย 86,988.57 ล้านบาท คิดเป็น 1.92% ขณะที่ มาร์เกตแคป 35,700 ล้านบาท คิดเป็น 0.80% 5. บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น (SHIN) มูลค่าซื้อขาย 76,445.28 ล้านบาท คิดเป็น1.69% ขณะที่ มาร์เกตแคป 109,479.52 ล้านบาท คิดเป็น 2.45% 6.ธนาคารกรุงเทพ(BBL) มูลค่าซื้อขาย 75,657.59 ล้านบาท คิดเป็น1.67% ขณะที่มาร์เกตแคป 198,040.47 ล้านบาท คิดเป็น 4.43% 7. ธนาคาร กสิกรไทย (KBANK) มูลค่าซื้อขาย 74,816.67 ล้านบาท คิดเป็น 1.66% ขณะที่มาร์เกตแคป 145,918.12 ล้านบาท คิดเป็น 3.27% 8.บริษัท กฤษดามหานคร(KMC) มูลค่าซื้อขาย 73,615.28 ล้านบาท คิดเป็น 1.63% ขณะที่มาร์เกตแคป 4,288.47 ล้านบาท คิดเป็น 0.10% 9.บริษัทหลักทรัพย์เคจีไอ (ประเทศไทย) (KGI)มูลค่าซื้อขาย 72,191.80 ล้านบาท คิดเป็น 1.60% ขณะที่ มาร์เกตแคป10,129.74 ล้านบาท คิดเป็น 0.23% 10. วอร์แรนต์บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น (SHIN-W1) มูลค่าซื้อขาย 58,946.80 ล้านบาท คิดเป็น 1.30%ขณะที่มาร์เกตแคป 3,620 ล้านบาท คิดเป็น 0.08%

บล.กิมเอ็งครองแชมป์โบรกเกอร์

ด้าน 10 บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) มูลค่าซื้อ ขายรวมสูงสุด คือ 1.บริษัทหลักทรัพย์(บล.) กิมเอ็ง(ประเทศไทย) (KEST) ในเครือกลุ่มกิมเอ็งจากสิงคโปร์ 1,030,907.24 ล้านบาท ส่วนแบ่งตลาด 11.40% 2.บล.ซีมิโก้ (ZMICO) 647,742.92 ล้านบาท ส่วนแบ่งตลาด 7.17% 3.บล.เอบีเอ็น แอมโร เอเชีย (AST)ในเครือกลุ่ม แอมโรจากเนเธอร์แลนด์ 640,707.44 ล้านบาท ส่วนแบ่งตลาด 7.09% 4.บล เคจีไอ (ประเทศไทย) (KGI) ในเครือกลุ่มคูส์จากไต้หวัน 474,649.15 ล้านบาท ส่วนแบ่งตลาด 5.25%

5.บล.พัฒนสิน (CNS) ในเครือกลุ่มโนมูระจากเมืองปลาดิบ 345,496.92 ล้านบาท ส่วนแบ่ง ตลาด 3.82% 6.บล. บัวหลวง (BLS) 315,871.35 ล้านบาท ส่วนแบ่งตลาด 3.49% 7.บล.ทิสโก้ (TSC) ในเครือแบงก์ฮ่องกง 301,898.78 ล้านบาท ส่วนแบ่งตลาด 3.34% 8.บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) (DBSV) ในเครือกลุ่มดีบีเอสจากสิงคโปร์ 294,727.71 ล้านบาท ส่วนแบ่งตลาด 3.26% 9.บล. ไทยพาณิชย์ (SCBS) 288,545.70 ล้านบาท ส่วนแบ่งตลาด 3.19% 10.บล.ภัทร (PHATRA) 277,865.91 ล้านบาท ส่วนแบ่งตลาด 3.07%

มาร์เกตแคปหุ้นใหม่เพิ่มแสนล้านบาท

ด้านการระดมทุนปีนี้ นายกิตติรัตน์กล่าวว่า 21 บริษัทจดทะเบียนใหม่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมมูลค่าระดมทุน 22,500.70 ล้านบาท เพิ่มมาร์เกตแคปให้ตลาดหุ้นไทยอีก 100,361.16 ล้านบาท ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์ใหม่ 6 บจ.ใหม่ระดมทุนรวม 764.80 ล้านบาท มาร์เกตแคปเพิ่ม 3,402.20 ล้านบาท



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.