"ผู้จัดการ" หยั่งเชิงกับเขาในลิฟต์ระหว่างการเยี่ยมชม Office ที่ตกแต่งใหม่
ว่าใครๆ ก็มองมาที่เขาที่จะเป็นทายาทของชุมพล ณ ลำเลียง เขาตอบทันทีว่า "no
comment"
กานต์ ตระกูลฮุน ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ที่ดูแลสำนักงานใหญ่เป็นคนเดียวที่มีอายุเหลือเกือบๆ
10 ปี หากชุมพล ณ ลำเลียง อำลาตำแหน่งผู้จัดการใหญ่ตามเวลาเกษียณ ขณะที่ผู้บริหารระดับเดียวกันคนอื่นๆ
ถือว่าเป็นคนรุ่นเดียวกับชุมพลทั้งสิ้น ที่ชุมพลบอกว่า "ฝ่ายจัดการชุดนี้จะแก่เกินไปแล้ว"
ซึ่งมีความหมายชัดเจน เขามิได้ไปคนเดียว
และที่แน่ๆ อีกประการหนึ่ง คงไม่มีคนนอกคนไหนมาอีกแล้ว ในเมื่อชุมพลบอกว่า
คนปูนมีคนเก่งเยอะ และก็คงไม่มีอะไรเกินความคาดหมายไปสำหรับองค์กรเก่าแก่องค์กรนี้
หากมีปัญหาเช่นนั้น คนที่ถูกตำหนิมากที่สุดก็คือ ชุมพลนั่นเอง
กานต์มีบุคลิกหลายอย่างคล้ายๆ ชุมพล เขาไม่ใช่คนบุคลิกดีนัก เช่นเดียวกับชุมพล
ซึ่งผู้คนวิเคราะห์กันว่าที่เครือซิเมนต์ไทย low profile ในสังคมไทยในช่วง
10 ปีมานี้ เพราะบุคลิกที่ไม่ยอมออกตัว อาจจะด้วยภูมิหลังหรือวิถีชีวิตที่ไม่สมบูรณ์แบบของเขา
ซึ่งจะว่าไปแล้ว ความไม่สมบูรณ์แบบเป็นคนละเรื่องกับความสามารถเป็นที่ยอมรับของคนในวงการ
ซึ่งชุมพลได้รับสิ่งนั้นอย่างเต็มเปี่ยม แต่กานต์ต่างกับชุมพลที่เขากล้าออกตัว
กล้าดีลกับสาธารณชนมากกว่า
เขาทั้งสองมีภูมิหลังบางอย่างคล้ายกัน เป็นลูกพ่อค้าเชื้อสายจีนธรรมดาๆ
ที่มีธุรกิจไม่ใหญ่โต และประสบปัญหาธุรกิจจนต้องเลิกกิจการ บิดาของชุมพลค้าเม็ดพลาสติก
ขณะที่ครอบครัวกานต์ค้าไม้อยู่แถวๆ บางโพ
ทั้งสองมีบุคลิกที่ไม่ใช่บุคลิกคนปูนที่ผู้คนเข้าใจ เขาเป็นกันเอง เรียบง่าย
ไม่มีฟอร์ม และที่สำคัญ หัวทันสมัยที่ช่างขัดแย้งกับบุคลิกตนเอง
และนั่นคงไม่สำคัญเท่ากับบทบาทของกานต์ในปัจจุบันที่ใครๆ มองว่า เขายืนตรงจุดยุทธศาสตร์ที่สัมพันธ์กับการมองไปในอนาคตใน
3-5 ปีข้างหน้าของเครือซิเมนต์ไทย
เขาเป็น Communication Strategist กำลังทำงานอย่างหนักในช่วงรับตำแหน่งใหม่
คือการทำความรู้จักกับนักลงทุนต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งถือเป็นโมเดลความสำเร็จในยุควิกฤติการณ์ที่ชุมพลเป็นคนทำไว้
ทำให้เครือซิเมนต์ไทยเป็นบริษัทที่ดีในสายตานักลงทุนที่มีอิทธิพลในโลก งานนี้เขาต้องทำต่อไปเช่นเดียวกับนักลงทุนไทย
แต่ที่ต่างกว่าชุมพล คือเขากำลังวางแผนสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระดับสาธารณชน
ไม่ใช่เพียงประเทศไทย หากรวมไปถึงอาเซียนด้วย เป็นเป้าหมายใหม่ในภารกิจหลัก
เครือซิเมนต์ไทยในช่วงที่ผ่านมามีความสัมพันธ์กับสาธารณชนน้อยลง สังคมรู้จัก
เข้าใจเครือซิเมนต์ไทยน้อยลง ในขณะที่ธุรกิจอื่นๆ ที่เติบโตอย่างโฉบเฉี่ยวกลับทำงานกับสังคมในวงกว้างมาก
"คนไทยยังรู้ว่าเครือฯ มีธุรกิจกระดาษ และปิโตรเคมีน้อยมาก" กานต์อ้างงานวิจัยที่เขาทำ
ยิ่งสังคมในระดับภูมิภาคด้วยแล้ว กานต์บอกว่าส่วนใหญ่ไม่มีใครรู้จักเครือซิเมนต์ไทย
นี่คืองานใหม่ที่เป็นยุทธศาสตร์ของการเป็นส่วนหนึ่งของสังคมยุคใหม่ มันเป็นความสำคัญอย่างยิ่งของธุรกิจที่สำนักงานทรัพย์สินฯ
ถือหุ้นใหญ่ด้วย กานต์จะต้องทำหน้าที่นี้ ซึ่งถือว่าเป็นความบกพร่องของชุมพลก็ย่อมได้
ในฐานะคนที่เคยทำให้ธุรกิจเซรามิกเป็นสินค้าเดียวที่มีคุณค่าเชิงแบรนด์และภาพลักษณ์อย่างโดดเด่น
อย่างไม่เคยมีในเครือซิเมนต์ไทย ในตำแหน่งผู้จัดการใหญ่ดูแลธุรกิจเซรามิกก่อนมาอยู่ในตำแหน่งปัจจุบัน
เขาดูแลงานด้านวางแผนงานในอนาคตที่ว่าด้วยการลงทุน โดยเฉพาะในระดับภูมิภาค
โดยเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่งซ่อนอยู่ คือแผนการสร้างบุคลากรเพื่อตอบสนองความเป็น
Regional Organization ในวันที่คุยกับ "ผู้จัดการ" นัดหมายถัดไป เขาต้องไปรับประทานข้าวกับผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ
ที่เชิญมาพูดให้คนปูนฟังเรื่องการทำงานในระดับภูมิภาค
กานต์ ตระกูลฮุน นอกจากจะเป็นผู้บริหารคนแรกที่ตกแต่งห้องทำงานใหม่ให้ทันสมัย
ที่อาจเรียกว่าเปลี่ยนภาพลักษณ์เลยทีเดียว ขณะนี้เขาเป็นผู้วางแผน และกำลังตกแต่งสำนักงานในอาคารสำนักงานใหญ่เครือซิเมนต์ไทยอย่างค่อยเป็นค่อยไป
นับเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงกายภาพอย่างหนึ่งที่จับต้องได้ในรอบนับ 10 ปีทีเดียว
ประหนึ่งว่าเขาได้เริ่มนับหนึ่งในการฝึกงานเข้าสู่ยุคใหม่ของเครือซิเมนต์ไทย
อย่างไรอย่างนั้น