นักลงทุนจองหุ้นPDหน้าบานเทรดวันแรกกำไรอื้อ122%


ผู้จัดการรายวัน(2 ธันวาคม 2546)



กลับสู่หน้าหลัก

PD เทรดวันแรกราคาพุ่งถึง 21 บาท จากราคาจองเพียง 9 บาท โบรกฯให้ราคาเหมาะสมปีนี้ 14.10 บาท ขณะที่ผู้บริหารมั่นใจปีนี้โกยกำไร 80 ล้านบาท เชื่อราคาหุ้นยังไม่แพงหากเทียบการจ่ายปันผล 70-80% ของกำไรสุทธิเพราะรายได้และกำไรมีโอกาสโตต่อเนื่อง จากการผูกขาดการผลิตถัง 200 ลิตร เพื่อบรรจุสารเคมี

วานนี้ (1 ธันวาคม) หุ้น PD ของ บริษัท แพคเดลต้า จำกัด(มหาชน) เปิดซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ใหม่ (MAI) เป็นวันแรก ซึ่งพบว่าราคาหุ้นเปิดที่ 20 บาท เพิ่มขึ้น 122% จากราคา จองที่ขายเพียง 9 บาท จากนั้นมีแรงซื้อ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นไปสูงสุดที่ 21 บาท ก่อน จะอ่อนตัวลงมาเล็กน้อย และปิดตลาด ช่วงเช้าราคาหุ้นที่ 19.90 บาท มูลค่าการซื้อขาย 80.03 ล้านบาท และปิดตลาดในช่วงบ่ายที่ราคา 20 บาท เพิ่มขึ้น 122% มูลค่าการซื้อขาย 277.83 ล้านบาท

บทวิเคราะห์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน ให้ความเห็นว่า เนื่องจากธุรกิจของบริษัทเป็นธุรกิจประเภทบรรจุภัณฑ์ จึงใช้ค่า PER ของกลุ่มบรรจุภัณฑ์เป็นเกณฑ์ (ประมาณ 10.6 เท่า) แล้วปรับลดค่าลง 20% เนื่องจากหุ้น PD ซื้อขายใน MAI ซึ่งมีแนวโน้มจะขาดสภาพคล่องในระยะยาว ค่า PER ที่เหมาะสม PD จะอยู่ที่ประมาณ 8.4 เท่า ซึ่งจะได้มูลค่าที่เหมาะสมของหุ้น PD สำหรับปี 46 ที่ราคา 14.10 บาท และปี 47 อยู่ที่ 16.20 บาทตามลำดับ เราจึงแนะนำ ให้ซื้อเก็งกำไรŽ ที่ราคาไม่เกิน 14.1 บาท

ด้าน บล.ไซรัส ให้ราคาเป้าหมาย 17 บาท ปี 46 และ 21 บาท ปี 47 ซื้อ ใน การประเมินมูลค่าหุ้น SYRUS ใช้วิธี P/E ratio โดยกำหนดเป้าหมาย P/E ในปี 46 และปี 47 ที่ระดับ 10 เท่า ซึ่งใกล้เคียงกับ P/E เฉลี่ยในกลุ่มอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ซึ่งมี P/E ที่ระดับ 10 เท่า เช่นกัน กำไรสุทธิต่อหุ้นในปี 46 และ 47 เท่ากับ 1.70 และ 2.10 บาทต่อหุ้น ตามลำดับ ได้ราคาเป้าหมายปลายปี 46 ที่ 17 บาท และปลายปี 47 ที่ 21 บาท จึงแนะนำ "ซื้อ"

นายธงชัย อำไพกุลวัฒนา กรรมการผู้จัดการบริษัท แพค เดลต้า จำกัด (มหาชน) หรือ PD เปิดเผยว่า รู้สึกพอใจกับราคาหุ้นของบริษัทที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือราคาจองซื้อที่ 9 บาท ซึ่งถือว่าไม่สูงเกินไป เมื่อเทียบกับพื้นฐานของบริษัท

โดยในปีนี้คาดว่า บริษัทจะสามารถทำกำไรได้ประมาณ 80 ล้านบาท ในขณะที่ ปี 2547 อัตราการเติบโตของรายได้และกำไรประมาณ 7-8% เนื่องจากบริษัทเป็นผู้ผลิตและจำหน่าย ถังพลาสติก ขนาด 200 ลิตร รายใหญ่ในประเทศ และมีฐานลูกค้าในแถบประเทศยุโรปและสหรัฐอเมริกาเป็นจำนวนมาก ซึ่งลูกค้าในแถบประเทศดังกล่าวจะนำเข้าสินค้าของบริษัทเพื่อนำไปใช้บรรจุสารเคมีในอุตสาหกรรมเป็นจำนวนมาก ประกอบกับบริษัทได้เพิ่มกำลังการผลิตถังขนาด 30 ลิตร จาก 1.4 แสนใบต่อปี เป็น 8-9 แสนใบต่อปี ทำให้ยอดขายของบริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม หากในปีหน้า กระทรวงอุตสาหกรรมออกมาตรการควบคุมการขนย้ายสารเคมีอันตราย เชื่อว่ารายได้และกำไรของบริษัทจะเติบโตมากกว่า 7-8% แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่ามาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้เมื่อใด

นายอุดมศักดิ์ ชาครียวณิชย์ กรรมการผู้จัดการ บล.แอสเซทพลัส ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินของ PD เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจที่ราคาหุ้นของ PD ที่ปรับเพิ่มขึ้นมาเหนือราคาจอง ซึ่งราคาที่ปรับเพิ่มขึ้นมานี้สามารถอธิบายได้ด้วยงบการเงินของบริษัทฯ ที่ในปี 2546 บริษัทฯ จะมีกำไรประมาณ 80 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 2 บาทกว่า

อีกทั้งบริษัทยังมีการจ่ายปันผลอย่างสม่ำเสมอ โดยบริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิ ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทจ่ายเงิน ปันผลไม่ต่ำกว่า 70-80%

"แพค เดลต้า ถือว่าเป็นบริษัทแรกที่ทางแอสเซทพลัส นำเข้าจดทะเบียนในตลาด MAI ซึ่งเราไม่ได้มอง ขนาดของบริษัทที่จะนำเข้าระดมทุน แต่ เน้นคุณภาพของบริษัทที่นำเข้าจดทะเบียน มากกว่า" นายอุดมศักดิ์ กล่าว



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.