บ.เครือ Estee Lauder ทุ่มทุนผลิตนำตลาด
Gordon Campbell Gray เจ้าของกิจการโรงแรม One Aldwych ในลอนดอน ให้ความเห็นกับนิตยสาร
Wallpaper ฉบับเดือนตุลาคม 2003 เกี่ยวกับความหรูหราฟู่ฟ่ายุคศตวรรษที่ 21
ไว้อย่างน่าฟังว่า "สำหรับผมแล้ว จะตามใจตัวเองเรื่องความหรูหราด้วยการเต็มใจใช้น้ำหอมจากธรรมชาติ
ที่บรรจุในขวดรีไซเคิลขนาดเล็กนิดเดียว เป็นน้ำหอมบริสุทธิ์ที่อาจจะมีอายุเพียงเดือนเดียวเท่านั้น
ผมไม่ต้องการฉีดน้ำหอมที่สังเคราะห์ จากสารเคมีและบรรจุในขวดที่ไม่ผ่านกระบวนการรีไซเคิลอีกต่อไป"
นับว่าเขาเป็นตัวแทนของผู้บริโภคกระเป๋าหนักที่มีกำลังซื้อสูงแห่งยุคสมัยอย่างแท้จริง
คนกลุ่มนี้ไม่เพียงแต่ต้องการทราบ ข้อมูลเกี่ยวกับส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ที่ตนซื้อมาใช้
ยังต้องการทราบลึกลงไปถึงกระบวนการผลิตทั้งในส่วนของตัวผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ด้วย
ซ้ำร้ายกว่านั้นยังตรวจสอบติดตามอีกว่า บริษัทผู้ผลิตประกอบธุรกิจด้วยจิตสำนึกเพื่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่
กระแสนิยมของผู้บริโภคกลุ่มนี้ จึงเป็นเครื่องชี้ชะตาสำคัญที่บริษัทเครื่องสำอางราคาแพงทั้งหลายมิอาจเมินเฉยได้
ขณะเดียวกันยังต้องพยายามปรับกระบวนการผลิต เพื่อสนองความต้องการของตลาดระดับสูงนี้โดยตรงอีกต่างหาก
Aveda บริษัทในเครือ Estee Lauder และเป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ บำรุงผิวและผมแบรนด์ดังคือ
Aveda ได้ชื่อว่าเป็นผู้นำกระแสโดยแท้จริง จากการที่สำนักงานในนิวยอร์กใช้สีทาผนัง
เฟอร์นิเจอร์ และกระดาษจากวัสดุที่ผ่านกระบวนการรีไซเคิลทั้งหมด แม้แต่เครื่องถ่ายเอกสารก็ยังประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนรีไซเคิล
ความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของ Aveda อยู่ที่การริเริ่มงานวิจัยอย่างจริงจังจนทำให้ประสบความสำเร็จในการเปิดตัวผลิตภัณฑ์โลชั่นบำรุงผมคือ
Light Elements Smoothing Fluid ที่บรรจุในขวดทำด้วยพลาสติก post-consumer-recycled
(PCR) และปัจจุบัน Aveda ใช้พลาสติก PCR เป็นวัตถุดิบผลิตขวดสำหรับบรรจุผลิตภัณฑ์ต่างๆ
ถึง 80 เปอร์เซ็นต์
ผลจากการทุ่มเทของแผนกวิจัยจนทำให้ Aveda ประสบความสำเร็จในการผลิตบรรจุภัณฑ์ทำด้วยพลาสติกรีไซเคิลดังกล่าว
ทำให้บริษัทคู่แข่งในอุตสาหกรรมประเภทเดียวกัน ต้องยอมยกธงขาวเพราะถูกทิ้งหลายช่วงตัวจนไล่ตามไม่ทัน
Aveda จึงหันมาใช้วิธีสร้างพันธมิตรด้วยการเชิญบริษัทคู่แข่งขันหันมาร่วมมือในงานวิจัยด้านเทคโนโลยี
เพื่อมีส่วนในการรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น
Burt's Bee ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและผม รวมทั้งลิปบาล์มที่มีชื่อเสียงและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมไม่รอช้าที่จะรับคำเชิญทันที
นอกจากนี้มีข่าวว่า Estee Lauder ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Aveda เองก็มีแนวโน้มจะนำหลักการนี้ไปใช้กับผลิตภัณฑ์แบรนด์อื่นๆ
ของบริษัทด้วย
ส่วนบริษัทเครื่องสำอางชื่อดังรายอื่นๆ ก็กระโจนลงกระแสพิทักษ์สิ่งแวดล้อมไม่แพ้กัน
อาทิ The Body Shop ใช้พลาสติกรีไซเคิล 30 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ Stila ใช้กล่องกระดาษรีไซเคิล
100 เปอร์เซ็นต์บรรจุลิปสติกและแป้ง
Pauline Hili ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของ Neal's Yard Remedies พูดถึงการให้ความ
สำคัญกับสิ่งแวดล้อมด้วยการยอมรับว่า การลงทุนในบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสำคัญ
ก็จริงอยู่ แต่ "มันเป็นเพียงเศษเสี้ยวของความพยายามที่เราทุ่มเทเพื่อสิ่งแวดล้อม"
โดยเธอเล่าว่า ทุกปีบริษัทจะนำผลกำไรที่ได้มาพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ ภายใต้กระบวนการผลิตที่ประหยัด
พลังงานมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
เห็นได้จากปี 2003 ที่ผ่านมา Neal's Yard Remedies ทุ่มงบ 1.5 ล้านปอนด์สร้างสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ที่
Dorset ประเทศอังกฤษ มีกำหนดแล้วเสร็จปี 2005 โดยออกแบบให้มีหน้าต่างขนาดใหญ่เพื่อรับแสงสว่างได้เต็มที่
ใช้ระบบระบายอากาศตามธรรมชาติ ติดตั้ง แทงก์สำหรับเก็บและรีไซเคิลน้ำฝน ทำสวนสมุนไพรเนื้อที่
12 เอเคอร์โดยรอบตัวอาคารเพื่อเก็บผลผลิตมาใช้เป็นวัตถุดิบ แถมยังประหยัดค่าขนส่งและสามารถควบคุมภาวะมลพิษให้เหลือน้อยที่สุด
"การก่อสร้างแต่ละตารางเมตรต้องใช้งบมากกว่าปกติราว 50-60 เปอร์เซ็นต์" Andrew
Purvis ทิ้งท้าย "แต่ผมเชื่อว่าเราได้สวมบทบาทเป็นผู้นำแผ้วถางทางให้บริษัทอื่นๆ
ได้เดินตามแล้ว"