ปตท.สผ.เตรียมทุ่ม เงินพัฒนาโครงการอาทิตย์อีก 2.6 หมื่น ล้านภายใน 5 ปี หลังเซ็นสัญญาข้อตกลงซื้อขายก๊าซฯเบื้องต้นในแหล่งอาทิตย์กับปตท.แล้ว
เผยอนาคตถ้ามีปริมาณสำรองก๊าซฯเพิ่มขึ้น อาจผลิตได้เพิ่มถึง 500 ล้านลบ.ฟุต/วัน
วานนี้(24 พ.ย.) บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)(PTTEP) ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการ
(Operator) ของโครงการอาทิตย์ใน อ่าวไทย ได้ลงนามสัญญาข้อตกลงเบื้องต้น (Heads
of Agreement)กับบริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน)ในฐานะผู้ซื้อก๊าซธรรมชาติ
นายมารุต มฤคทัต กรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท.สผ. กล่าวว่า บริษัทจะใช้เงินลงทุนประมาณ
2.6 หมื่นล้านบาทตั้งแต่ปี 2546-2550 ในระยะการพัฒนาโครงการอาทิตย์ โดยมีแผนที่จะก่อสร้างแท่นที่อยู่อาศัย
(Living Quarters Platform) 1 แท่น แท่นอุปกรณ์การผลิต (Production Platform) 1
แท่น หลุมผลิต (Wellhead Platform) 5 แท่น รวมทั้งเจาะหลุมประเมินผลและหลุมผลิตอีก
66 หลุม เพื่อให้สามารถเริ่มดำเนินการพัฒนาแหล่งก๊าซฯอาทิตย์ได้
โดยจะเริ่มผลิตก๊าซที่อัตรา 330 ล้านลบ.ฟุต/วันภายในกลางปี 2549 เมื่อ ท่อส่งก๊าซฯเส้นที่
3 ของปตท.แล้วเสร็จ ทำให้ปริมาณการขายในส่วนของปตท. สผ.เพิ่มขึ้นประมาณ 47,000
บาร์เรล/วัน ทั้งนี้ หากมีปริมาณสำรองปิโตรเลียม เพิ่มขึ้นในภายหลัง โครงการอาทิตย์จะสามารถเพิ่มอัตราการผลิตได้ถึง
500 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน
"ข้อตกลงในสัญญาครั้งนี้ครอบ คลุมเงื่อนไขหลักในการซื้อขายก๊าซฯ เช่น ปริมาณการซื้อขาย
คุณภาพ การตกลงราคาซื้อขายครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของรัฐที่จะสร้างความมั่นคงด้านการจัดหา
และลดต้นทุนพลังงาน โดยผู้ลงทุนได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสม ซึ่งรายละเอียดของสูตรราคาจะต้อง
ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการปิโตรเลียมและกระทรวงพลังงานอีกครั้งหนึ่ง โดยข้อตกลงทุนดังกล่าว
ทำ ให้ปตท.สผ.สามารถออกแบบก่อสร้างควบคู่กับการจัดทำสัญญาซื้อขายก๊าซฉบับใหม่"
นอกจากนี้ บริษัทจะลงนามในบันทึกความเข้าใจเรื่องการซื้อขายคอนเดนเสทของแหล่งอาทิตย์
เพื่อตกลงใน หลักการที่จะขายคอนเดนเสทจากแหล่งนี้ให้กับปตท.
นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ กรรม การผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า
ความต้องการก๊าซฯ จะเพิ่มสูงขึ้นตามอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจ โดยคาดว่าในปี 2549-2551
ความต้องการจะอยู่ที่ระดับ 3,300-3,500 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน
ขณะที่ปัจจุบันใช้อยู่ประมาณ 2,800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน โดยแหล่งอาทิตย์ จึงเป็นแหล่งที่มีศักยภาพและความพร้อม
ในการผลิตก๊าซฯ เนื่องจากปตท.มีความ จำเป็นต้องจัดหาก๊าซฯใหม่เพิ่มเติมเข้ามาในระบบ
เพื่อรองรับความต้องการก๊าซฯ ที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะเมื่อโครงการวางท่อส่งก๊าซฯเส้นที่
3 จะแล้วเสร็จในปี 2549