บุญคลีเผย 5 ประเด็นเลือกลงทุนสายการบินต้นทุนต่ำ ได้ทั้งกล่องได้ทั้งเงิน เปรียบเปรยเหมือนทำตลาดมือถือวัน-ทู-คอล
ที่ตลาดใหญ่กว่า ด้าน"วิเชษฐ์" รับงานวันแรก หนุนนโยบายจัดตั้ง สายการบินต้นทุนต่ำ
ชี้เป็นการเพิ่มทางเลือกในการเดินทางและเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงระบบขนส่งทุก
รูปแบบในราคาต่ำ
นายบุญคลี ปลั่งศิริ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มชินคอร์ปอเรชั่น กล่าวถึงการร่วมทุนในบริษัท
แอร์เอเชีย เอวิชั่น (AAA) เพื่อให้บริการสายการบินต้นทุนต่ำว่ามีเหตุผลหลัก 5
ประเด็นคือ 1.ชินคอร์ปเชื่อว่าธุรกิจสายการบินหรือทรานสปอร์เตชั่นเป็นเรื่องที่คล้ายคลึงกับธุรกิจโทรคมนาคมในเรื่องคำว่า Traffic Network Hub ซึ่งทั้ง 3 เรื่องสามารถนำความรู้ประสบการณ์จากธุรกิจโทรคมนาคมมาปรับใช้กับธุรกิจขนส่งได้
2.การพัฒนาด้านเทคโนโลยีของธุรกิจขนส่ง มีแนวโน้มความเร็วในการพัฒนาที่ใกล้เคียงกับธุรกิจโทรคมนาคม
หากเทียบ 20 ปีที่แล้วของการพัฒนาธุรกิจโทรคมนาคมอย่างโทรศัพท์มือถือ กับอีก 20
ปีข้างหน้าในการพัฒนาเทคโนโลยีธุรกิจขนส่งจะมีอัตราที่ใกล้เคียงกัน
"อย่างเรื่องแบนด์วิธ (ความกว้างของช่องสัญญาณ) ในธุรกิจโทรคมนาคม ก็เหมือนกับระบบการขนส่งมวลชนขนาดใหญ่"
3.ภาพรวมของประเทศ และทิศทางของรัฐบาล รวมทั้งศักยภาพของประเทศในเอเชียที่มีอัตราสูงในด้านธุรกิจบริการ
ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของกลุ่มชินคอร์ปที่มุ่งธุรกิจบริการมาโดยตลอด
"ปัจจัยความสำเร็จคือการเคลื่อนย้ายผู้บริโภคด้วยความเร็วและราคาต่ำ"
4.ข้อมูลการเดินทางในประเทศไทย มีคนเดินทางประมาณ 80 ล้านคนต่อปี ซึ่งประมาณ 10%
ที่เดินทางด้วยเครื่องบิน หมายถึงยังมีตลาดที่เหลืออีก 90% ที่จะให้สายการบินต้นทุนต่ำเข้าไปแชร์ตลาด
และ 5.ระบบขนส่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ หากสามารถขนนักท่องเที่ยวหรือคนไทยเดินทางไปยังจังหวัดต่างๆ
ได้อย่างสะดวก เร็วและประหยัดก็เท่ากับช่วยพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ดังกล่าว ทำให้การท่องเที่ยวไม่จำเป็นต้องกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ
ชินคอร์ปลงทุนด้วยการซื้อหุ้น 50% ในวงเงิน 200 ล้านบาท บริษัท แอร์เอเชีย
49% และที่เหลือเป็นนักลงทุนชาวไทยอีก 1% โดยที่บริษัทแอร์เอเชีย เอวิชั่น มีทุนจดทะเบียน
400 ล้านบาท
บริษัท แอร์เอเชีย เป็นสายการบินต้นทุนต่ำแห่งแรกของเอเชีย เปิดให้บริการตั้งแต่ธ.ค.2544
จนถึงปัจจุบันแอร์เอเชียให้บริการผู้โดยสารในประเทศมาเลเซียไปแล้วกว่า 3 ล้านราย
ใช้เครื่องบิน 8 ลำ บริการ 64 เที่ยวบินต่อวัน โดยบินจาก KL International Airport
ไปยังปลายทางที่ต่างๆ อย่าง Penang,Sibu,Tawau,Langkawi ฯลฯ
ในแง่การบริหารจัดการบริษัทใหม่นี้ จะเป็นลักษณะโคแมเนจเมนท์ร่วมกันโดยจุดแข็งของ
ชินคอร์ปอยู่ที่เรื่องระบบงาน ด้านการเงิน งานด้าน บริหารบุคคล ส่วนแอร์เอเชียที่มีโนว์-ฮาวเรื่องสายการบินต้นทุนต่ำจะรับผิดชอบด้านการตลาดและการปฏิบัติงานหรือโอเปอเรชั่น
"ในระยะยาวจะต้องมีการถ่ายทอดความรู้ให้เป็นของบริษัท ร่วมทุนโดยไม่แบ่งแยกว่าเป็นชินคอร์ปหรือแอร์เอเชีย"
นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์ รองประธานกรรมการบริหาร ด้านการพัฒนาธุรกิจใหม่กลุ่มชินคอร์ป
กล่าวว่าเป้าหมายต่อไปนอกจากเรื่องการขนคนหรือผู้โดยสารแล้ว ยังมองถึงการขนส่งสินค้า
ซึ่งในช่วงแรกเครื่องบินจะต้องออกทุกๆ 30 นาที แต่หลังจากนั้นอาจเหลือเพียง 25
นาที เพราะระยะเวลาดังกล่าวจะเป็นตัววัดประสิทธิภาพอย่างหนึ่ง
"ผลที่ชินคอร์ปได้คือธุรกิจมีโอกาสมากและสร้างอิมเมจที่ดีให้กลุ่มชินคอร์ปแต่หมายถึงต้องบริการให้ดีด้วย"
บริการดังกล่าวนายบุญคลีเรียกว่าเป็น วอลุ่ม บิสซิเนส เป็นการเจาะตลาดใหม่ ไม่ได้แข่ง
ขันกับสายการบินแห่งชาติ หากเทียบเป็นบริการโทรศัพท์มือถือก็อยู่ในระดับวัน-ทู-คอล
ที่มีตลาด ใหญ่กว่าบริการพรีเมียมอย่างจีเอสเอ็ม แอดวานซ์ ซึ่งค่าโดยสารของ AAA
ถูกว่าค่าห้องพักโรงแรมหรือ ค่าใช้จ่ายในการเล่นกอล์ฟด้วยซ้ำ
AAA ที่อยู่ระหว่างรอเปลี่ยนชื่อให้เป็นไทยๆ โดยอาจใช้ชื่อแอร์ เอเชีย ไทยแลนด์
จะให้บริการเดือนม.ค.2547 ด้วยการเช่าเครื่องบินโบอิ้ง 737-300 จำนวน 3 ลำให้บริการใน
6 จังหวัดคือกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต หาดใหญ่ นครราชสีมาและขอนแก่น อัตราค่าโดยสารโดยเฉลี่ยต่อ
1 เที่ยวจะต่ำกว่าค่าโดยสารทั่วไปประมาณ 40-50% เช่นกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ราคาเฉลี่ยไม่เกิน
1,000 บาท และในช่วงแรกจะขายบัตรโดยสารผ่านช่องทาง SMS ของเอไอเอส ผ่านอินเทอร์เน็ต
และคอลเซ็นเตอร์ รวมทั้งใช้สาขาของเอไอเอสในการทำธุรกิจ
"วิเชษฐ์" หนุนตั้งสายการบินต้นทุนต่ำ
นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ให้ความเห็นเกี่ยวกับนโยบายของกระทรวงคมนาคมในการผลักดันให้เกิดสายการบินต้นทุนต่ำ
(Low Cost Airline ) ว่า เบื้องต้นถือว่าโครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่ดี เนื่องจากเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าถึงระบบการขนส่งที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น
หากได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ก็พร้อมที่จะช่วยผลักดันนโยบายนี้ให้ประสบความสำเร็จ
นายสุเทพ สืบสันติวงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย กล่าวว่า ขณะนี้การบินไทยอยู่ระหว่างรอผลการศึกษากรอบแนวทางการดำเนินการจัดตั้งสายการบินต้นทุนต่ำ
จากบริษัทที่ปรึกษา ซึ่งจะสรุปภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ และยืนยันว่าการบินไทยพร้อมที่จะเปิดสายการบินต้นทุนต่ำให้บริการในต้นปี
2547 และสามารถแข่งขันด้านธุรกิจการบินแบบสายการบินต้นทุนต่ำได้อย่างแน่นอน ตามนโยบาย
นายวิเชษฐ์กล่าวภายหลังเดินทางมาทำงานที่กระทรวงคมนาคมวันแรก(12พ.ย.)หลังจากได้รับตำแหน่ง
โดยมีนายนิกร จำนง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมและผู้บริหารหน่วยงานต่างๆ ให้การต้อนรับ
โดยนายวิเชษฐ์กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมมีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและมีความเกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตของประชาชน
จึงต้องทำงานอย่างรอบคอบ โดยจะมุ่งเน้นในการพัฒนาระบบขนส่งการจราจรให้มีความสะดวกรวดเร็วปลอดภัย
และมีประสิทธิภาพ ซึ่งนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เน้นนโยบายเรื่องความโปร่งใสในการจัดซื้อ
จัดจ้าง ลดขั้นตอนในการบริหารระบบราชการเพื่อให้งานประสบความ สำเร็จและมีประสิทธิภาพสูงสุด
อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทราบว่าจะได้รับมอบหมายให้ดูแลหน่วยงานใดบ้าง
"ผมพร้อมที่ดูแลงานในทุกหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายและจะทำงานในเชิงรุก โดยจะมีการกำหนดกรอบการทำงาน
ระยะเวลาและเป้าหมายเพื่อให้งานของกระทรวงคมนาคมเดินหน้าตาม นโยบายของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมที่วางไว้ก่อนหน้านี้"
เอ็นจีโอค้านตามระเบียบ
นายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) กล่าวว่า
การขยายธุรกิจของกลุ่มชินคอร์ปไปลงทุนด้านการบินนั้น ถ้ามองในมุมธุรกิจก็ถือเป็นสิทธิเป็นเรื่อง
ปกติธรรมดาที่สามารถทำได้ แต่เผอิญว่ากลุ่มชินคอร์ปเป็นบริษัทของครอบครัวของพ.ต.ท.
ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เรื่องนี้จึงต้องจับตาเป็นพิเศษว่าจะมีการใช้อำนาจทางการเมืองไปเกื้อหนุนหรือไม่
โดยเฉพาะบทบาทของนายกฯ ในการประคับประคองชะตากรรมของบริษัทการบินไทย ในฐานะที่ยังเป็นรัฐวิสาหกิจและเป็นกิจการ
ของคนไทย ซึ่งเมื่อบริษัทแอร์ เอเชีย เข้ามาเปิดสายการบินในประเทศไทย จะกระทบกับการบินไทยอย่างแน่นอน
เพราะแอร์ เอเชีย บริการในราคาต่ำกว่า และมาตรฐานทางเทคโนโลยีด้านการบินสูงกว่าบริษัทการบินในประเทศไทย
ฐานลูกค้าของการบินไทยก็คงหดหายไปด้วย พอถึงตอนนั้นการบินไทยอาจจะถูกบริษัทเอกชน
หรือไม่แน่ว่าอาจจะเป็นบริษัทแอร์ เอเชีย เทกโอเวอร์ไปในที่สุด หรืออาจจะมีชะตากรรมคล้ายๆ
กับกรณีขององค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ที่กำลังเตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์แต่ไม่มีอนาคตเลย
เพราะไม่สามารถแข่งขันกับบริษัทเอกชนรายอื่นๆ ทั้งด้านคุณภาพ การบริการ และฐานลูกค้า
การขยายธุรกิจด้านการบินของกลุ่มชินคอร์ป คงไม่ใช่แค่ลงทุนกับบริษัทแอร์ เอเชียเท่านั้น
แต่ยังเตรียมลงทุนด้านการบินกับสายการบินสิงคโปร์ แอร์ไลน์ และต้องการใช้ท่าอากาศยานเชียงใหม่
เป็นฐานการบินระดับภูมิภาคด้วย และสิงคโปร์แอร์ไลน์ มีศักยภาพเหนือกว่าบริษัทการบินไทยในทุกๆ
ด้าน ทั้งเงินลงทุน เทคโนโลยีเกี่ยวกับเครื่อง บินและการบิน
ส่วนข้ออ้างของรัฐบาลที่ว่า ต้องการพัฒนาฐานการบินเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว
และทำให้ค่าโดยสารถูกลงนั้น ถือเป็นเรื่องดีและน่าเป็นประโยชน์กับคนไทย แต่อย่าไปมองเพียงแค่
ว่าราคาจะถูกลง แต่ต้องคำนึงถึงความอยู่รอดและการพัฒนาศักยภาพในการแข่งขันของบริษัทการบินไทย
ซึ่งยังเป็นรัฐวิสาหกิจและเป็นของคนไทยอยู่ โดยไม่คำนึงถึงความอยู่รอดของบริษัทการบินของคนไทยที่มีศักยภาพด้อยกว่า
สุดท้ายการบินไทยก็คงแข่งขันหรือต่อสู้กับบริษัทของสิงคโปร์ไม่ได้และคงต้องปิดกิจการไปในที่สุดและทำให้ต่างชาติเข้ามาเป็นผู้ผูกขาดกิจการการบิน
หรือเทกโอเวอร์การบินไทยในที่สุด ซึ่งในระยะยาวจะไม่มีการแข่งขันราคาอาจะไม่ถูกอย่างที่คิดก็ได้
ประชาชนก็จะไม่มีทางเลือกอีกต่อไป
ดังนั้น รัฐบาลควรจะสนับสนุนและพัฒนาสายการบินไทย หรือสายการบินเอกชนภายในประเทศให้มีศักยภาพในการแข่งขันด้วย
อย่างไรก็ตาม อยากให้จับตาพฤติกรรมของรัฐบาลที่อาจมีการแก้ไขพ.ร.บ.เดินอากาศไทย
ที่กำหนดให้ต่างชาติที่ประกอบธุรกิจการบินถือหุ้นได้ไม่เกิน 30% อันเป็นการปกป้องและสนับสนุนสายการบินในประเทศ
และเพื่อให้ผลประโยชน์ตกอยู่กับประเทศไทย ซึ่งรัฐบาลอาจแก้กฎหมายเพื่อเอื้อให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนด้านการบินได้สะดวกขึ้น
โดยอาจให้บริษัทต่างชาติถือหุ้นเกิน 50% หรือเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น
จะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบธุรกิจการบินในประเทศอย่างรุนแรง ดังนั้นการตัดสินใจในเรื่องนี้
รัฐบาลจึงต้องทำให้เกิดความโปร่งใส