Search Resources
 
Login เข้าระบบ
สมัครสมาชิกฟรี
ลืมรหัสผ่าน
 
  homenewsmagazinecolumnistbooks & ideaphoto galleriesresources50 managermanager 100join us  
 
 


bulletToday's News
bullet Cover Story
bullet New & Trend

bullet Indochina Vision
bullet2 GMS in Law
bullet2 Mekhong Stream

bullet Special Report

bullet World Monitor
bullet2 on globalization

bullet Beyond Green
bullet2 Eco Life
bullet2 Think Urban
bullet2 Green Mirror
bullet2 Green Mind
bullet2 Green Side
bullet2 Green Enterprise

bullet Entrepreneurship
bullet2 SMEs
bullet2 An Oak by the window
bullet2 IT
bullet2 Marketing Click
bullet2 Money
bullet2 Entrepreneur
bullet2 C-through CG
bullet2 Environment
bullet2 Investment
bullet2 Marketing
bullet2 Corporate Innovation
bullet2 Strategising Development
bullet2 Trading Edge
bullet2 iTech 360°
bullet2 AEC Focus

bullet Manager Leisure
bullet2 Life
bullet2 Order by Jude

bullet The Last page








 
ผู้จัดการรายวัน20 พฤศจิกายน 2546
ฟันธงดอกเบี้ยปีหน้าพุ่ง0.5%             
 


   
search resources

ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดนครธน
อุสรา วิไลพิชญ์
Interest Rate




สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดชี้ปีหน้าดอกเบี้ยไทยปรับขึ้น 0.5% ทั้งดอกเบี้ยนโยบายและดอกเบี้ยแบงก์พาณิชย์ เหตุเศรษฐกิจเติบโตสูงต่อเนื่อง สภาพคล่องส่วนเกินลดจากความต้องการสินเชื่อและการลงทุน พร้อมทั้งจะมีตราสารของกองทุนฟื้นฟูฯ ออกมาดูดซับสภาพคล่องส่วนเกิน ในตลาดเงินไทย ระบุเห็นด้วยกับเป้าหมายเศรษฐกิจทักษิณ น่าจะเติบโตได้ 8-10% ขยายตัวอันดับ 2 ของโลก รองจากจีน ด้านค่าเงินหยวน ปีหน้าคาดจะเปลี่ยนแปลง 4 ขั้นตอน เริ่มจากให้มีช่วงเคลื่อนไหว 3-5% ลดค่า และลอยตัว

นางสาวอุสรา วิไลพิชญ์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ในเครือสแตนดาร์ดาร์ดชาร์เตอร์ดจากอังกฤษ เปิดเผยว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไทยยังคงมีการเติบโตต่อเนื่อง คาดว่า ปี 2547 เศรษฐกิจจะขยายตัวประมาณ 7% ซึ่งส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยของไทยน่าจะปรับสูงขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ คาดว่าช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีหน้า อัตราดอกเบี้ยนโยบาย คือดอกเบี้ยอาร์พี 14 วัน ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 0.50% เพื่อให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัว

ปัจจัยที่ทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายจะปรับตัวสูงขึ้นในช่วงไตรมาส 4 ของปีหน้า มี 2 ปัจจัยคือ 1. ธนาคารแห่งประเทศไทยจะต้องพิจารณาถึงทิศทางอัตราดอกเบี้ยธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ว่าอยู่ในทิศทางใด ซึ่งเชื่อว่าน่าจะปรับสูงขึ้น ตามการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา

2. ธปท. ต้องรอดูการเติบโตของเศรษฐกิจ ประเทศไทยว่ามีการขยายตัวที่เข้มแข็งเพียงพอก่อน ซึ่งมองถึง 2 ปัจจัยแล้ว ดอกเบี้ยนโยบายน่าจะปรับขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 4 เหมาะสมที่สุด

สำหรับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายนั้น จะเป็นการปรับขึ้นช้ากว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ย ของธนาคารพาณิชย์ โดยธนาคารพาณิชย์คาดว่า จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระดับที่ใกล้เคียง กับดอกเบี้ยนโยบายคือประมาณ 0.50% ในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี 2547 เนื่องจาก 1. ความต้องการทางด้านสินเชื่อใหม่ของภาคธุรกิจมีแนว โน้มสูงขึ้นตามภาวะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง

2. ธนาคารพาณิชย์มีแนวโน้มที่จะเร่งการปล่อยสินเชื่อมากขึ้นในปีหน้า หลังจากที่ธนาคาร แห่งประเทศไทย ได้ผ่อนคลายเรื่อง single lending limitŽ ให้กับธนาคารพาณิชย์ ขณะเดียว กันสภาวะการลงทุนในตลาดตราสารหนี้ที่เริ่มถดถอยซึ่งน่าจะเอื้ออำนวยให้ธนาคารพาณิชย์ปล่อยสินเชื่อได้มากขึ้น

3. ภาครัฐมีแนวโน้มที่จะแข่งขันกับภาคเอกชนในการระดมทุนในปีหน้า ซึ่งรวมถึงการระดมทุนจากการจำหน่ายพันธบัตรของกองทุนฟื้นฟู (FIDF) มูลค่ากว่า 200,000 ล้านบาท ในปีหน้า และปี 2549 การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ และโครงการขยายสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ในอีก 5 ปีข้างหน้า

และ 4. นโยบายทางการเงินที่ผ่อนคลายเกินไปเมื่อเทียบกับภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน คาดว่า ธปท. จะปรับเปลี่ยนนโยบายจากการผ่อนคลายทางการเงินเป็นนโยบายการเงินตึงตัวในช่วงปลายปีหน้า

สำหรับภาวะเศรษฐกิจในปีหน้าเศรษฐกิจของไทยจะเติบโตอยู่ที่ระดับ 7% หรือมากกว่า ในกรณีที่ค่าเงินเยนญี่ปุ่นแข็งค่าต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้เงินลงทุนโดยตรงจากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น

โดยปัจจัยของการเติบโตเศรษฐกิจจะมีการ ฟื้นตัวอย่างกว้างขวาง และตัวแปรหลักที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตควรที่จะกระจายในภาค อุตสาหกรรมอื่นๆ มากขึ้น เพื่อให้มีการฟื้นตัวเศรษฐกิจอย่างยั่นยืน

นอกจากนี้ ฐานะทางการคลังของประเทศดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับแนวโน้มหนี้สาธารณะที่อยู่ในภาวะที่ควบคุมได้ จะช่วยเปิดทางให้มีการลงทุนจากภาครัฐบาลเพิ่มสูงขึ้นได้ในปีหน้า ซึ่งการลงทุนของภาครัฐที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ การลงทุนในโครงการสาธารณูปโภคขนาด ใหญ่ จะช่วยสร้างให้ประเทศไทยมีศักยภาพในการแข่งขันกับต่างประเทศได้ดี

จีนปรับนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนปีหน้า

สำหรับจีน นโยบายอัตราแลกเปลี่ยนจะมีแรงกดดันจากต่างประเทศอย่างมาก ซึ่งเชื่อว่าแรง กดดันดังกล่าวส่งผลให้ประเทศจีนจะต้องปรับเปลี่ยนนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเป็นการปรับเปลี่ยน 4 ขั้นตอนคือ 1. ต้องยอมให้มีการไหลออกของเงินที่นักลงทุนต่างประเทศเข้ามาลงทุนในช่วงที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น

2. เริ่มมีการปรับเปลี่ยนการเคลื่อนไหวของ ค่าเงินหยวนที่อยู่ในช่วง 3-5% แทนการผูกเงินหยวนไว้คงที่ 3.หลังจากนั้นในระยะ 3 ปีข้างหน้า จะมีการปรับลดค่าเงินหยวนเนื่องจากประเทศจีนได้เข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก ทำให้ต้อง ลดค่าเพื่อการแข่งขัน และ 4. ในระยะ 5-6 ปีข้าง หน้า จะต้องปรับเปลี่ยนระบบอัตราแลกเปลี่ยนเป็นระบบลอยตัว

   




 








upcoming issue

จากโต๊ะบรรณาธิการ
past issue
reader's guide


 



home | today's news | magazine | columnist | photo galleries | book & idea
resources | correspondent | advertise with us | contact us