แบงก์อิสลามมาแรง เดินเครื่องลุยธุรกิจ เปิดบริการบัตรเครดิต พร้อมตั้งเป้าขยายสาขาให้ได้
34 สาขา ภายในสิ้นปี 47 เล็งประชากรมุสลิมมีอยู่มาก คาดสินเชื่อพุ่งถึง 1.4 หมื่นล้านบาท
หลังเปิดอีก 15 สาขาในปีนี้ และสิ้นปี 48 จะเป็น 150 สาขา หวังเพิ่มทุนอีกจาก 1
พันล้านบาท เป็น 5 พันล้านบาท
นายธีรศักดิ์ สุวรรณยศ ประธาน คณะกรรมการธนาคารชาริอะฮ์ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า
ในช่วงต้นปี 2547 ทางธนาคารจะเปิดให้บริการบัตรชาริอะฮ์วีซ่า ซึ่งเป็นบัตรบัตรชาร์จการ์ดประเภทหนึ่ง
โดยมีจุดเด่นตรงที่หากลูกค้ามีการผ่อนชำระจะเสียค่าใช้จ่ายถูกกว่าบัตรเครดิตในปัจจุบัน
ส่วนทำการตลาดนั้นจะใช้วิธีเข้าถึงแหล่งชุมชน และเชิญกลุ่มลูกค้าเป้าหมายมารับฟังเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่างๆ
ของธนาคาร
สำหรับการคิดอัตราดอกเบี้ยนั้น หากดอกเบี้ยในตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้น ทางธนาคารก็จะถึงจุดคุ้มทุนภายในสิ้นปี2547
แต่ถ้ายังทรงตัว ธนาคารก็จะเลื่อนการคุ้มทุนออกไปประมาณ 4 เดือน อย่างช้าถึง จุดคุ้มทุนภายในปี
2548 โดยในปี 2548 ธนาคารตั้งเป้าพอร์ตสินเชื่อรวมอยู่ที่กว่า 40,000 ล้านบาท
สำหรับในสิ้นปี 2547 นั้น ธนาคาร ได้ตั้งเป้าหมายพอร์ตสินเชื่อรวม หรือยอดสินทรัพย์เสี่ยงตามเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย
(ธปท.) ไว้ที่ 14,000 ล้านบาท โดนในจำนวนพอร์ต 14,000 ล้านบาท นั้นจะเป็นการรับเงินฝากจากประชาชนทั่วไป
จำนวน 12,000 ล้านบาท ที่เหลือเป็นเงินทุนของธนาคารเอง ซึ่งในขณะนี้ธนาคารมี สินเชื่อรวมอยู่จำนวน
700 ล้านบาท ส่วนจำนวนเงินฝากมีประมาณ 1,500 ล้านบาท ทั้งนี้ในปีหน้าธนาคารจะทำการเพิ่มทุนอีก
จาก 1,000 ล้านบาท เป็น 5,000 ล้านบาท โดยเรียกชำระแค่ 3,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ จำนวนเป้าพอร์ตสินเชื่อรวม จำนวน 14,000 ล้านบาทนั้น ธนาคารจะให้ความสำคัญกับสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยประมาณ
60% โดยจะเน้นบ้านที่มีราคาตั้งแต่ 300,000-2,000,000 บาท ประมาณ 40% ส่วน 20%
ที่เหลือจะเน้นบ้านที่มีราคาตั้งแต่ 2,000,000-4,000,000 บาท ส่วนอีก 40% จากพอร์ต
14,000 ล้านบาทนั้น จะเน้นธุรกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) โดยจะให้การสนับสนุนกับธุรกิจ
เช่น ให้นำเงินไปใช้เพื่อการดำเนินงานเป็นทุนหมุนเวียน เนื่องจากธนาคารเห็นว่า
หากอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้น ประชาชนจะหันมาให้ความสนใจและใช้บริการกับธนาคารเพิ่มเพราะลูกค้าสามารถคำนวณต้นทุนคงที่ได้
เนื่องจากต้นทุนของลูกค้าไม่ได้เพิ่มขึ้นตามแนวโน้มดอกเบี้ยที่เพิ่ม
นายธีรศักดิ์ กล่าวต่อว่า ในช่วงปี 2548 ธนาคารมีนโยบายที่จะเพิ่มสาขาอีกจำนวน
100 สาขา ซึ่งจะทำให้ในปี 2548 มีสาขา ทั้งสิ้น 150 สาขา และจะครอบคลุมทั่ว ทุกจังหวัด
ดังนั้น จะทำให้ธนาคารชาริอะฮ์ เป็นธนาคารอิสลามที่มีสาขามากที่สุดในโลก
อย่างไรก็ตาม คาดว่าการทำธุรกรรมการ ลงทุนของประชาชนชาวมุสลิมจะมีแนวโน้มการขยายตัวที่เพิ่มขึ้นในปีหน้าด้วย
ซึ่งล่าสุด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้จัดตั้งอิสลามอินเด็กซ์ ซึ่งมีคณะกรรมการอิสลามพิจารณาหลักทรัพย์ที่ไม่ผิดหลักศาสนาอิสลาม
และให้ผู้นับถือศาสนาอิสลามนำ เงินเข้าไปลงทุนได้ ซึ่งในปัจจุบันได้คืบหน้าไปแล้ว
80-90%
นอกจากนี้ ธนาคารจะเปิดสาขาเพิ่ม อีก 40 สาขาเพื่อให้ครอบคลุม 34 จังหวัด โดยใช้งบประมาณในการลงทุนประมาณ
4.8 ล้านบาทต่อสาขา ซึ่งในขณะนี้ธนาคาร มีสาขาจำนวน 15 สาขา และในวันที่ 15 ธ.ค.
ที่จะถึงนี้ จะเปิดอีก 1 สาขา ซึ่งจะกำหนดให้เป็นสำนักงานใหญ่