ภาพที่เห็นเบื้องหน้าคือ ขวดพลาสติกและเศษไม้กองใหญ่ ที่บางส่วนถูกนำไปบดละเอียด
ไม่น่าเชื่อว่า ขยะกองนี้จะมีคนเห็นคุณค่า นำไปทำเป็นเฟอร์นิเจอร์แสนสวยสร้างเงินเข้าประเทศได้ปีละกว่า
100 ล้านบาท
ใครจะรู้บ้างว่าน้ำขวดละ 5 บาท 1 ขวด ที่เราดื่มหมดแล้วโยนขวดทิ้งถังขยะไปนั้น
ต้นทุนค่าน้ำอาจจะเพียงแค่บาท เดียว ที่เหลือคือต้นทุนค่าขวดค่าขนส่งและ
การทำตลาด ดังนั้นส่วนที่เราทิ้งไปคือเงินล้วนๆ และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นก็คือเมื่อเอาขยะเหล่านั้นมาทำลาย
มันจะก่อให้เกิด มลพิษอย่างมากมายให้กับโลกมนุษย์
จากปัญหาที่พบเห็นมาโดยตลอด ทำให้ถาวร สุวรรณละออง กรรมการผู้อำนวยการบริษัทกรีนกรุ๊ป
และผู้บริหารคนหนึ่งของบริษัทลีฟวิ่งแลนด์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด บริษัทพัฒนาที่ดิน
ซึ่งมีอายุยืนยาวมากว่า 15 ปี ได้เข้ามาให้ความสนใจ และศึกษาในเรื่องโครงสร้างของพลาสติก
อย่างจริงจัง
ทำอย่างไรให้มันมีคุณสมบัติของความแข็งแรง รับแรงกระแทกได้มากขึ้น คือโจทย์ที่เขาตั้งขึ้นและหลัง
จากนั้น ถาวรก็หอบเอกสารเดินเข้าออก หาผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนี้จากบรรดา
อาจารย์ทั้งหลายตามมหาวิทยาลัยต่างๆ อยู่นาน รวมทั้งไปศึกษาดูงานในประเทศแคนาดา
ซึ่งเป็นประเทศที่มีการส่งออกเฟอร์นิเจอร์เทียมที่ทำมาจากวัสดุเหลือใช้มากเป็นอันดับ
1 ของโลก
"ใช้เวลาศึกษาอยู่นานครับ จนตอนนี้ผมสามารถพูดได้ว่ากรรมวิธีของเราเป็นวิธีที่ไม่เหมือนใคร
เพราะไม่มีความพรุนของเนื้อวัสดุให้เห็น จะมีแต่ความแน่นทั่วถึงกันหมด ตอนนี้เราจดสิทธิบัตร
วิธีทำของเราไว้แล้วและยอมรับว่าหวงมาก ไม่อยากให้ใครเข้ามาดูในโรงงานเท่าไรเลย"
ถาวรพูดด้วยเสียงกลั้วหัวเราะตอนนั้น "ผู้จัดการ" กำลังเดินอยู่ในโรงงานของเขา
ย่านถนนสุขาภิบาล 3 และเขาขอให้ช่างภาพเก็บภาพเฉพาะมุมกว้างเท่านั้น โดยไม่ให้ถ่ายเครื่องมือต้นแบบที่กำลังผลิตชิ้นงานอยู่ในขณะนั้น
โครงการนำวัสดุเหลือใช้มาทำเฟอร์นิเจอร์ทดแทนไม้ของกรีนกรุ๊ป เริ่มขึ้นเมื่อปี
2544 มีกระบวนการผลิตเริ่มต้นจากรับซื้อขวดเปล่าของน้ำดื่มไปบดย่อย พร้อมเม็ดพลาสติก
และผสมสูตรทางเคมีเข้าไป นำไปหลอมในเบ้าหลอมด้วยอุณหภูมิ 220 องศาเซลเซียส
และผ่านการหล่อเย็น จนกระทั่งออกมาเป็นเนื้อไม้ที่มีลักษณะตันทั้งท่อน ไม่มีปัญหาเรื่องฟองอากาศ
หรือตัวไม้มีรูพรุนแล้วนำไปดีไซน์เป็นเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ
เฟอร์นิเจอร์ outdoor เช่น โต๊ะ เก้าอี้สนาม ริมสระน้ำ ที่ทนแดดทนฝน มด
มอด ปลวก กินไม่เข้า ในขณะที่เหล็ก อัลลอยด์ และไม้ มักมีปัญหาเรื่องของสนิม
ความแข็งแรง หรือผุพังได้ง่าย คือสินค้าหลักในช่วงแรกที่ผลิต โดยมองไปยังตลาดการส่งออกในต่างประเทศเป็นหลัก
ด้วยเหตุผลที่ว่าสินค้ารีไซเคิลนั้น ค่านิยมของคนในอเมริกาและยุโรป มองว่าเป็น
"smart products" แต่คนไทยบางส่วนยังรับไม่ได้ และคิดว่าเป็นเพียงสินค้าที่ทำจากขยะเท่านั้น
ต่อมาทางบริษัทกรีนกรุ๊ปได้เริ่มพัฒนาสินค้าเป็นของใช้ที่เกี่ยวกับบ้าน
เช่น เชิงชายหลังคา รั้ว ระแนงไม้เลื้อย ระเบียง แผ่นมุงหลังคา โดยอาศัยออกงานแฟร์เป็นหลัก
หลังจากนั้นเมื่อยอดส่งออกดีขึ้น รวมทั้งในประเทศเองเริ่มเป็นที่นิยม ทีมงานของบริษัทจึงได้ออกแบบ
สินค้าที่หลากหลายขึ้น รวมทั้งต้องศึกษาแนวโน้มความนิยมของผู้บริโภคอย่างจริงจัง
คนในยุคนี้ต้องการอยู่กับธรรมชาติมากขึ้น การดีไซน์สินค้าจำเป็นต้องสอด
คล้องกลมกลืนกับความต้องการ แผ่นไม้ที่มีสีและผิวขรุขระเลียนแบบไม้เก่า เพื่อมุงหลังคา
ทำตะเกียงสนาม โคมไฟ แผ่นทางเดินในสวน จึงได้รับความนิยมอย่างมาก
ล้อเกวียน แอก และศิลปกรรมไทย ถูกนำมาประยุกต์เป็นส่วนประกอบของ ผลิตภัณฑ์
บ้านแบบศิลปกรรมไทย การเคลือบสีธรรมชาติแบบด้าน โดยลดการผลิต แบบที่มีสีสันลง
และคาดว่า trend นี้น่าจะยังต่อเนื่องไปจนถึงกลางปี พ.ศ.2547
นอกจากการพัฒนารูปแบบที่ต้องเปลี่ยนไปเกือบทุกปี ถาวรเองยังคิดค้นวัสดุ
ใหม่ๆ ที่มีคุณภาพเข้ามาเป็นส่วนผสมด้วย เช่น นำพลาสติกไปผสมกับเยื่อไม้สัก
ซึ่งเป็นเศษไม้ที่ได้มาจากโครงการบ้านไม้สำเร็จรูป ซึ่งเป็นอีกโครงการหนึ่งของบริษัท
ปัจจุบันตลาดส่งออกใหญ่ของกรีนกรุ๊ปคือ สหรัฐอเมริกา และกลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง
โดยมีมูลค่ารวมกว่า 100 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมา
ผลของความสำเร็จ ทำให้ถาวรเตรียมเปิดโรงงานแห่งใหม่ในเนื้อที่ 200 กว่าไร่
ที่จังหวัดสมุทรสงคราม ในพื้นที่ดังกล่าวจะประกอบไปด้วยโรงงานหลักทั้งหมดของกรีนกรุ๊ปคือ
โรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ โรงงานสร้างบ้านไม้สำเร็จรูป และโรงงาน คัดแยกวัสดุเหลือใช้
เพื่อนำไปรีไซเคิล โดยคาดว่าเครื่องจักรจะสามารถเดิน เครื่องผลิตชิ้นงาน
และปั่นเม็ดเงินออกมาได้อย่างต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในเดือนมกราคม
2547 เป็นต้นไป